'ดร.ธรณ์'ชี้อัดฉีดเงินกระตุ้นท่องเที่ยวแบบเดิมๆไม่ได้ผลแนะหันมาเน้นสุขภาพ-รักธรรมชาติ


เพิ่มเพื่อน    


7 ส.ค.63 - ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ไม่ได้พูดถึงโควิดมานาน สถานการณ์โลกยังลำบาก ผู้ป่วยรวม 19.1 ล้าน เดิมทีผมคิดว่าคงเกิน 10 แต่ไม่น่าถึง 20 แต่ถึงตอนนี้คงเกินแน่นอน ได้แต่หวังว่าจะไม่ถึง 30 ครับ
ตัวเลขสูงเช่นนี้เพราะหลายประเทศพีคกว้างมาก เช่น ฟิลิปปินส์ เคยคิดว่าน่าจะพีคช่วงพค.-มิย. แต่ตอนนี้กลับสูงกว่าเดิม
อินเดียเป็นอีกประเทศที่เพิ่มขึ้นตลอด จนยังหายอดพีคไม่เจอ ตอนนี้บวกวันละเกิน 5 หมื่น วันนี้บวกเกิน 6 หมื่นเป็นวันแรก (ตอนเขียนบวกเกิน 6.2 หมื่นครับ)
และหากเป็นเหมือนบางประเทศก่อนหน้านี้ ตัวเลขจะเพิ่มยาวเป็นเดือนๆ
อเมริกาเป็นตัวอย่าง บวกเพิ่มวันละเกิน 4 หมื่นมาตั้งแต่ปลายมิถุนายน ผ่านไป 6 สัปดาห์ ยังไม่เคยมีตัวเลขต่ำกว่า 4 หมื่นเลย และผู้ป่วยสะสมคงเกิน 5 ล้านในคืนนี้
สำหรับประเทศที่เคยคล้ายไทย เช่น ออสเตรเลีย เจอเวฟสองเข้าไป แรงกว่าเวฟแรก เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ดูกราฟจะเห็นชัด (ผมใส่ไว้ในคอมเมนต์ เพราะช่วงนี้เฟซถามตลอด โพสต์ไม่ได้จ้ะ)
ลักษณะแบบนี้เลยยิ่งยากบอกว่าจะมีเวฟไหนตามมาอีกหรือเปล่า เพราะต้องเปิดบ้างปิดบ้างสลับกันไปมา
ผลกระทบแบบนี้ทำให้ท่องเที่ยวระหว่างประเทศคงหยุดยาวอีกนาน เดิมทีใครๆ ก็หวังกับไตรมาส 4 แต่ตอนนี้ไม่แน่ครับ หรือถึงเปิดได้ก็คงช่วงสั้นมาก
ดูจากสถานการณ์นี้ ททท.ก็คงเน้นไทยเที่ยวไทยเต็มกำลัง แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผลกระทบเศรษฐกิจยิ่งมากขึ้น การส่งออกก็ติดขัดเพราะประเทศคู่ค้าเปิดๆ ปิดๆ
การขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆ เช่น ยอดใช้น้ำมันลดลง 16% ฯลฯ
เพราะนทท.ต่างชาติเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศก.ไทยมาตลอด นั่งรถลงเรือไปมา เข้าร้านอาหารร้านขายของ
สถานการณ์ศก.ไม่แน่นอน ทำให้คนกลัวและอยากเก็บเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน การกระตุ้นเที่ยวไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ผมคิดว่าการกระตุ้นแบบเดิมๆ เช่น อัดฉีดเงินให้คนไปเที่ยว อาจไม่ได้ผลเท่าที่คาด เพราะคนส่วนหนึ่งต้องการเงินเลี้ยงชีพ/งานให้ทำ ไม่ใช่ต้องการเงินไปเที่ยว
อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องใช้วิธีนั้นโดยคาดหวังให้น้อยลง เสริมวิธีอื่นๆ เข้าไป โดยต้องมีหลายแบบเพื่อกระตุ้นคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จะเอาแบบทีเดียวบูมคงยาก
การหันมาเน้นเรื่องสุขภาพ/รักธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่ง
หากดูในตปท. มีหลายอย่างที่ทำได้ เช่น ฟิจิ/มัลดีฟส์มีหลายรีสอร์ทที่เปิดแพคเกจให้แขกมาช่วยดูแลปะการัง ฯลฯ
(ไอเดียนี้ผมนำไปใช้ที่พีพี/มัลดีฟส์ มีแขกที่มาพักสนใจมาร่วมตลอดครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเกือบทั้งหมดเป็นต่างชาติ สำหรับคนไทยอาจเป็นช่วงเริ่มต้น ยังมีน้อยแต่ควรวางรากฐานไว้)
อุปสรรคสำคัญเท่าที่ตามดูมา คือเรายังยึดติดกับแนวคิดเดิมๆ แก้ปัญหาแบบเดิมๆ ทั้งที่สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก การเพลย์เซฟแบบยุคก่อนกำลังเริ่มไม่ได้ผล
ไม่ได้จะติเตียนอะไร เพราะทราบดีว่าททท./ผู้เกี่ยวข้องก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่อยากให้กล้าสักหน่อย ลองวิธีที่หลุดกรอบเดิมบ้าง ผสมผสานไปกับแนวทางเดิม อาจได้ผลมากขึ้น
ในส่วนของภาคเอกชน ตอนนี้กำลังล้า บ้างที่เหลือแรงอยู่ก็พยายามหารายได้สุดตัวในช่วงที่คนยังพอเที่ยวไหว แต่ถ้าสถานการณ์ลากไปอีก 5-6 เดือน คนไทยก็เที่ยวไทยไม่ไหวแล้ว ถึงตอนนั้นก็ใกล้ทางตัน
มันไม่ใช่หมายความว่าควรถอดใจ แต่เขียนเพราะอยากบอกว่าหากต้องการ S-curve เหมือนที่เคยคิดๆ กัน ตอนนี้แหละคือช่วงต้องลงมือ
S ตัวนี้ไม่ใช่จะสร้างรายได้ฉับพลันในตอนนี้ แต่หมายถึง 5-6 เดือนหน้าเรายังพอมีหนทางอยู่ต่อได้
วันนี้เพิ่งให้สัมภาษณ์เด็กๆ รุ่นน้อง ก็พูดเรื่องนี้แหละ new S ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทหรือองค์กรใหญ่
แต่มันยังหมายถึงรายย่อย และหมายถึงส่วนตัวแต่ละคนว่าจะมองช่องทางอย่างไร
จบง่ายๆ ด้วยการราตรีสวัสดิ์ และหวังว่าเพื่อนธรณ์จะลองพิจารณาให้รอบคอบ คิดให้ดี หาข้อมูลให้เยอะ อ่านในสิ่งที่มีประโยชน์และนำมาใช้กับตัวเองได้
สถานการณ์ข้างหน้ามองไปแล้วไม่ง่าย การหาทางออกจากห้องมืด ไม่ใช่การยืนอยู่นิ่งๆ แล้วรอความหวังว่าจะมีคนมาเปิดไฟให้ แต่ต้องค่อยๆ เดินไปข้างหน้า คลำหาบานประตูและเปิดออกไปเองครับ


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.