มอบหน้ากากผ้าคุณภาพให้เด็กประถมในถิ่นทุรกันดาร  1แสนชิ้น ป้องกันโควิดระลอกสอง


เพิ่มเพื่อน    


20 ก.ค.63- ที่อาคารอเนกประสงค์ ชั้น P10 เอสซีจี(สำนักงานใหญ่) มูลนิธิเอสซีจีมอบหน้ากากผ้าสำหรับเด็กที่มีคุณภาพจำนวน100,000 ชิ้นมูลค่า3,500,000 บาท ผ่านมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อส่งมอบต่อให้นักเรียนระดับประถมต้นในถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ขาดแคลนหน้ากากผ้าภายใต้โครงการ”เด็กไทยสู้ภัยโควิด” (Thai kids Fight COVID) 


ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย  องคมนตรี ในฐานประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า โรคโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างในโลกชะงักงันทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา แต่เราไม่ยอมแพ้ ต่อสู้กับโรคระบาดและปรับตัวสู้ภัยโควิด ภาคเอกชนช่วยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาดอย่างหน้ากากผ้าให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดารประโยชน์ไม่ตกแก่เด็กนักเรียนเท่านั้น แต่เกิดกับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน เพราะหากเด็กติดเชื้อเพียง 2-3 คน สามารถแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนและชุมชน ดังที่มีตัวอย่างในต่างประเทศที่การ์ดตกหรือไม่ยอมยกการ์ด แต่ไทยป้องกันโรคได้ดีมากองค์การอนามัยโลก(WHO) ตั้งข้อสังเกตุประเทศที่สู้ภัยโควิดได้ขึ้นกับนโยบายสาธารณะวางบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และการแพทย์ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง มีระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่เข้มแข็ง สุดท้ายประชาชนมีความรู้ให้ความร่วมมือและมีอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง 

      “ ศบค.เตือนอย่าการ์ดตก โควิดจะกลับมาอีกระลอก ไทยเจอคลื่นลูกแรกก.พ.-มี.ค. เราเรียนรู้และมีมาตรการเข้มแข็ง ขณะนี้รัฐบาล วงการแพทย์นักธุรกิจเฝ้ามองจะเกิดคลื่นลูกที่สอง ซึ่งจะน่ากลัวมากกว่า มีตัวอย่างเมืองโตเกียวและฮ่องกงเจอระลอกสองหนักกว่าลูกแรก การมอบหน้ากากให้เด็กครั้งนี้เราป้องกันคลื่นลูกสองไม่ให้ระบาดกันเองในไทยทเด็กในถิ่นทรุกันดารยังขาดแคลนหน้ากากเด็ก  ส่วนเด็กในเมืองมีหมดแล้ว โดยมอบผ่านรพ.สมเด็จพระยุพราช จำนวน21 แห่ง ก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษาในหลวงรัชกาลที่9 จำนวนท11 แห่งซึ่งทั้งสองโรงพยาบาลตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทีมแพทย์และพยาบาลทำงานใกล้ชิดกับโรงเรียนและชุมชน นอกจากมอบหน้ากากแล้วยังนำความรู้ที่ถูกต้องไปให้ สวมหน้ากาก การล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างให้เด็กปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดีตลอดไป”       ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษมกล่าว 

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาสืประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่าสืบเนื่องจากศ.เกียรติคุณนพ.เกษม วัฒนชัยองคมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ได้มีความใส่ใจและห่วงใยเด็กๆในท้องถิ่นทุรกันดารโดยเฉพาะเด็กนักเรียนระดับ

ประถมศึกษาที่ใส่หน้ากากของผู้ใหญ่ไม่ได้ตลอดจนมีความห่วงใยในมาตรฐานคุณภาพของหน้ากากสำหรับเด็กเช่นเดียวกับมูลนิธิเอสซีจี ด้านการพัฒนาทรัพยากรคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของหน้ากากผ้าที่จะช่วยปองกันการติดเชื้อโรคของเด็กๆในช่วงเปิดเทอม ซึ่งมาตรการป้องกันและคัดกรองเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อในโรงเรียนที่สำคัญ คือการสวมหน้ากากในระหว่างอยู่ที่โรงเรียน

 “ หน้ากากผ้าสำหรับเด็กมีความแตกต่างกับของผู้ใหญ่ เช่น ขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้า และวัสดุที่นำมาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความทนทาน รวมทั้งสีสันพื่อเพิ่มความน่าใช้ มีขนาดที่เหมาะสม สามารถปรับขนาดได้ อีกทั้งต้องมีคุณภาพที่ดีปลอดภัยและดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ เด็กๆ  ยังสามารถเขียนชื่อที่หน้ากากเพื่อป้องกันการสูญหายหรือสลับกัน ทั้งนี้ หน้ากากจากโครงการจะมอบให้เด็กระดับประถมตันป.1 ถึงป.4 คนละ1 ชุดชุดละ2 ชิ้น  การสวมหน้ากากระหว่างอยู่โรงเรียนช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิดฝากให้เด็กๆป้องกันตัวเองให้ดีเวลาอยู่รวมกันในโรงเรียนอย่าการ์ดตก“ นายรุ่งโรจน์ กล่าว 

 


 


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'