เมื่อต้องเจอกับ “ดวงตก 2 ชั้น”


เพิ่มเพื่อน    

 

      เห็นข่าวแวบๆ ว่า...คุณโหร เจ๊ฟอง หรือคุณน้อง ฟองสนาน อดีตนักข่าวประเภท เล็กดี-รสโต ที่หันไปเอาดีทางโหร ทางดูดวง ดูหมอ จนดังระเบิดเถิดเทิง พอๆ กับหมอดู อีทีเมืองไทย เอาเลยถึงขั้นนั้น ท่านออกมาดูดวงนายกฯ บิ๊กตู่ เอาไว้ชนิด ฟังแล้วออกจะปวดเฮด มึนหัว อยู่พอสมควร คือบอกว่ากำลังอยู่ในช่วง ดวงตก 2 ชั้น อะไรประมาณนั้น...

            -------------------------------------------

            คือไม่ว่าดวงเมือง ดวงบุคคล จะมีลักษณะเป็นชั้นๆ แบบขนมชั้น ขนมบ้าบิ่น หรือมีลักษณะเป็นดวงๆ แบบขี้กลาก แบบเชื้อรา อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ แต่คุณโหร เจ๊ฟอง หรือคุณน้อง ฟองสนาน ท่านพยายามแจกแจงให้เห็นว่า เป็นเพราะ พระเสาร์จร และ พฤหัสฯ จร เข้าสู่ภพอันไม่พึงปรารถนา หรือที่ท่านเรียกว่า ภพวินาสน์ เลยน่าจะเป็นตัวส่งผลให้นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ดวงชะตาของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ จึงเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่น ขวัญสยอง น่าขนลุก ขนพอง อยู่พอสมควร...

                          -------------------------------------------

            แต่ถึงกระนั้น...ท่านก็ยังพอมีความห่วงใย ความปรารถนาดี ที่จะชี้แนะ ชี้นำ ไว้ล่วงหน้า ว่าถ้าผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาลรายนี้ สามารถลากไป-ลากมา เด้งเชือก ฉากหลบ ตัดเวทีออกมาเต้นย็อกๆ แย็กๆ ไปจนถึงช่วงเวลาประมาณกลางๆ พฤศจิกายน หรือประมาณวันที่ 13 พ.ย.เป็นต้นไป ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็จะกลับมาดีขึ้นๆ ไปตามลำดับ หรือสามารถที่จะรอดปากเหยี่ยว ปากกา หรือปากอะไรก็แล้วแต่ กลับมาเป็น จันทร์โอชา หรือ แจ่มจันทร์แน่นวล ได้เหมียนเดิม ซึ่งจริง-ไม่จริง..ก็คงต้องไปดูหมอ แทนที่จะให้หมอดูกันเอาเองก็แล้วกัน...

                           ---------------------------------------------

            แต่ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย...ก็คือภายใต้ช่วงระหว่างการลากไป-ลากมา จากกลางกรกฎา. ไปถึงกลางพฤศจิกา. หรือช่วงระหว่างสี่ซ้าห้าเดือน นับจากนี้ คุณน้องโหร เจ๊ฟอง ท่านยังเสนอแนะเอาไว้ด้วยว่า อาจต้องอาศัยดวง นักเลง หรือ นักบู๊ เข้ามาช่วยประคับประคองอย่างเป็นพิเศษ ส่วนจะช่วยกันในแบบไหน อย่างไร และโดยวิธีไหน ท่านก็ไม่ได้บอกรายละเอียดแบบแจ่มชัด ตรงไป-ตรงมา หรือคงต้องหันไปดูดวงกันเอาเอง แต่ยังพอบ่งบอกเป็นนัยๆ หรือเป็นความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ว่าอาจต้องลอกแบบ เลียนแบบ อดีตนายกฯ และประธานองคมนตรี อย่าง ป๋าเปรม ผู้เคยได้ชื่อ ฉายา ว่า นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หรือต้องพร้อมที่จะ ฉับๆๆ กันเอาไว้มั่ง ทำนองนั้น...

                     -----------------------------------------------

            ส่วนจะ ฉับๆๆ กันแบบไหน อย่างไร ฉับใคร-ไม่ฉับใคร หรือฉับอะไร?? อันนี้...คงหนีไม่พ้นต้องหันไปดูหมอ หรือดูดวง กันอีกรอบ เพราะอะไรที่ควรฉับๆๆ หรือไม่ควรฉับๆๆ มันก็ออกจะมีอยู่ชนิดเยอะแยะตาแป๊ะไก๋ เช่น 4 กุมารและ 1 ฤาษี อันนั้น...ต้องเรียกว่า โดน “ฉับๆๆ” กันไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว แม้ไม่ได้เป็นไปตามสไตล์ นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่โดยสไตล์ นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำมูล-แม่น้ำชี ก็ออกจะสร้างความเจ็บปวด รวดร้าว ให้ผู้ที่ถูกฉับๆๆ กันไปมิใช่น้อย ส่วน 2 ส. 1 แฮงค์ และ 1 เฮ้ง ที่ถูก ยืมดาบฆ่าคน จะถูกฉับๆๆ ตามไปด้วยอีกหรือไม่ อย่างไร เห็นว่าคงต้องรอประมาณกลางๆ เดือนสิงหา.โน่นเลย ถึงพอจะรู้ว่าออกหัว ออกก้อย ออกพลังงาน หรือออกอุต-ส่าห์-หา-กรรม กันแน่...

                 ----------------------------------------------

            หรือแม้แต่ ม็อบเด็กๆ ที่ก็ยังไม่รู้ว่าควรจะฉับๆๆ กันในแบบไหน หรือไม่ อย่างไร ควรจะหันไปอาศัย นักบู๊ หรือ นักเลง เข้าช่วยเพื่อให้เกิด ม็อบ-ชน-ม็อบ แหลกลาญกันไปข้าง หรือควรจะเปิดกว้าง เปิดให้มีเสรีภาพตามตัวบทกฎหมาย ไม่ว่ากฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายการชุมนุม หรือจะปล่อยให้ค่อยๆ เหี่ยวปลาย ลงไปเอง อันนี้...ก็คงต้องหันไป ดูหมอ กันอีกนั่นแหละ ซึ่งออกจะเป็นอะไรที่มีอยู่เยอะแยะมากมายเสียเหลือเกิน มีทั้งประเภทบู๊ล้างผลาญชนิดกะจะชนกันลูกเดียว หรือประเภทที่ยังพอมีสติ มีศิลปะ ความประณีต ละเอียดอ่อน ไม่คิดจะฉับๆๆ แต่หันมาค่อยๆ เฉือนกันแทนที่...ฯลฯ...

                        ----------------------------------------------------

            แม้กระทั่งกรณี จอร์จ ฟลอยด์เมืองไทย หรือกรณี ลูกชายกระทิงแดง อันนี้...ก็ยังนึกไม่ออก ว่าควรจะฉับๆๆ กันในแบบไหน อย่างไร คือถ้าจะฉับๆๆ อัยการ หรือฉับๆๆ ตำรวจ มันคงฉับๆๆ กันไปนานแล้ว ตลอดช่วงระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา แต่เพียงแค่เฉือนๆ ไม่ถึงกับฉับๆ ก็ยังแทบไม่ได้แล่ ไม่ได้เฉือน อะไรเอาเลยแม้แต่น้อย การคิดจะมาฉับๆๆ กันในช่วงนี้ จึงออกจะเป็นอะไรที่แทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้ ว่า นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำมูล-แม่น้ำชี จะอาศัยดวงนักบู๊ นักเลง แทนที่จะอาศัยดวงนักสเกต นักเล่นกระดานโต้คลื่น อย่างเท่าที่เคยเป็นมา กันในแบบไหน ตอนไหน...

                         ----------------------------------------------------

            แต่ก็เอาเถอะ...การหันไปอาศัยผู้ที่ไม่ใช่นักบู๊ นักเลง แต่ถือเป็น บัณฑิตผู้เที่ยงธรรม ล้วนๆ อย่างอาจารย์ วิชา มหาคุณ มานั่งเป็นประธานการตรวจสอบ ทบทวน ความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ ถ้าสามารถนำไปสู่ การปฏิรูป ดังที่ประธานการตรวจสอบท่านตั้งเป้า ตั้งเจตนา เอาไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ออกมาแบบครั้ง พระอาจารย์บุญสร้าง ที่ต้องรูดไป-รูดมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ก็อาจพอช่วยให้อะไรต่อมิอะไรดูดีขึ้นมามั่ง เพราะสิ่งที่อยู่เหนือไปกว่า ดวง สามารถช่วยปกป้อง คุ้มครองใครก็ตาม ไม่ว่าดวงซวย หรือดวงตก ขนาดไหน อีกทั้งยังเคยช่วยให้ นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา อย่าง ป๋าเปรม อยู่ยงคงทน มาโดยตลอด นั่นก็คือสิ่งที่ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านว่าเอาไว้เมื่อวันวานนั่นแหละว่า ธัมโม หเว รักขติ ธัมมจาริง หรือ ธรรมะ...ย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม นั่นเอง...

                   ----------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก “ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9”... “การทำความดีนั้น โดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยาก และเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่...ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้ตัว...”.

                 -----------------------------------------------------

 

 

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน