นปช.เหลืออด 'ส.ส.ก้าวไกล' แกว่งปากหาเศษหาเลยจากม็อบ หลงกระแสจนแลเงาตัวเองไม่เห็น


เพิ่มเพื่อน    

20 ก.ค.63 - นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ คนสนิทนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และหนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)  กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของนักศึกษาว่า สิทธิในการชุมนุมย่อมมีตามรัฐธรรมนูญ ขอให้กำลังใจน้องๆทุกคน ในฐานะที่เคยอยู่ในเวทีการชุมนุมมาก่อน ขอฝากให้ทุกคนดูแลกันและกันให้ปลอดภัยระวังบุคคลที่สาม จะเข้ามาสร้างสถานะการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย 

นายพิพัฒน์ชัย กล่าวว่า ส่วนของข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มนักศึกษา ตนเห็นด้วยทุกประการ แต่หากถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ คงตอบว่าเป็นไปได้ยาก แม้ประชาชนทั่วไปจะเห็นพ้องว่าปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการระบาดของโรคร้ายที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นปัญหาที่รัฐบาล ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แบบเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่รัฐบาลนี้มีกลไกในการสืบอำนาจได้อีกหลายปี 

 อย่างไรก็ดี ถ้ามีประชาชนออกมาขับไล่มากขึ้น และกระจายไปทั่วประเทศจะเป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่า ถ้าถึงเช่นนั้น คิดว่าอยู่ที่นายกฯจะตัดสินใจ หากนายกฯไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย บานปลายสมควรลาออกหรือยุบสภา หากมีการยุบสภาแล้วเลือกนายกฯมาใหม่ ก็คิดว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะที่มาของนายกที่รัฐธรรมนูญนี้บัญญัติให้อำนาจ สว.เลือกได้ เป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปรับไม่ได้ เพราะที่มาของสว.ล้วนมาจากการลากตั้ง จากคนไม่กี่คนใช้สิทธิแต่งตั้งมา บทสรุปหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตินายกต้องตัดสินใจยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนดีที่สุด

นายพิพัฒน์ชัย กล่าวถึงข้อสงสัยการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามีการเมืองหนุนหลังว่า ตนและแกนนำนปช.หลายคน อยากไปให้กำลังใจน้องๆยังไม่กล้าไป เพราะกลัวมีคนนำไปผูกโยงกับการชุมนุม หากรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐทำอะไรที่เกินกว่าเหตุแก่ผู้ชุมนุม ขอยืนยันว่า พร้อมออกไปร่วมเรียกร้องสิทธิให้น้องๆ ในบรรยากาศนี้เป็นบรรยากาศของคนรุ่นใหม่ เราควรดูและให้กำลังใจอยู่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งไม่อยากให้มีการมองหรือคิดว่า พรรคการเมืองอื่นจะมาแย่งกระแสคะแนนนิยม เพราะมีส.ส.บางพรรค มาร่วมในการชุมนุมด้วย อย่าคิดเช่นนั้น หากคนที่ไปคิดเช่นนั้น แสดงว่าหาเศษหาเลยเกินไป

แนวร่วมแกนนำนปช. กล่าวต่อว่า ส่วนที่ส.ส พรรคการเมืองพรรคหนึ่งกล่าวว่า การชุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่สวยงาม เพราะเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพื่อพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งเหมือนการชุมนุมตั้งแต่ปี2549  คิดว่าคนพูดเรื่องนี้อาจพลาดไป อยากถามเหมือนกันว่า การชุมนุมตั้งแต่ปี2549 ที่ว่าชุมนุมเพื่อคนบางคน พรรคการเมืองบางพรรคนั้นหมายถึงใคร พรรคใด ในฐานะร่วมชุมนุมกับฝ่ายประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2549 ตนเข้าร่วมชุมนุมไม่ได้มุ่งหวังว่าชุมนุมเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่การชุมนุมในทุกครั้งเป้าหมายหลักของพวกเราคือเรียกร้องความยุติธรรม ความเสมอภาค และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จุดหมายของพวกเราชัด 

จึงมีพี่น้องประขาชนเห็นด้วยกับแนวทาง และออกมาชุมนุมกันมากมายทั่วประเทศ การต่อสู้ของพวกเราผ่านการบาดเจ็บ ติดคุกติกตระราง ล้มตายกันมามากมาย แม้ยังไม่ถึงจุดหมายเราก็ยังจะเดินต่อเพียงแค่รอจังหวะ และโอกาส เชื่อว่าการชุมนุมของพวกเราเป็นต้นทางทำให้พี่น้องประชาชนตื่นตัว โหยหาความยุติธรรม ความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น จนทำให้พรรคการเมืองบางพรรค จับกระแสนี้ได้จึงจัดแนวทางของพรรค ไปในทางนี้ พี่น้องเราก็ให้ความสนใจ หันไปเลือกพรรคการเมืองนั้นเกินความคาดหมาย 

"อยากสะกิดคนพูดว่า อย่าหลงกระแส จนแลเงาตัวเองไม่เห็น วันนั้นถ้าพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบ คงไม่มีโอกาสมายืนแกว่งปากแบบนี้”นายพิพัฒน์ชัยกล่าว

คำกล่าวของนายพิพัฒน์ชัย สืบเนื่องจาก นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. และรองโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ ว่า " สิ่งที่แตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งที่ผ่านๆมา คือ การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ เพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เหมือนกับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมานับแต่ตั้งแต่ปี 2549  แต่การชุมนุมในครั้งนี้ คนที่ออกมา ออกมาเพื่อตัวพวกเขาเอง จากหลายๆปัจจัยที่สะสมมาอย่างต่อเนือ่ง เช่นเดียวกับเรื่องการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง   อย่างการจัดเตรียมพื้นที่ การรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะร่วมชุมนุม หรือการจัดประเด็นการพูดให้มวลชนที่มาฟังแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย

“ในส่วนของผม  และพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่า เราจะไม่แทรกแซงการชุมนุม ไม่มีการให้คำแนะนำ แต่อย่างใด เพราะเราอยากเห็นบรรดาแกนนำเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จากพลังที่บริสุทธิ์ โดยเราจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น”
 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'