นำเข้าโควิด3ราย ‘หมอยง’เตือนสติ ต้องวิ่งมาราธอน


เพิ่มเพื่อน    

 

ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ เดินทางจากซาอุฯ 2 อินโดฯ 1 ราย ยอดสะสมทั่วโลกใกล้ทะลุ 20 ล้านคน "หมอยง" ชี้การต่อสู้กับโควิด เหมือนวิ่งมาราธอน แต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง เชื่อว่าทุกคนคงเหนื่อย แต่ก็ต้องอดทน

    เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,348 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่กักตัวของรัฐ 411 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,150 ราย ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 140 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
    สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากซาอุดีอาระเบีย 2 ราย ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชายไทยอายุ 24 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 25 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 12 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อวันที่ 7 ส.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนอีก 1 ราย มาจากอินโดนีเซีย เป็นชายไทยอายุ 32 ปี อาชีพพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 3 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อวันที่ 6 ส.ค. ไม่มีอาการ
    สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 19,541,219 ราย อาการรุนแรง 65,015 ราย รักษาหายแล้ว 12,544,480 ราย เสียชีวิต 724,050 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 5,095,524 ราย 2.บราซิล จำนวน 2,967,064 ราย 3. อินเดีย จำนวน 2,086,864 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 877,135 ราย และ 5.แอฟริกาใต้ จำนวน 545,476 ราย
    ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 112 จำนวน 3,348 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ วันที่ 8 ส.ค. จำนวน 413 ราย จากเนเธอร์แลนด์ กาตาร์ อินเดีย และสหรัฐอเมริกา และวันที่ 9 ส.ค. จำนวน 122 ราย จากเมียนมาและเกาหลีใต้
    จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความว่า ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุงติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 11 นาย ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ชุดเล็ก) ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ไม่พบเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มทหารอเมริกัน และโรงแรมดังกล่าวเป็นหนึ่งแห่งที่เป็นสถานกักตัวทางเลือก หรือ Alternative State Quarantine (ASQ) ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมีระบบป้องกันและควบคุมโรคเหมือนสถานที่กักตัวที่รัฐจัดให้ หรือ State Quarantine ทุกประการ
    พร้อมทั้งมีโรงพยาบาลคู่ขนานรองรับ หากมีอาการเจ็บป่วย เพื่อสามารถเข้ามาดูแลและตรวจเชื้ออย่างครบครัน อีกทั้งมีการดำเนินการอย่างเข้มงวดตลอดในการรองรับคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มีการควบคุมอย่างดี และมีระบบความปลอดภัยเป็นอย่างดี 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งระบบโรงพยาบาล และการดูแลจากกระทรวงสาธารณสุข มีกล้องวงจรปิด ซึ่งไม่สามารถออกจากห้องพักได้ มีสารวัตรทหารคอยตรวจตราอยู่ตลอด มีลิฟต์ตัวเดียวที่อนุญาตให้ใช้ และแยกออกจากคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดมีระบบการควบคุมที่แน่นหนา
    อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าตำรวจอยู่รอบโรงแรม มีประวัติของนายทหารทุกคน และวัดไข้ตรวจวัดอุณหภูมิในทุกวันไม่มีการหนีออกจากสถานกักตัว ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ
    เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หรือโทร. 1111
    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า โควิด-19 เปรียบเทียบเหมือนวิ่งมาราธอน การต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต้องมีการผ่อนหนักผ่อนเบา เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ เหมือนวิ่งมาราธอน เราเพิ่งมายังไม่ถึงครึ่งทาง วิ่งมาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ระยะทางเส้นชัยข้างหน้ายังมองไม่เห็นจุดเส้นชัย กลยุทธ์ในการวิ่งจึงต้องทำให้ทุกคนอยู่รอดได้และถึงเส้นชัย
         ในการปกป้องการสูญเสียโควิด-19 ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ชีวิตของพวกเราทุกคนจะต้องอยู่ได้ จึงอยากฝากให้ทุกคนยึดมั่นในกฎเกณฑ์ในการป้องกันโรค ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงที่ทุกคนจะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย การกำหนดระยะห่าง การล้างมือ ดูแลสุขอนามัยให้ร่างกายแข็งแรง ต้องทำแบบมีระเบียบวินัย
     "การผ่อนปรนให้ทุกคนอยู่ได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการเดินทางระยะยาว เชื่อว่าทุกคนคงเหนื่อย แต่ก็ต้องอดทน รู้จักแบ่งปัน ความหวังถึงเส้นชัยรออยู่ข้างหน้า เมื่อเรามียารักษา มีวัคซีนในการป้องกันโรค ขณะนี้การพัฒนาวัคซีนก็อยู่ในระยะที่ 3 ที่ทดลองในมนุษย์ถึง 6 ชนิด จากจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ดังนั้นองค์ความรู้ใหม่จะมาช่วยการวินิจฉัยได้ดีขึ้น การดูแลรักษาผู้ป่วยดีขึ้น ความสูญเสียก็จะน้อยลง และจะสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนได้ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน" ศ.นพ.ยงระบุ.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน