ชาวชุมพรผวาแก๊งค้ามนุษย์ลักลอบขนแรงงานพม่า 32 คนจากมาเลเซีย ตรวจโควิดพบมีไข้สูง 7 คน


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สมาคมชาวประมงร่วมใจชุมพร หมู่ที่ 6 ตำบลปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร นพ.อนุ ทองแดง รองนายแพทย์ สสจ.ชุมพร พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร นายสมศักดิ์ ชุมพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลปากน้ำชุมพร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทีมปฏิบัติการควบคุมโรคจากสำนักงานสาธารณสุข และโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เข้าร่วมสอบสวนโรคชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย จำนวน 32 คน แยกเป็นหญิง 8 คน ชาย 24 คน ทั้ง 32 คน มีอายุระหว่าง 21-47 ปี โดยเฉพาะผู้หญิง 8 คน อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ 4 คน เพื่อตรวจ PRC คัดกรองหาเชื้อโควิด-19 หลังจากชาวเมียนมาทั้งหมดถูกแก๊งค้าแรงงานมนุษย์พามาปล่อยทิ้งไว้ในสวนปาล์มน้ำมันของชาวบ้านพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร

จากการสอบสวนทราบว่าชาวเมียนมาทั้งหมด 32 คน รับจ้างทำงานอยู่ในประเทศมาเลเซียแล้วได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ตกงานมานานกว่า 3 เดือน อยู่ในประเทศมาเลเซียมีความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบาก จึงใช้เงินเก็บที่สะสมไว้ว่าจ้างให้แก๊งค้าแรงงานมนุษย์ชาวไทย คนละ 20,000 บาท พาหลบหนีเข้าประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านอำเภอสะเดา จ.สงขลา มากับรถยนต์กระบะติดกรงเหล็กหรือรถรั้ว เพื่อจะกลับประเทศเมียนมาทางชายแดนด้าน จ.ระนอง

แต่เมื่อมาถึงในพื้นที่ จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่มีการตั้งด่านตรวจคุมเข้มทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง จึงทำให้แก๊งค้ามนุษย์พาชาวเมียนมาทั้งหมดมาปล่อยทิ้งไว้ในสวนปาล์มชาวบ้านพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่ายาง อ.เมืองชุมพร จนมีชาวบ้านไปพบแล้วแจ้งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจ สภ.ปากน้ำชุมพร ไปตรวจสอบทั้งหมดเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวไปกักกันเข้าสู่กระบวนการตรวจโรคหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากลักลอบหลบหนีมาจากประเทศมาเลเซียที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ทีมปฏิบัติการควบคุมโรค ต้องใส่ชุดป้องกันทางการแพทย์ตามมารตการทางสาธารณสุขอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทำการตรวจ PRC คัดกรองโรคหาเชื้อโควิด-19 ชาวเมียนมาทั้ง 32 คน ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง พบว่ามีไข้สูงถึง 7 คน เป็นชาย 6 คนหญิง 1 คน เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวออกทันทีนำไปที่ห้องควบคุมโรคโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ส่วนชาวเมียนมาที่เหลือถูกควบคุมตัวไว้ที่สมาคมชาวประมงร่วมใจชุมพร เพื่อรอการสอบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายฐานเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และขยายผลติดตามจับกุมแก๊งค้าแรงงานมนุษย์ที่รับจ้างนำชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยต่อไป

ด้าน นพ.อนุ ทองแดง รองนายแพทย์ สสจ.ชุมพร กล่าวว่า แรงงานทั้งหมด 32 คน เข้าสู่กระขบวนการสอบสวนโรคนำสิ่งส่งตรวจในช่องปากไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วจะรู้ผลในวันที่ 23 ก.ค. ส่วนผู้ที่มีไข้ขึ้นสูง 7 คน ได้แยกตัวนำไปรักษาในห้องควบคุมโรคที่โรงพยาบาลแล้ว เราจะรักษาดูแลชาวเมียนมาทั้งหมดตามหลักสิทธิมนุษยชนเหมือนกับคนไทยทุกประการเพื่อเป็นกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นพ.อนุ กล่าวต่อว่า ปัญหาจากกรณีดังกล่าวต้องขอชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ จ.ชุมพร ที่ยังมีมาตรการเข้มข้นเพราะที่ผ่านมาสามารถสกัดจับกุมชาวต่างด้าวหลบหนีมาจากประเทศมาเลเซียได้ถึง 3 ครั้ง จำนวนเกือบ 100 คน ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมขบวนการเหล่านี้ถึงได้หลบหนีด่านจากชายแดนประเทศมาเลเซียมาจนถึง จ.ชุมพร ได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ดำเนินกับชาวเมียนมาทั้ง 32 คน ชาวบ้านในละแวดใกล้เคียงที่รู้ข่าวได้โทรศัพท์มาต่อว่ากับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ห้ามไม่ให้นำชาวเมียนมาทั้งหมดที่หลบหนีมาจากประเทศมาเลเซีย กักตัวหรืออาศัยอยู่ในสมาคมชาวประมงร่วมใจชุมพรอย่างเด็ดขาด และเตรียมรวมตัวกันประท้วง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวชาวประมงใช้ทำงานและทำกิจกรรม ซึ่งอยู่ในย่านชุมชนหนาแน่นและใกล้กับท่าเทียบประมงปากน้ำชุมพร หวั่นว่าจะเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ภายหลังได้มีการเจรจาตกลงกันได้โดยเจ้าหน้าที่รับปากจะใช้มาตรการทางสาธารณสุขที่เข้มข้นและยืนยันจะเร่งรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจ

นอกจากนั้นยังเป็นข้อสังเกตของฝ่ายเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องใน จ.ชุมพร ว่ามาตรการตั้งด่านตรวจสกัดคัดกรองตามจังหวัดต่างๆในภาคใต้ ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นจริงจังตามนโยบายรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา จ.ชุมพร สามารถสกัดจับแก๊งค้าแรงงานมนุษย์ลักลอบขนชาวเมียนมาจากประเทศมาเลเซียได้ถึง 3 ครั้ง เกือบ 100 คน

ครั้งแรกจับกุมได้ขณะลักลอบมากับรถตู้ในพื้นที่ อ.หลังสวน จำนวน 24 คน ครั้งที่ 2 จับกุมได้ในพื้นที่ อ.ละแม ลักลอบมากับรถตู้จำนวน 23 คน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ลักลอบมากับรถกระบะรั้วนำมาปล่อยทิ้งไว้ในสวนปาล์มจำนวน 32 คน ซึ่งหากจังหวัดต่างๆทางภาคใต้ยังปล่อยปละละเลยให้แก๊งค้าแรงงานมนุษย์ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวจากประเทศมาเลเซียหลบเข้ามาในประเทศไทยอยู่เช่นนี้ อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบสองอีกอย่างแน่นอน