พท.โหมซ่อมสส.ปากน้ำ ‘ศร’โอดเมื่อไหร่ชนะเป็น


เพิ่มเพื่อน    

  เพื่อไทยไม่เปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ใช้ชุดเดิมทำงาน "อดิศร" จี้ถามกลางที่ประชุม อยากสะกดคำว่า "ชนะเป็น"  ในการเลือกตั้งซ่อม รับลูก "สมพงษ์" สั่ง ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครเลือกซ่อมสมุทรปราการหาเสียง ขณะที่ "กกต." ประกาศรับรอง“วัฒนา สิทธิวัง” เป็น ส.ส.เขต 4 ลำปางเรียบร้อยแล้ว

    เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2563 พรรคเพื่อไทยมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค ร่วมทำหน้าที่ประธานการประชุม มีแกนนำพรรค ส.ส. สมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง
    โดยมีระเบียบวาระประกอบด้วย 1.เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 2.รับรองรายงานการประชุม 3.พิจารณางบการเงิน ปี 2562 และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี พิจารณารายงานการดำเนินกิจการพรรคในรอบปี 2562 พิจารณาร่างข้อบังคับพรรคเพื่อไทยพ.ศ.2561 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2563 การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร และ 4.เรื่องอื่นๆ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้แจ้งผลการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค พท. จำนวน 15 คน ประกอบด้วย คนที่มาจากสัดส่วนคณะกรรมการบริหาร จำนวน 7 คน ได้แก่ 1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ประธาน 2.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง 3.นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4.นายเกรียง กัลป์ตินันท์ 5.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง 6.นายวิทยา บุรณศิริ และ 7.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และเลขานุการคณะ      ส่วนที่มาจากหัวหน้าสาขาพรรคทั้ง 4 สาขา สาขาละ 1 คน  รวม 4 คน ได้แก่ 1.นายสมัคร บุญปก หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 1 จังหวัดอุดรธานี 2.นายสุเทพ สายทอง หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ 3.นายวิทวัส ดุลพินิจพัฒนา หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 4 จังหวัดภูเก็ต 4.นายพันศักดิ์ จันทร์ใบเล็ก หัวหน้าสาขาพรรค ลำดับที่ 5 จังหวัดนนทบุรี
    ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 4 คน 1.นายสัมพันธ์ แสงพรมชาลี ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดสกลนคร 2.นายประสิทธิ์ จันทาทอง ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดหนองคาย 3.น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดสุโขทัย เขตเลือกตั้งที่ 1 4.นายสมบุญ พูลผล ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดสระบุรี
    มีรายงานว่า ในช่วงการประชุมวาระอื่นๆ นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอหารือกับที่ประชุมเรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ ว่าผู้สมัครของพรรคเป็นอดีต ส.ส. 3 สมัยรอบนี้พอมีทางหรือไม่ เราอยากสะกดคำว่าชนะบ้าง เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลชนะตลอด การส่งผู้สมัครครั้งนี้เราเอาจริงเอาจังแค่ไหน เหลือเวลาอีกประมาณ 20 วันเท่านั้น ส่วนตัวก็อาสาไปช่วยผู้สมัคร แต่ยังไม่มีใครติดต่อมา คู่ต่อสู้ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลนั้นน่าจะมีอิทธิฤทธิ์มหาศาล
    นายสมพงษ์กล่าวว่า การส่งผู้สมัครทุกครั้ง พรรคสู้ทุกครั้ง แต่ที่ผ่านมามีอุปสรรคทุกครั้งในการจัดการเลือกตั้ง เช่น การใช้อำนาจรัฐ เราได้เตรียมการเรื่องการเลือกตั้งไว้ ที่ผ่านมา จ.สมุทรปราการ ขึ้นชื่อมาตลอดเรื่องการโกงการเลือกตั้ง แต่เราจะสู้เต็มที่ ขอร้อง ขอวิงวอนให้สมาชิกทุกท่านไปรณรงค์ช่วยผู้สมัครหาเสียง และต้องช่วยกันป้องกันการโกงด้วย จากประสบการณ์จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาๆ ได้วางกลไกในการป้องกันไว้แล้ว และหากทุกคนช่วยกันทั้งช่วยกันสอดส่อง และช่วยกันหาเสียง เราจะไม่แพ้การเลือกตั้งอย่างแน่นอน
    ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยมีโอกาสที่จะชนะ ส่วนข้อกังวลของสมาชิกพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ว่า จะมีการทุจริตมีโกงการเลือกตั้งหรือไม่นั้น เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ กกต.ต้องเพิ่มหน่วยเลือกตั้งจากเดิมที่มีกว่า 200 หน่วยเลือกตั้ง เพิ่มเป็น 350 หน่วยเลือกตั้ง และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้สั่งการให้จัดสรรบุคคลเพื่อทำหน้าที่สังเกตการณ์ในหน่วยเลือกตั้งเพื่อป้องกันการทุจริตอีกด้วย
    นายอดิศรยังได้ปรึกษาที่ประชุมอีกว่า ขอถามที่ประชุมอีกว่า ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ทางพรรคเราได้เตรียมการในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม., อบจ. และ อบต.อย่างไร
    นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคเตรียมตัวเยอะมาก แต่ยังต้องมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคด้วยว่า พรรคจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ไหนบ้าง ขอยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย ปราศจากการโกง เราจะร่วมกันผนึกกำลังเพื่อทำให้พรรคเพื่อไทยก้าวหน้าต่อไป  
    มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคนั้น นายสมพงษ์ได้กล่าวกับที่ประชุมตอนหนึ่งว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จากเดิม 29 คน แม้รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะลาออกและพ้นจากความเป็นสมาชิกไป 3 คน ทำให้เหลือคณะกรรมการบริหารพรรค 26 คน ขอให้สมาชิกมั่นใจ กรรมการทั้ง 26คน สามารถขับเคลื่อนพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งต่อไปได้ ดังนั้นจึงยังไม่ต้องแต่งตั้งใครให้เข้ามาทำหน้าที่
    สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันทั้ง 26 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายไพจิต ศรีวรขาน รองหัวหน้าพรรค, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค, นายวิทยา บุรณศิริ รองหัวหน้าพรรค, นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รองหัวหน้าพรรค, นายชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรค, นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองหัวหน้าพรรค, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค, นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรค, พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ รองหัวหน้าพรรค
    น.อ.นุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, น.ส.ละออง ติยะไพรัช รองเลขาธิการพรรค, นายจตุพร เจริญเชื้อ รองเลขาธิการพรรค, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค, นายศราวุธ เพชรพนมพร รองเลขาธิการพรรค, นายสุรชาติ เทียนทอง รองเลขาธิการพรรค, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค
    นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค, นายประพนธ์ เนตรรังษี กรรมการบริหารพรรค, นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค
    วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ในการประชุม กกต. สำนักงาน กกต.ได้เสนอผลการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีการร้องเรียนการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 ลำปาง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่ก่อนหน้านี้ กกต.ได้มอบหมายให้ไปตรวจสอบว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และมีความเห็นเสนอว่าเห็นควรที่ กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง ประกอบกับความเห็นของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปางในทำนองเดียวกัน กกต.จึงมีมติประกาศให้นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง
    อย่างไรก็ตาม การประกาศผลดังกล่าวไม่เป็นการตัดหน้าที่และอํานาจของ กกต.ที่จะดําเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะได้ประกาศผลการเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตาม
    ขณะที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่าการดำเนินการของ กกต.ที่ผ่านมา ได้แบ่งเขตเลือกตั้ง อบจ.ครบทั้ง 77 จังหวัดแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีการทยอยส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบถ้วนทั้ง 77 จังหวัดแล้ว แต่ข้อมูลที่ส่งไปมีรายละเอียดเยอะ หน่วยงานที่รับผิดชอบการประกาศก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
    ล่าสุดการแบ่งเขตเลือกตั้ง อบจ. ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 19 จังหวัด ที่เหลือคงทยอยประกาศไปเรื่อยๆ ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งเทศบาลเสร็จไปแล้ว 55 จังหวัด เหลือรอเสนอ กกต.อีก 22 จังหวัด คาดว่าคงจะเสร็จได้โดยเร็ว ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้ง อบต.นั้น ไม่ต้องแบ่ง เพราะตามกฎหมายให้ใช้หมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง นอกจากนั้นยังมีการเตรียมการเพื่อตั้ง กกต.ท้องถิ่นไว้แล้ว รวมทั้งการเตรียมการส่วนอื่นๆ ดังนั้นหากรัฐบาลประกาศพร้อมเมื่อไหร่ เราก็พร้อม.

 


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก