'อดีตอาจารย์มธ.'เผยธรรมศาสตร์ถูกยึดครองโดยกลุ่มสุดโต่งทางการเมืองซ้ายจัด บ่มเพาะล้มเจ้า


เพิ่มเพื่อน    


11 ส.ค.63- ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่าช่วงที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านตอนเกิดการระบาดของโควิดใหม่ๆ แล้วมีการเปิดเพจ"ธรรมศาสตร์และการฝากร้าน" ได้ไม่นานนัก ผมเคยเข้าไปแนะนำตัวที่เพจนั้นและแสดงความคิดเห็นว่า จำเป็นต้องใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในการนำพาตัวเองและบ้านเมืองให้รอด

ปรากฏว่าผมโดนทัวร์ลง ... ทั้งๆที่ผมเคยสอนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ถึง 32 ปีเต็มก่อนที่จะเกษียณจากราชการเมื่อสามปีก่อน

สิ่งที่ผมทำคือถอยออกมาเงียบๆ และไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้น

ผมตระหนักได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า ที่นั่นมิใช่ธรรมศาสตร์และนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ผมคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่ถูกยึดครองโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ "สุดโต่งทางการเมืองแบบซ้ายจัด"

ในด้านหนึ่ง ผมจึงไม่แปลกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ธรรมศาสตร์รังสิตเมื่อคืน

ฝ่ายผู้บริหารอย่ามาแก้ตัวน้ำขุ่นๆเลยครับ ว่าเป็นเรื่องของบุคคลภายนอก นักศึกษาธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ...เพราะคลิปเมื่อคืน เสียงปรบมือ เสียงโห่ ภาพฉากบนเวที มันไม่โกหกใครหรอกครับ มีแต่คนที่หลอกตัวเองและหวงเก้าอี้เท่านั้นที่ปฏิเสธแบบหัวชนฝา ไม่ยอมเห็นความจริงนั้น

สี่ปีที่แล้วซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ผมสอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ พวกนักศึกษาทั่วไปไม่ได้ตื่นตัวทางการเมืองนะครับ ยิ่งเรื่องการชังเจ้านี่ไม่มีเลยด้วยซ้ำ

การก่อตัวของเยาวชนปลดแอกที่มีพวกนักศึกษาหัวรุนแรงในธรรมศาสตร์และมหาลัยอื่นๆเป็นหัวหอก น่าจะเป็นผลพวงของเครือข่ายการจัดตั้งของพรรคอนาคตใหม่ที่เพิ่งถูกยุบไป แต่การบ่มเพาะความคิดให้ชังเจ้าและล้มเจ้ากลับดำเนินไปอย่างขมักเขม้นตลอด 24 ชั่วโมงไม่น้อยกว่าสองปีเต็มในโลกออนไลน์ผ่านการปั่นทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นเขตปลดปล่อยของพวก "นักปฏิวัติรุ่นใหม่"

นี่คือผลที่มาจากเหตุที่เราสามารถสืบสาวร่องรอยย้อนกลับไปได้ทั้งสิ้น

งานหลักๆต่อจากนี้ น่าจะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องทำการ Profiling ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการปลดแอกเพื่อล้มสถาบันออกมาให้หมดว่า มีใครเป็นใครบ้างและมีบทบาทขนาดไหน ... จากนั้นก็ดำเนินคดีแต่ละคนตามกฏหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

ผมคิดว่านี่คือทางออกที่นุ่มนวลที่สุดแล้วในการจัดการขบวนการปลดแอกล้มสถาบันนี้.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'