เด็กๆฟังทางนี้! 'นายพลสีส้ม' แนะ 'มุ้งมิ้ง' ควรศึกษาและตกผลึกข้อเรียกร้อง เพราะยุบสภาไม่ช่วยอะไร


เพิ่มเพื่อน    

31 ก.ค.63-  พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่าเด็ก ๆ ผู้ชุมนุม ควรศึกษาและตกผลึกเป็นข้อเรียกร้องที่ชัดเจนตามลิ้งค์ที่แนบมา

ส่วนตัวการยุบสภาไม่ได้ช่วยอะไรเพราะรัฐธรรมนูญเดิมยังอยู่

การแก้มาตรา ๒๕๖ เป็นหนทางที่ทุกฝ่ายเห็นว่าเป็นไปได้มากที่สุดมาพักใหญ่แล้ว

ที่มาของนายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส. เพื่อกลับไปสู่ระบบปกติ

ส.ว.โดยหลักทั่วไปมีขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนกลุ่มที่มีพลังจริงในสังคมแต่ไม่มีโอกาสผ่านทาง ส.ส. เช่นในประเทศที่มีหลายชาติพันธุ์ที่มีดินแดนของตัวเองก็จะมี ส.ว.เป็นทางออก หลายประเทศใช้อำนาจร่วมกับ ส.ส.เพื่อป้องกันมลรัฐที่มี ส.ส.มากเอาเปรียบ กรณีสหรัฐฯ ให้มี ส.ว.ทุกรัฐ ๆ ละเท่า ๆ กัน ต้องออกกฎหมายร่วมกับ ส.ส.โดยอำนาจเท่ากันก็เหตุนี้

ส่วนไทยช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองบอกว่าคนไทยไม่มีความรู้ต้องให้ ส.ว.แต่งตั้งที่มักเป็นข้าราชการมาเป็นพี่เลี้ยง แบบนี้หมดความจำเป็นนานแล้ว ควรเลิกไปเลย

สิ่งที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยมากที่สุดคือ องค์กรอิสะที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน คนเลือกและคนถูกเลือกมีจำกัดจึงถูกชี้เป้าได้ง่าย แถมกำหนดหน้าที่ไม่ตรงกับของฝรั่งที่ไปเอาชื่อเขามา เช่นศาลรัฐธรรมนูญ ฝรั่งเขาให้ดูว่าการร่าง พรบ.ใหม่ขัดกับรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือไม่ ของไทยเราดันห้ามรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญเสียอีก และวัน ๆ มีแต่ยุบพรรคการเมืองที่มีที่มาจากประชาชนที่ฐานใหญ่กว่าองค์กรอิสระทั้งหลายอีกด้วย

เรื่องยุติการซื้อเสียง ยิ่งให้อำนาจองค์กรอิสระในการลงโทษหรือจัดการเลือกตั้งแบบที่ชี้เป้าได้ การซื้อเสียงจะยิ่งหนักกว่าเดิม ควรต้องจัดการที่ปลายทางกล่าวคือทุกโครงการต้องสร้างระบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการทุกขั้นตอน จนไม่สามารถปั้นราคาได้ เมื่อไม่มีส่วนต่างมาก ก็ไม่มีเงินมาซื้อเสียง หรือถ้าซื้อมาก็ต้องขาดทุนจนเลิกไปเอง การซื้อเสียงและการทุจริตถอนทุนจึงจะยุติได้จริง

ในเรื่องกระบวนการยุติธรรม สมควรให้มีการเลือกตั้งผู้พิพากษา อัยการแบบสหรัฐฯหรือไม่ จะมีระบบลูกขุนทั้งหมด หรือแบบผสม หรือจะใช้วิธีแบบญี่ปุ่นให้ประชาชนกาตัดชื่อผู้พิพากษาที่ตัดสินไม่เที่ยงธรรมออกได้ทุกการเลือกตั้งใหญ่ และควรยกเลิกระบบบังคับบัญชาตามสายเหมือนข้าราชการเปลี่ยนไปเป็นระบบผู้เชี่ยวชาญเมื่อได้เป็นแล้วมีหลักประกันอาชีพและความเป็นอิสระ ๑๐ ปี แต่ถูกถอดถอนได้ทุกการเลือกตั้งใหญ่ เพราะความยุติธรรมไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมาย แต่ต้องสร้างความยุติธรรมให้ประชาชนมองเห็นและเชื่อถือ มิฉะนั้นต้องถูกปลดได้ ส่วนการแต่งตั้งจะเอาแบบยุโรปคือ คณะกรรมการตุลาการ ต้องมาจากรัฐบาล รัฐสภาและตุลาการ อย่างละ ๔ คน แทนที่จะมาจากฝ่ายศาลเท่านั้นอย่างปัจจุบัน และเพื่อรับประกันเรื่องการจ่ายคดี ต้องทำโดยสุ่มเรียงลำดับ ไม่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเป็นคนจ่ายคดีจะดีกว่าเดิมไหม

เรื่องเงินทอง งบประมาณ ควรย้ายสำนักงบประมาณจากฝั่งบริหารมาฝ่ายนิติบัญญัติจะดีกว่าไหม ให้รัฐบาลเป็นเพียงผู้เสนอขอใช้ ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะประชาชนเป็นผู้ให้เงินใช้ ภาษีจึงจะเหมือนประชาชนเป็นผู้จ่ายให้ข้าราชการ ส่วนการจัดเก็บยังคงเดิมได้ เพราะหากไม่มีเงินรัฐบาลก็บริหารไม่ได้อยู่ดี

สิ่งจิปาถะเหล่านี้ ควรอยู่ในการกลั่นกรองและนำเสนอของผู้ชุมนุมด้วย ที่ยกมาเป็นเพียงบางประเด็นเท่านั้นครับ.


 


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'