นายกฯ ขอบคุณ 'บัวแก้ว' ด่านหน้าดูแลคนไทยต่างแดน พากลับบ้านแล้ว 6 หมื่นคน ย้ำต้องไม่ทิ้งกัน


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.ค.63 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ว่า ขอบคุณ กต. เจ้าหน้าที่ทั้งในและต่างประเทศในการเป็นด่านหน้าในการดูแลพี่น้องคนไทยในต่างแดน วันนี้ได้นำคนไทยกลับจากต่างประเทศประมาณ 6 หมื่นคน โดยผ่านการคัดกรองทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ขณะเดียวกันยังมีคนค้างอยู่จำนวนมากพอสมควร ในเรื่องการดูแลให้สิ่งของอุปโภคบริโภคได้ทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่ไม่ได้กลับมา เราไม่ทิ้งกันไม่ว่าอยูที่ไหนก็ตาม ในประเทศก็ต้องไม่ทิ้งกัน รัฐบาลมีนโยบายอย่างนั้นอยู่แล้ว

นายกฯ กล่าวว่าขอให้กำลังใจทุกคนทำงานด้วยความสุข ตั้งใจ ซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร และอดทน สำหรับระยะต่อไปเป็นการเตรียมการเปิดโรงงานรับแรงงานต่างด้าว ซึ่งจะต้องมีมาตรฐานในการคัดกรอง ความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีความต้องการแรงงาน เพราะหลายอย่างรัฐบาลรับเองไม่ไหว ดังนั้นต้องช่วยกัน ตนได้ให้แนวทางไปแล้ว เมื่อไหร่ อย่างไร เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที

"เราต้องเตรียมความพร้อมการรองรับคน โดยจะรับคนแต่ไม่รับโรคโควิด-19 เข้ามา หลายคนต้องช่วยกัน ทุกคนต้องติดตามมาตรการของภาครัฐเพื่อจะได้มีส่วนร่วมในมาตรการของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่เพื่อลดความขัดแย้ง ใครจะทำผิดทำถูกอย่างไรประชาชนรู้ บางครั้งรัฐบาลกำชับไปก็ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วม จะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มันต้องร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงที่จะเสียมากกว่าได้ อย่าลืมว่าวันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจพร้อมๆกับสุขภาพ ซึ่งสุขภาพเราทำได้ดีมากในขณะนี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า วันนี้ต้องทำงานแบบนิว นอร์มอล เร่งรัดสร้างการรับรู้ ช่องทางการสื่อสาร โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลระบบออนไลน์ ขอให้ทุกคนติดตาม เพราะบางครั้งเรื่องมีสาระคนไม่อยากอ่าน ตนไม่ได้ว่าใคร แต่บางครั้งมันเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน ขอให้หน่วยงานปรับวิธีการนำเสนอเพื่อให้เข้าใจง่าย ขอให้ติดตามว่าประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้นในปีนี้และอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะถือเป็นความหวังของประชาชน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียวที่จะเป็นผู้กำหนด เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้ง หลายอย่างรัฐบาลพยายามทำ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน แต่ภาครัฐจะต้องทำให้ดีที่สุดให้ประชาชนเห็น ถ้าจ้องแต่โครงการใหญ่ๆอย่างเดียว โดยไม่ดูพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ ก็จะทำให้โครงการใหญ่เกิดไม่ได้ ส่งผลกระทบให้โครงการพื้นฐานเล็กๆ ทำไมได้ด้วย

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้มองว่า 5 ปีที่ผ่านมาประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และ 1 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทั้งหมดได้รับการสานต่อมาอย่างไร และเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยขจัดอุปสรรคแต่ละปีให้ได้ วันนี้เน้นย้ำการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งมีหลายงบประมาณ รวมถึงการโอนงบปี 63 มาส่วนหนึ่ง และงบฟื้นฟูทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน รัฐบาลจำเป็นต้องพูดคุยหารือรายละเอียด ซึ่งมีกรอบอยู่แล้ว ข้อสำคัญการจะทำอะไรก็ตามจะต้องได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องบริหารจัดการพื้นที่ข้างล่างร่วมกับท้องถิ่นและประชาชน เพื่อให้สิ่งต่างๆ ตรงความต้องการของประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจเหล่านี้ให้ได้ และต้องมองในส่วนของผู้ประกอบการ นักธุรกิจด้วย ไม่ใช่ว่าดูแลคนรวยคนจน มันไม่ใช่ เป็นคนละมิติกัน สิ่งสำคัญต้องทำให้เกิดการจ้างงานมากยิ่งขึ้น และไม่ทำให้เขาล้มละลาย แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่

“ขอย้ำว่างบประมาณที่ได้มาจากการจัดเก็บรายได้ของประเทศ ช่วงนี้การจัดงบประมาณเป็นงบฟื้นฟูที่มาจากเงินกู้จะต้องผ่อนชำระเขา ถ้าเราไม่ร่วมฟื้นฟูกันในตอนนี้ บ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพแล้วจะหาเงินจากไหน ในวันข้างหน้าทั้งการขับเคลื่อนประจำปีและแผนงานระยะยาว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"