'ชัยวัฒน์'เปิดใจเร่งทำงานเก้าอี้ปลัดคมนาคมก่อนเกษียณอายุราชการอีก2 เดือน


เพิ่มเพื่อน    


6 ส.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยก่อนจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน นี้ ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ได้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ดีใจที่มีโอกาสได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจด้านคมนาคมอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อxระเทศชาติ และประชาชน ทั้งนี้ ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทั้งในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ และผู้อำนวยการ ระยะเวลารวม 5 ปี ส่วนตนรู้สึกเป็นสิ่งที่วิเศษในชีวิต สนุก และท้าทาย รวมถึงมีคุณค่ากับชีวิตที่ได้เรียนรู้ว่าประเทศไทยต้องการอะไรจากกระทรวงคมนาคม 

 “ผมเข้ามาทำงานที่กระทรวงคมนาคม และจะเกษียณในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ยอมรับว่าทำงานเยอะมาก แต่คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า ได้เรียนรู้ด้านการคมนาคม โดยเฉพาะตอนที่อยู่ สนข. ซึ่งตอนนั้นเปรียบเหมือนนกที่บินสูง มองเห็นมุมภาพต่างๆ ด้านล่าง ให้เห็นภาพว่าประเทศไทยต้องการคมนาคมอะไรบ้าง” นายชัยวัฒน์ กล่าว 
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการทำหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ระยะเวลา 1 ปี 10 เดือนที่ผ่านมานั้น รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ปลัดฯ ได้ทำประโยชน์ด้านการคมนาคมมากมาย ทำให้ตลอดเวลาที่ทำงาน รู้สึกมีความสุข ทั้งนี้ ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งในเวลานั้น ตนไม่ได้ดีใจกับตำแหน่ง เนื่องจากรู้สึกว่าสูงเกินเอื้อม แต่ภูมิใจ เพราะเมื่อได้รับมอบหมายแล้ว เพราะมองว่าตนเป็นผู้มีความรู้ ความตั้งใจในการทำงาน 

“ตั้งแต่ผมทำงานที่ สนข. จนมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ทำให้ผมได้รู้รายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 รวม 111 โครงการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกระทรวงฯ และถือเป็นเรื่องที่ภูมิใจ และตั้งใจจะทำให้สำเร็จ เพราะถ้าทำสำเร็จทุกโครงการ ประเทศไทยจะอยู่ได้สบายๆ 50 ปี เช่น โครงการรถไฟทางคู่, รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี), รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) เป็นต้น ผนวกรวมไปถึงการบริหารงานอย่างต่อเนื่องของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย” นายชัยวัฒน์ กล่าว 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการหรือการดำเนินการใดที่รู้สึกภาคภูมิใจในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม นั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แกะปัญหาของกระทรวงคมนาคมหลายเรื่อง เช่น การยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน จนเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน รวมถึงการตัดสินใจให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ อีกทั้งยังภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ตั้งแต่เริ่มต้น เป็นต้น 

ทั้งนี้ ในอีกระยะเวลาประมาณ 2 เดือนก่อนที่จะเกษียณอายุราชการนั้น ตนต้องการจะแก้ไขปัญหาหรือปฏิบัติภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้สำเร็จในหลายโครงการที่ยังคั่งค้างอยู่ เช่น การฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมถึงโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ที่จะต้องมาจัดทำรายละเอียดว่า วงเงินที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเพิ่มวงเงิน 10,345 ล้านบาทที่กระจายอยู่ในทุกสัญญานั้น มีความจำเป็นหรือไม่ และแผนการเปิดให้บริการเป็นอย่างไร ก่อนที่จะไปชี้แจงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบต่อไป  

นอกจากนี้ จะเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี จะสร้างพร้อมกับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือเชื่อมการเดินทางฝั่งตะวันออก-ตะวันตก ที่ได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาภายใน 2 เดือนก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ที่ต้องดำเนินการต่อ เพราะถือเป็นระบบการคมนาคมที่ดีของอนาคต 

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมานั้น ถือเป็นอีก 1 โครงการที่กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะคำตอบไม่ใช่แค่การลงทุนหลักแสนล้าน แต่สิ่งที่จะได้ คือ การเชื่อมกับประเทศจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลก และส่งผลต่อประเทศอื่นๆ มากมาย มีความคุ้มค่าจากสิ่งที่ลงทุนกับอนาคตของประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคมด้วย หากเราไม่สามารถเชื่อมต่อได้ จะทำให้ตกขบวน และล้าหลังประเทศอื่นๆ 

“งานของกระทรวงคมนาคม คือ การทำงานสำหรับอนาคต สิ่งที่รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมลงทุนไปนั้น ไม่เพียงแค่ส่งผลภายในประเทศ แต่ยังเชื่อมโยงโลกด้วย โดยเฉพาะในส่วนของระบบราง ที่ผมให้น้ำหนักเรื่องการพัฒนาระบบรางมากๆ ซึ่งภาพการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของไทยในครั้งนี้ ถือเป็นภาคที่ 2 ของประวัติศาสตร์ไทย หลังจากภาคแรก คือ ในช่วงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ซึ่งโครงการทั้งหลายที่อยู่ในแผนนั้น ถ้าทำสำเร็จใช้ไปได้อีก 100 ปีสบายๆ คุ้มค่ากับประเทศไทยมากๆ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน