เปิดใจ'ดี้ ชนานา'กับการแต่งงานที่ทำให้หมดตัว!


เพิ่มเพื่อน    

 

          รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ดร.เสรี วงษ์มณฑา เปิดใจสัมภาษณ์ ดี้-ชนานา นุตาคม กับบทบาทแม่หม้าย และการใช้ชีวิตในฐานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว  
          "เข้าวงการได้ยังไงเหรอ จริงๆไม่ได้อยากเป็นนักแสดงเลย แต่มีเพื่อนเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า ณ วันนึงนางแบบเขาขาด เพื่อนเลยลากให้เดินแฟชั่น
          คนจีบเยอะไหม สมัยเป็นสาวบันไดไม่แห้งค่ะ ดิฉันก็หนึ่งในตองอู ก็เยอะ สลับสับคิว คนจีบเยอะ แต่ถามว่าชอบใครง่ายๆไหม ก็ไม่ง่ายนะ บอกปฏิเสธเยอะ บางคนยังไม่เริ่มเป็นแฟนเลย เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า เขาก็เป็นลูกคนรวย ขับรถอัดชนกำแพงโชว์เลย เบนซ์สปอร์ตพุ่งชนกำแพงเลยค่ะ เราก็คิดว่าเราโชคดีที่ไม่เลือกคนนี้ มันโง่ว่ะ รถแพงๆมันยังชนเลย ถ้าเป็นแฟนมันคงชนเรา วิเคราะห์แล้ว และใช้ความรุนแรง ถ้าแต่งงานกันมันคงตบเราเดี้ยงติดกำแพง คงไม่ใช่แค่รถ คิดแล้วว่าไม่ใช่ทาง โง่ไม่เอา รุนแรงไม่เอา รวยแล้วโง่ไม่เอาค่ะ
          ที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกคุณหนูที่ไม่เวิร์ก นักธุรกิจดีๆก็มีนะ แต่เขาทำงานตลอดเวลา แต่เราเป็นคนอาร์ตติส อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ชอบเที่ยว และชอบวาดรูป เขียนหนังสือ พวกที่รวยจริงๆ นักธุรกิจก็คนละแบบกับเรา ให้เราไปนั่งแต่งตัวนับเงินมันก็เหนื่อย เพราะชีวิตจริงเราไม่ใช่คนชอบแต่งตัว เราชอบแบบธรรมชาติมากกว่า ถ้าเป็นแฟนนักธุรกิจคงตื่นเช้า เสื้อผ้าหน้าผมแน่น ไม่ใช่คาแรคเตอร์เรา

 


          ผู้ชายเข้ามาเป็นสิบๆให้เลือกแต่ไม่เลือก ส่วนคนที่ตกลงปลงใจเขาเรียกว่ากราฟชีวิตตก พอถึงเวลาเลือกจริงๆ อาจดวงเราต้องเป็นแม่ม่าย เวลาเราเลือกอะไร เราก็เลือกแบบปัญญาอ่อนมากๆ ตอนนั้นอายุ 25 เบญจเพส สมัยก่อนมีความคิดว่าถ้าอายุเลย 25 ไปมีลูกแล้วจะโง่ แต่พอแต่งไปแล้วเราถึงรู้ว่าฉันนี่แหละที่โง่ที่ไปแต่งงาน(หัวเราะ) ตอนที่เลือกดี้ไม่ได้เลือกรวยเป็นหลัก เราเห็นว่าเขาพูดดี พูดเก่ง เขาบอกว่าเขามาจากครอบครัวที่แตกแยก ดี้ก็มาจากครอบครัวที่แตกแยก เขาจะทำครอบครัวให้ดี แต่พอเวลาแต่งไปจริงๆ มันกลับไม่ใช่ ก็โอเค เราได้เป้าหมายมาคือได้ลูก พอไม่ใช่ปุ๊บ เราก็เอาลูกออกมา และเลิกค่ะ
          ดี้คำนวณว่าลูกออกมาต้องตัวสูง ดี้อยากได้ลูกสาว แต่งงานเพราะอยากมีลูก ดี้เกิดมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่ากัน อยู่กับคุณยายมาตลอด ฉะนั้นดี้ต้องการมีลูกของตัวเอง ถึงเลือกแต่งงาน ก็คำนวณว่าพ่อพันธุ์อันนี้นะ ลูกฉันต้องออกมาสูง ดี้มองเขาเป็นแค่นั้นจริงๆค่ะ เขาไม่รู้ตัวหรอก แต่ก็เหมือนผู้หญิงปัจจุบันที่ไปฉีดยาให้มีลูกได้ แต่ยุคนั้นไม่ฉลาดขนาดนั้น เราก็ต้องการพ่อพันธุ์ ฉันคำนวณว่าตานี่สูงดี ลูกฉันออกมาอย่างน้อยๆสูง ลูกฉันต้องหน้าตาโอเค คิดแค่นั้นจริงๆ

 


          ดี้เห็นเขามานาน เป็นแฟนเพื่อนเรา เขาผ่านมาเยอะมาก สมัยก่อนเขาหน้าตาดี ซึ่งมีไม่กี่คน ตัวสูงๆเป็นนักเรียนนอก รู้จักนาน แล้วอย่างที่บอกเหมือนช่วงผีผลัก เขามาพูดดีๆกับเรา เราก็โอเค แล้วก็นั่นแหละ มันก็อยู่กันไม่ได้ อยู่กันสองปีมีลูกสองคน จบข่าว ระหว่างทางไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย เขามีปัญหาชีวิตของเขาเยอะมาก ระหว่างแต่งก็ไม่เคยอยู่ด้วยกัน ดี้จึงไม่รู้จักชีวิตครอบครัวเป็นยังไง เขามีปัญหาด้านการเงิน หนีหนี้ตลอด ได้ลูกมาสองคนก็เลิก เลิกกับการที่เงินเราในแบงค์สูญหมดเลย ตอนนั้นกำลังมีชื่อเสียงมาก ละครหางเครื่องกำลังออนแอร์ เราก็มูฟออกมา เริ่มต้นใหม่จากศูนย์ เอาลูกออกมาสองคน เงินไม่เหลือเลย
          ตอนนี้เจอหน้ากัน ยังคุยกันได้ ก็ยังให้ลูกไปเจอถ้าลูกอยากเจอ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พลาดในชีวิต แต่เราก็ได้ลูกมา เราก็อภัยไป เพราะไม่รู้จะโกรธเพื่ออะไร เงินหายมันก็ช่วยไม่ได้ มันก็เหมือนว่าแต่งงานกันคิดว่ากระเป๋าเดียวกัน ก็เลยให้ เราไม่อยากพูดอะไรมาก เรื่องลึกมีเยอะ ไม่อยากประจานใดๆ ทั้งสิ้น มันผ่านไปแล้วก็คือผ่าน คุยกันได้ แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไร เขาก็ไปมีลูกอีกเยอะแยะไปหมดเลย

 

ดี้กับลูกฃาย


          การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ชีวิตก็อย่างที่บอก ถ้าคิดจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวคุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม ต้องให้เวลา ยิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่าใช้แต่อำนาจไปสอนเขา ยิ่งมีลูกชาย ก็อยากบอกแม่เลี้ยงเดี่ยวว่าอย่าไปยึดเขาเป็นสรณะ อย่าเอาอำนาจไปจิกๆเขา ต้องแลกเปลี่ยนความคิดกับเขา ลูกชายเรา เราไม่เลี้ยงแบบเพื่อน แต่เราจะเลี้ยงแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง คุยกันได้ทุกเรื่อง แต่เราต้องเป็นรุ่นพี่เขา เรื่องการดำเนินชีวิตให้ถูกต้องเราสอนเขาได้ แต่เรื่องการใช้ชีวิตแบบโมเดิร์นเราต้องรับเขาด้วย โลกของความทันสมัย และต้องติดตามเหตุการณ์ให้ทันด้วย คุณถึงจะคุยกับลูกรู้เรื่อง ไม่ใช่นั่งจิกเอาเรื่องโบราณมาสอนอย่างเดียว โดยเฉพาะลูกชาย
          เราต้องทำตัวอ่อนแอให้เขาเป็นผู้นำบ้าง ขนาดลูกดี้ตอนที่ดี้จะถึงคราวต้องแยกกับแฟนที่เป็นลูกครึ่ง เขารู้ว่าเราเฮิร์ตเพราะรักกัน แต่ผู้ใหญ่ทำให้เราต้องเลิก ไปรับลูกที่โรงเรียนวชิราวุธ คุยให้ลูกฟัง ตอนนั้นลูกอายุ 12 เขาก็บอกว่าคุณแม่ไม่ต้องเสียใจ คุณแม่ไปเที่ยวเลย ไม่ต้องร้องไห้ ไปเที่ยวได้เลย ซึ่งเขาอายุ 12 เองค่ะ คุยกันเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้อง
          เรื่องผู้หญิงของลูก ไปถามลูกได้ ดี้บอกให้เขาให้เกียรติผู้หญิง ถ้าทะเลาะกันอย่ามาฟ้อง แม่ต้องเข้าข้างผู้หญิงก่อน เพราะเขาเป็นเพศหญิง เขาให้เกียรติมาเป็นแฟนเราก็ดีแล้ว ลูกกับดี้สนิทกันมาก ลูกจะรู้เลยว่าคนไหนคบแล้วเราโอเค เขาไม่ได้เอากะเรี่ยกะราดมาให้เราปวดสมอง แม่ก็ติสต์ๆ แบบนี้ ลูกจะรู้เลยว่าแฟนลูกไม่จำเป็นต้องรวย แต่ขอให้มีการศึกษา เข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ปัญหาถึงไม่มี ต้องไม่โง่ ช่วยกันทำมาหากิน ต้องมีอะไรซัปพอร์ตซึ่งกันและกัน ชีวิตเป็นของเขา ไม่ใช่ชีวิตเรา เราดูแค่ห่างๆ ถ้าเขาเข้ากันได้ก็เป็นสิ่งที่ดี จะได้ไม่ต้องมาปวดหัว ไม่ใช่แม่ที่หวงลูกชาย แต่เรามองก็จะรู้ว่าคนนี้รอด คนนี้ไม่รอด แต่ก็ให้เขาคิดเอาเอง บางคนมาสวยเหมือนซูเปอร์โมเดล เราว่าคนนี้ไม่รอดเพราะลูกเราเซอร์ เราจะรู้ว่าคนไหนเข้ากันได้ คนไหนเข้ากันไม่ได้ และมันจะเป็นไปตามนั้น"

 

 

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม chanana_dee

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน