จับตาชงเช็กบิล 'วิระชัย'! เพิ่มเก้าอี้แต่งตั้ง 'นายพล'


เพิ่มเพื่อน    

 

         หากทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุม 2 วงใหญ่ที่ต้องจับตา ซึ่งผลของการประชุมอาจจะทำให้ทิศทาง "กรมปทุมวัน" ในอนาคตเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี

            ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

            เริ่มจากเวลา 09.30 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 6/2563 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร.

            แม้ตามวาระการประชุมที่แจ้งไว้จะมีเพียงการเสนอเพื่อทราบ ทั้งรายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.วินัย, อุทธรณ์และบริหารทรัพยากรบุคคล, รายงานการออกระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านป้องกันปราบปราม ด้านสืบสวน และด้านจราจร พ.ศ.2563 และรายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของ ก.ตร.ในการประชุมครั้งที่ 6/2560 กรณีหารือแนวทางเยียวยาตามคำพิพากษาศาลปกครองเกี่ยวกับการแต่งตั้ง

            นอกจากนี้ยังมีวาระเสนอเพื่อพิจารณา ทั้งการขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย, การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนักบิน, การกำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงชื่อ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 เป็น กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ ในสังกัด บช.ก.

            รวมทั้งการกำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับการจัดตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และการปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ บก.สสท. สังกัด สทส. และการพิจารณาวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการที่กำหนดขึ้นใหม่

            แต่วาระที่น่าสนใจและถูกจับตาเป็นพิเศษคือ วาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ เพราะมีกระแสข่าวลือ มีกระแสข่าวสะพัด ในทำนองอาจจะมีการเสนอผลสอบสวนข้อเท็จจริง กรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มีพฤติการณ์และการกระทำส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่การอำนวยความยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้วงประชุม ก.ตร.รับทราบ

            ผลสอบดังกล่าวที่ถูกรายงานจะสอดรับกับกรณีที่สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กมค.) เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.วิระชัย ฐานผิด พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 21 เรื่องห้ามการดักฟังทางโทรศัพท์หรือข้อมูลสื่อสารอื่นใด

            พร้อมทั้งแจ้งวงประชุม ก.ตร.ถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้ พล.ต.อ.วิระชัย ออกจากราชการไว้ก่อน

            ส่งผลเก้าอี้ "รอง ผบ.ตร." ของ พล.ต.อ.วิระชัย จะว่างลง!!!

            ในวันเดียวกัน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเดชาวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

            โดยคาดว่าน่าจะมีการนำผลการประชุม ก.ตร. เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้ พล.ต.อ.วิระชัยออกจากราชการไว้ก่อน รายงานให้ที่ประชุม ก.ต.ช.รับทราบ

            เมื่อเก้าอี้ "รอง ผบ.ตร." ว่างลง 1 ตำแหน่ง ก็จะทำให้ในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตำแหน่ง "รอง ผบ.ตร.-ผบก." หรือ "โผนายพล" วาระประจำปี 2563

            เก้าอี้ "รอง ผบ.ตร." ที่ว่างอยู่ 2 เก้าอี้ จาก พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ และรอง ผบ.ตร. ขยับขึ้นไปเป็น ผบ.ตร. แทน "บิ๊กแป๊ะ" 1 เก้าอี้ ก็จะเพิ่มเก้าอี้ของ พล.ต.อ.วิระชัยอีก 1 ตัว ทำให้ปีนี้ รอง ผบ.ตร.ว่าง 3 เก้าอี้

            ไล่เรียงไปถึงผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 5 เก้าอี้ จาก 3 เก้าอี้ที่ขึ้นไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ประกอบด้วย พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ, พล.ต.อ.ศักดา ชื่นภักดี และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร รวมกับผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ขยับขึ้นไปเป็นรอง ผบ.ตร.อีก 2 เก้าอี้ ก็จะได้เพิ่มอีก 1 เก้าอี้ เป็น 6 เก้าอี้

            ระดับ ผบช.ว่าง 12 เก้าอี้ จากผู้ที่เกษียณอายุราชการ ประกอบด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ จตร. (หน.จต.), พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.สตส. และ พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) รพ.ตร. ก็เพิ่มเป็น 13 เก้าอี้ ระดับรอง ผบช.ว่าง 42 ตำแหน่ง ก็เพิ่มเป็น 43 เก้าอี้ และ ผบก.ว่าง 76 ตำแหน่ง ก็เพิ่มเป็น 77 เก้าอี้

            ส่งผลให้ผู้ที่ทำ "โผนายพล" ครั้งนี้ได้หายใจหายคอขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวลือมาตลอดว่าทั้งระดับรอง ผบ.ตร. ลงมาถึง ผบช. บัญชีแต่งตั้งกระเบียดกระเสียร โควตาถูกจองกันจนล้นเก้าอี้

                หากทุกอย่างเป็นไปตามล็อก เป็นไปตามกระแสลือที่เกิดขึ้น ก็ดูจะเข้ากับสำนวน

                "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" จริงๆ.

            


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'