'จตุพร'ยังผวา!สถานการณ์เปราะบางเสี่ยงต่อการฉีกรัฐธรรมนูญ


เพิ่มเพื่อน    

9 ส.ค.63-ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี  มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  ยังคงจัดในรูปแบบสตูดิโอและงดกิจกรรมร้องรำทำเพลง มีเพียงการสื่อสารของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้กำลังเข้มข้น อุณหภูมิจะร้อนขึ้นตามลำดับ ในสถานการณ์เช่นนี้ ประวัติศาสตร์สอนไว้ว่า มีรอยเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง หลายเรื่องในอดีต หากมีการตกลงใจและปฏิบัติการทำกันทันที หนักนิดเบาหน่อยบรรยากาศก็สามารถเดินต่อไปได้ แต่บางเหตุการณ์เพียงแค่ถ้อยคำ ไม่กี่พยางค์ ท้ายที่สุดนำพาไปสู่การล้มกระดาน จนนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญด้วยการทำรัฐประหาร และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ฟังนายกรัฐมนตรี สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อไปฟังนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการพิจารณาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นสมัยประชุมหน้าคือ เดือนพฤศจิกายน  คำถามคือ จะปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเดือนกันยายนนี้ และต้องผ่านเดือนตุลาคมกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์การเมือง ไม่ได้รอนายไพบูลย์ได้ถึงขนาดนั้น เมื่อตกลงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ต้องเสียเวลาเพราะจะทำให้พังกันทั้งกระดาน 

นายจตุพรกล่าวว่า เมื่อหัวแถวคือ นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมติของคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นไม่มีเหตุผลใดที่จะลากให้สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น ส่วน 3 ข้อเรียกร้องหลักของบรรดาคนหนุ่มสาวคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องแก้มาตรา 256 เป็นด่านแรก เพราะหากไม่แก้มาตรานี้ก็ไม่สามารถร่างใหม่ได้และต้องผูกพันว่าหลังจากนั้นต้องยุบสภา และเลิกคุกคามประชาชน ดังนั้นหากการตัดสินใจเป็นไปอย่างล่าช้า บวกกับความทุกข์ยากของราษฎรในเรื่องเศรษฐกิจปากท้องนั้นตนเชื่อว่าจะมีวิกฤติความรุนแรงเกิดขึ้นก่อน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรจะเริ่มต้นด้วยมาตราเดียวเพื่อเปิดประตูให้ได้ก่อน ส่วนที่เหลือเรื่องบทเฉพาะกาล หรือมาตราอื่นใด ให้เว้นหมวด 1 และ 2 เอาไว้ ที่เหลือก็จะได้เดินสายรับฟังเสียงประชาชน 

ประธาน นปช.กล่าวว่า หลังจากได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง หากจะแก้ไขเป็นรายมาตรา หรือทั้งฉบับ มาพร้อมๆกัน จะทำให้เกิดความวุ่นวายหนักที่สุด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ไม่ใช่จะแก้กันง่ายๆ ต้องใช้ศิลปะของแต่ละฝ่าย ต้องอดทนเช่นเดียวกันว่า มาตราต่างๆที่จะแก้ไข ควรจะร่วมนำเสนอหลังจากได้ ส.ส.ร.แล้ว วันนี้หากเราคิดหาทางออกของประเทศไทย โครงสร้างใหญ่คือรัฐธรรมนูญ ต้องมุ่งมั่นปักหลักอย่างชัดเจน หวังว่า แต่ละฝ่ายจะได้ฉุกคิด เอาผลสำเร็จเป็นที่ตั้ง ส่วนสถานกาณ์ก็เห็นกันอยู่แล้วว่า การกระทบกระทั่งจะต้องมีกันตามลำดับ อยู่ที่ฝ่ายใดจะมีความอดทนกันได้มากกว่ากัน แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ทั้ง2 ฝ่ายเดินเลยธงกันทั้งคู่ปลายทาง ก็หนีไม่พ้น 6 ตุลาคม 2519  

“ที่บอกว่า เกมวัดใจ คือ การเล่นเกมยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นต้องประกาศให้ชัดเลยว่า แก้ไขรัฐธรามนูญมาตรา256 ต้องแก้ไขในสมัยประชุมนี้  ผ่าน 3 วาระเสร็จก็ปิดประชุม เพราะกระบวนการหลังจากนั้นจะไม่ใช้กระบวนการของสภาแล้ว แต่จะเป็นเรื่องของการไปจัดการตั้งส.ส.ร.ขึ้น หากไปเริ่มนับหนึ่งกันในเดือน พฤศจิกายนนั้น ไม่ใช่การนับหนึ่งของประเทศไทย แต่จะเป็นการนับหายนะของประเทศไทย เพราะสถานการณ์การชุมนุมที่จะยกระดับในวันที่16 สิงหาคมนี้เป็นต้นไปจะมีคนจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อต่างฝ่ายต่างก็เห็นกันแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น และทันทีที่ออกหมายจับแกนนำและดำเนินการจับกุม หลังจากวันที่ 16 สิงหาคมนี้ไป จะมีการทำพื้นที่ให้เกิดการชุมนุมและต่อสู้เดิมพันพุ่งเป้าสู่ชัยชนะ เพราะถึงตอนนั้นจะรู้กันเลยว่า หากแพ้จะนำไปสู่อะไร ชนะนำไปสู่อะไร ดังนั้นต้องคิด ณ วันนี้และวันต่อๆไป อย่าคิดว่ามีแสงสว่างในวันนี้ แล้วจะไม่มืดในวันข้างหน้า”
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน