เด็กเพื่อไทยชงแบงก์รัฐเร่งปล่อยสินเชื่อช่วงโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

22 ก.ค.2563 -  นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มาตรการทางการเงินที่ใช้รับมือโควิด-19 แบ่งได้สองช่วง ช่วงแรกคือป้องกันภาวะตกใจเกินจริงของตลาดเงินทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ เพื่อให้ระบบการเงินสามารถทำงานเป็นแหล่งทุนต่อไปได้ในสภาวะที่ประชาชนอยากถือเงินสด ช่วงที่สองคือการกระจายสภาพคล่องเข้าไปในระบบเศรษฐกิจจริง ให้เพียงพอให้ธุรกิจอยู่รอด ซึ่งในส่วนที่สองกำลังมีปัญหามาก สภาพคล่องที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้เพียงพอ แต่ปัญหาคือมันไม่ได้ถูกจัดสรรไปที่ภาคเศรษฐกิจจริงตามต้องการ ภาวะสภาพคล่องที่ล้นตลาดนี้ไปหมกอยู่ที่ตลาดหุ้น และไปหมกอยู่ที่ เงินฝากจนล้นธนาคาร แต่เป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบหาบเร่แผงลอย ร้านอาหารริมทาง ฯลฯ คนเหล่านี้กลับอยู่ในภาวะตะเกียกตะกายวิ่งหาสภาพคล่อง แต่เข้าไม่ถึง

นายเผ่าภูมิระบุว่า ซอฟท์โลนในระดับหลักการนั้นดี แต่ความสำเร็จของมันอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียดว่าจะผลักสภาพคล่องลงสู่ส่วนที่มีปัญหาจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่อนุมัติกรอบวงเงิน ตัวชี้วัดของธนาคารพาณิชย์ คือ กำไรสูง เอ็นพีแอลต่ำ ความเสี่ยงต่ำ ผลคือธุรกิจความเสี่ยงสูงจากโควิด ขาดสภาพคล่อง แต่โดนปฏิเสธ 

“ผมเห็นความพยายามของธนาคารแห่งประเทศไทยในการกระตุ้นธนาคารพาณิชย์ให้ปล่อยกู้ แต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ประเทศไทยมีอีกหนึ่งเครื่องมือหนึ่งที่มีพลัง แต่ยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก คือ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ทำหน้าที่เสมือนธนาคารพาณิชย์ แต่มีภารกิจเพื่อตอบสนองมาตรการของรัฐ แม้จะต้องขาดทุน ซึ่งสิ่งเร่งด่วนที่ต้องทำขณะนี้คือ จัดสรรสภาพคล่องไปถึงมือคนเดือดร้อนจริงให้ได้ ผมมองว่าเมื่อธนาคารพาณิชย์ไม่พร้อมเสี่ยง แบงก์รัฐจึงต้องเข้าสอดรับบทบาทตรงนี้ ยกระดับการช่วยเหลือประชาชน กล้าได้กล้าเสียกล้าเสี่ยง มากขึ้น พึงระลึกไว้ว่าตัวชี้วัดของแบงก์รัฐไม่ใช่กำไร ไม่ใช่เอ็นพีแอลต่ำๆ ไม่ใช่ BIS Ratio สูงๆ แต่หากเป็นประสิทธิภาพในการตอบสนองรัฐและอุดช่องว่างสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ทำไม่ได้ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้เสียบ้างในภาวะแบบนี้ ย่อมดีกว่ากอดเงินเอาไว้ แล้วปล่อยให้ธุรกิจค่อยๆตายลง”
 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก