จะ 'ยุติ' หรือ 'ลุยต่อ' หลังพบกุญแจสำคัญไขคดีโทโมโกะ


เพิ่มเพื่อน    

        ผ่านมา 13 ปีแล้วกับคดีการตายของ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นที่ถูกฆาตกรรมที่วัดสะพานหิน อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์สุโขทัย ในช่วงเวลากลางวันของวันที่ 25 พ.ย. เมื่อปี 2550 นับว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญที่คนทั้ง จ.สุโขทัยยังจดจำได้ดี และเป็นที่น่าสนใจระดับโลก

            แม้ตำรวจทำงานอย่างหนัก มีผู้ต้องสงสัยถูกสอบสวนมากกว่า 300 คน และวางเงินรางวัลนำจับนับแสนบาท แต่ก็ยังไม่สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ โดยหลักฐานที่หลงเหลืออยู่มีแค่สารคัดหลั่งที่ตรวจพบจากขอบกางเกงด้านหลังของ น.ส.โทโมโกะเท่านั้น

            ซึ่งคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้สืบคดีตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งเมื่อปี 2552 ตำรวจได้งดการสอบสวนเนื่องจากไม่พบความจริง แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ส่งเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดังในไทยเท่านั้น แต่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับข่าวนี้เช่นกัน ทำให้ไม่มีชาวญี่ปุ่นกล้าเข้ามาเที่ยวใน จ.สุโขทัย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว จึงมีการสอบสวน รวมถึงตรวจดีเอ็นเอผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่ม สุดท้ายกลับคว้าน้ำเหลว

            จนกระทั่งในช่วงที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ด้วยความที่เป็นคนในพื้นที่นั้นอยู่แล้ว จึงได้รุกหนักในคดีนี้มากยิ่งขึ้น จนได้รับเบาะแสที่สำคัญที่คาดว่าอาจจะปิดเกมได้ว่ามีผู้ต้องสงสัย น่าจะเป็นคนงานของฟาร์มหมูในละแวกนั้น มีการเก็บดีเอ็นเอของญาติคนงานฟาร์มหมู เนื่องจากคนงานฟาร์มหมูคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้เก็บดีเอ็นเอพี่ชายและพี่สาว รวมทั้งลูก ซึ่งครอบครัวดังกล่าวอยู่ที่ไต้หวัน โดยได้เก็บดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นอีก 14 ราย สุดท้ายปรากฏว่าไม่ตรงกับดีเอนเอที่ขอบกางเกงของ น.ส.โทโมโกะ

            ดูเหมือน ณ ขณะนั้น คดีนี้เรียกได้ว่ามืด 8 ด้าน มองไปทางไหนก็ไม่เจอแสงสว่าง แต่เมื่อไม่นานมานี้ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยว่า “ได้สกัดโครโมโซมจากดีเอ็นเอที่ขอบกางเกง พบเป็นโครโมโซม Y จำนวน 16 จุด แล้วนำไปพิสูจน์ทางวิชาการ วิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นชาติพันธุ์กลุ่มประชากรในเอเชียตะวันออก ซึ่งมี 7 กลุ่มประเทศ แต่ที่ยืนยันได้คือ ใน 7 กลุ่มไม่มีประเทศไทย” จึงทำให้สามารถล้างมลทินว่าคนไทยเป็นคนลงมือฆ่าได้ ดังนั้นวงของการสืบสวนจึงแคบลงว่าในช่วงปี 2550 ในพื้นที่นั้นมีต่างชาติคนไหนที่เป็นเอเชียตะวันออกมาเที่ยวบ้าง

            ซึ่งดีเอสไอได้ลงพื้นที่สอบสวนเพิ่มเติมกลับได้พบกุญแจดอกใหญ่ที่สามารถปิดคดีนี้ได้เร็วขึ้น นั่นคือ ในช่วงนั้นมีผู้ที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศ 1 ราย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือในการตรวจดีเอนเอเพื่อเปรียบเทียบกลับปฏิเสธ

            อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าคนร้ายเป็นชาวญี่ปุ่นจริงหรือไม่ เพราะ 7 กลุ่มประเทศชาติพันธุ์ที่ได้ระบุก่อนหน้านี้ไม่ได้มีแต่ญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่รวมไปถึงจีน และเกาหลี ซึ่งยังต้องหาเบาะแสเพิ่มเติมว่า มีคนกลุ่มประเทศเหล่านี้ท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวในเวลานั้นกี่คน

            แต่สิ่งที่พอเป็นไปได้เหมือนที่กล่าวข้างต้นคือ การตามหาคนญี่ปุ่นคนดังกล่าวเพื่อตรวจดีเอนเอเปรียบเทียบ โดยทางดีเอสไอได้ประสานไปยังตำรวจสากลและตำรวจญี่ปุ่นเพื่อดำเนินการต่อไป เพราะกฎหมายแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ในการขอตรวจดีเอนเอก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถใช้กฎหมายไทยในการขอตรวจดีเอนเอของคนญี่ปุ่นที่กล่าวเอาไว้ได้ทันที เพราะว่าเขาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว จึงต้องใช้กฎหมายประเทศญี่ปุ่นในการดำเนินการ ซึ่งแน่นอนว่าทางการญี่ปุ่นก็ยินดีในการประสานเพื่อไขคดีนี้

            ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังเป็นของไทยอยู่ แม้ว่าผู้กระทำความผิดจะเป็นชาวต่างชาติก็ตาม และต้องถูกดำเนินคดีในไทย เนื่องจากเกิดเหตุที่ประเทศไทย ยกตัวอย่างคดีเหตุวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อกลางเดือน ส.ค.ปี 2558 ซึ่งตำรวจสากลรวบตัวได้ในต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานเพื่อส่งตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย

            หรือกรณีวิคเตอร์ บูท นักค้าอาวุธระดับโลก ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2551 ที่ห้องวีไอพีภายในร้านอาหารชั้น 27 โรงแรมดังย่านสีลม โดยตำรวจกองปราบปรามของไทย ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษงานต่อต้านการก่อการร้าย สำนักงานปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา หรือดีอีเอ (DEA) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 893/2551 ลงวันที่ 4 มี.ค.2551 ข้อหาร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการก่อการร้าย ซึ่งทางการไทยก็ส่งตัวกลับไปให้สหรัฐเพื่อดำเนินคดี

            สุดท้ายถ้าผลตรวจดีเอนเอตรงกับคนญี่ปุ่น ทุกอย่างจบ ปิดคดีที่คาราคาซังมาตลอด 13 ปี พ่อแม่โทโมโกะจะได้สบายใจ แต่ถ้าผลไม่ตรงขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะต้องหาผู้ต้องสัยเพิ่มเติมให้ได้ เพราะแม้คดีนี้จะนานแค่ไหน จะ 15 ปี หรือ 20 ปี ก็เป็นเรื่องที่ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต่างเฝ้ารอวันที่คดีนี้จะคลี่คลายลง.

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ