พิษโควิดทำ ทอท.อ่วมผู้โดยสารวูบ70%ปีหน้าเสี่ยงขาดทุน


เพิ่มเพื่อน    

30 ก.ค.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบิน ทั้งด้านผู้ประกอบการเที่ยวบินต้นทุนต่ำ ทราบมาว่ามีสภาวะพนักงานล้นเกินความต้องการ (Over Employment) จึงต้องพยายามรักษาอัตราจ้างงานไว้ ขณะที่สายการบินแห่งชาติอยู่ระหว่างพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ ทอท.เองก็เจอสภาวะตัวเลขผู้โดยสารลดลงมากจนถึงจุดต่ำสุดและคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นกลับมาเป็นปกติในเดือน ตุลาคม 2565 หรืออีกกว่า 2 ปีนับจากนี้ โดยเฉพาะช่วงที่ยังไม่เปิดประเทศผู้โดยสารรวมของ ทอท.จะเหลือยอดอยู่เพียง 25% จากยอดผู้โดยสารปกติ เนื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศฝรั่งหายไปทั้งหมดและเที่ยวบินภายในประเทศชาวต่างชาติที่เป็นสัดส่วน 50% ไม่มีการเดินทาง

สำหรับตัวเลขผู้โดยสารล่าสุดในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 พบว่ามีผู้โดยสารเพียง 52,000 คน/วัน จากช่วงปกติมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 140,000 คน แบ่งเป็น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เหลือ 15,000 คน จากเดิม 187,000 คน/วัน ลดลง 91.6% ท่าอากาศยานดอนเมือง เหลือ 40,000 คน/วัน จากเดิม 114,000 คน/วัน ลดลง 65% ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ตลดลง 84% ท่าอากาศยานหาดใหญ่ลดลง 35% และท่าอากาศเชียงรายลดลง 40%

อย่างไรก็ตามทอท.คาดการณ์ผู้โดยสารตลอดปี 2563 จะหดตัวลง 72% เหลือ 38.81 ล้านคน เมือ่เทียบกับปีก่อนซึ่งมียอดผู้โดยสาร 141 ล้านคน ขณะที่ปี 2564 ตัวเลขผู้โดยสารจะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งที่ 14% ยอดรวมทั้งปี 55 ล้านคน ส่วนปี 2565 ตัวเลขผู้โดยสารจะเติบโตต่อเนื่องที่ 132% ยอดรวมทั้งปี 128 ล้านคน จากนั้นปี 2566 ตัวเลขผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดอีกครั้งที่ 150 ล้านคน ส่งผลให้ ทอท.ต้องเดินหน้าลงทุนพัฒนาสนามบินต่อเนื่องและยืนยันว่าจะไม่หยุดลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมรับยุครุ่งเรืองของตลาดการท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง

“สภาวะตลาดการบินจะยังคงมืดมิดและคาดการณ์ไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนรักษาโควิด-19 ถือเป็นอุปสรรคของ ทอท.ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนไปพร้อมกับลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2563-2564 มีความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาสภาพคล่อง จนต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรับมือ แต่ทุกอย่างนี้ต้องอยู่บนเงื่อนไขว่าจะไม่มีโควิดระลอกที่ 2” นายนิตินัยกล่าว

นายนิตินัยกล่าวต่อว่า ยืนยันว่าปี 2563 ทอท.ยังไม่ขาดทุน เนื่องจากตุนเงินทุนสะสมไว้แล้วจากช่วงพีคของการท่องเที่ยวช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ดังนั้นปัญหาสภาพคล่องและสภาวะขาดทุนของ ทอท.อาจเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งถือเป็นอีกปีที่ตัวเลขผู้โดยสารตกต่ำมาก แม้ปัจุบันจะมีเงินสดในมือ 50,000 ล้านบาท แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่เพียงพอในปี 2564 จากงบเบิกจ่ายและลงทุนต่อเนื่อง หลังจากนี้จึงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้องกู้คงดำเนินการกู้ภายในประเทศ ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ 1.กู้สถาบันการเงิน 2.ออกหุ้นกู้(บอนด์) เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ทั้งนี้สมมติฐานทั้งหมดอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าไม่มีการแพร่ระบาดโควิด ระลอกที่ 2

ทั้งนี้เมื่อผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนหนักอึ้งและผู้โดยสารลดลงอย่างรุนแรง ส่งผลโดยตรงกับกิจการเกี่ยวเนื่องภายในสนามบิน ซึ่ง ทอท.มองเห็นปัญหาอยู่ 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ครัวการบิน 2.คลังสินค้า 3.บริการภาคพื้น 4.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน เพราะมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการรายเดิมอาจปิดกิจการ จนอาจส่งผลกระทบงานบริการผู้โดยสารภายในสนามบิน โดยเฉพาะกลุ่ม คลังสินค้าและบริการภาคพื้น ซึ่งมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย หากรายใหญ่ล้มเลิกไป รายที่เหลือไม่มีศักยภาพเพียงพอบริการผู้โดยสารแน่นอน ขณะที่กลุ่มครัวการบินยังคงไม่มีความแน่นอนว่า การบินไทย จะเดินไปทางไหนต่อ ดังนั้น ทอท.จึงเตรียมสรุปข้อมูลเพื่อเสนอคณะกรรมการ ทอท.เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ เช่น การเตรียมความพร้อมบริษัทลูกของ ทอท.เพื่อเข้าไปดำเนินงานแทนผู้ประกอบการเดิม

สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ในช่วงวิกฤติการบินปี 2563-2564 นั้น ทอท.ได้ต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ใหม่ไว้ 4 ด้าน โดยทุกกลุ่มธุรกิจจะเริ่มทำเงินในปี 2564 ประกอบด้วย 1.ศูนย์รับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (Certify Hub) จดทะเบียนบริษัทแล้วเสร็จ ส.ค.นี้ก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค.ปลายปีนี้ 2.เมืองการบินสุวรรณภูมิ (Airport City) ขณะนี้แปลงสีผังเมืองเสร็จแล้ว เปิดให้เอกชนเริ่มลงทุนในเดือน ก.ย.-ต.ค. ควบคู่ไปกับการขยายสัญญาสัมปทานที่ดินแปลงบี 723 ไร่ ให้หมดอายุในปี 2595 จากเดิมปี 2575 เพื่อจูงใจนักลงทุน 3.บริษัทลูก ทอท. ขณะนี้เริ่มให้บริการด้านภาคพื้นแล้วที่สนามบินดอนเมืองและจะขยายไปสนามบินภูเก็ตเร็วๆนี้ 4.แอพพลิเคชั่น AOT Airports พบว่าได้รับความนิยมอย่างมากมีผู้ดาวน์โหลดถึง 500,000 ครั้ง สูงกว่าสนามบินชั้นนำในต่างประเทศขึ่งมียอดดาวน์โหลดเพียง 200,000 ครั้ง

ส่วนด้านข้อพิพาทหนี้สินกับการบินไทยนั้น ยังต้องรอดูความชัดเจนของศาลล้มละลายกลางวึ่งจะมีคำตัดสินในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เบื้องต้นพบว่าตัวเลขหนี้ดังกล่าวไม่กระทบต่องานบริการสนามบินของ ทอท. เพราะมีวงเงินไม่มาก แบ่งเป็น หนี้สินค้างจ่ายหมุนเวียน 700-800 ล้านบาท และหนี้สินข้อพิพาทด้านการใช้ที่ดินราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่สัญญางานเดิมระหว่าง ทอท.และการบินไทยเมื่อเปลี่ยนเป็นเอกชนแล้ว ต้องเปลี่ยนสัญญามาใช้รูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แทน

สำหรับความคืบหน้าด้านโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ทิศเหนือ (North Expansion) วงเงิน 42,000 ล้านบาท ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เห็นชอบ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาพัฒน์ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป ขณะที่โครงการรันเวย์ 3 วงเงิน 22,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ใช่วง ต.ค.นี้ ใช้เวลา 2 ปี แล้วเสร็จช่วงปลายปี 2565 ส่วนด้านโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟส 3 วงเงิน 32,000 ล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งขั้นตอนจะไม่ช้าแน่นอน เพราะเป็นการพิจารณาร่วมกันภายในกระทรวงคมนาคม ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นแล้ว


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'