ม็อบ มธ.ย้อนอดีต 'ปรีดี'?


เพิ่มเพื่อน    

       ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ....

            คณาจารย์ ๑๐๕ คนจากหลายมหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์กรณีข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของผู้ชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน

            เพราะรายชื่อเหล่านี้หลายชื่อซ้ำกับนักวิชาการที่เคยร่วมลงชื่อ ประกาศจุดยืนการผลักดันเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ของคณะนิติราษฎร์ เมื่อหลายปีก่อน

            หากยังจำบรรยากาศการเรียกร้องแก้ไข ม.๑๑๒ ช่วงปี ๒๕๕๕ ได้ ก็จะพบความจริงว่า มาพร้อมกับความพยายามให้ยกเลิก ม.๑๑๒

            คราวนี้มีการพูดถึง ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ก็ซ่อนเร้นด้วยขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

            คณาจารย์ทั้งหมดรับรู้เรื่องเหล่านี้กันหรือไม่

            หน้าฉากแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวแสร้งเสนอ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ซ่อนมีดไว้ข้างหลัง ให้ยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์

            ๑๐ ข้อเสนอของม็อบธรรมศาสตร์ ผ่านตาไปแล้ว บางข้อ พอจะเชื่อได้ว่าต้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์จริง

            แต่หลายข้อคือจุดเริ่มต้นของการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

            และบางข้อชัดเจนถึงขั้นไม่ต้องการให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไป

            มีคนพูดว่าเด็กๆ เหล่านี้เติบโตมาในยุครัฐประหารปี ๒๕๔๙ เรื่อยมา เห็นความเป็นไปเพียงด้านที่คณาจารย์นำเสนอในมหาวิทยาลัย 

            ซึ่งแน่นอนว่า ในทางวิชาการนั้น รัฐประหารคือการทำลายประชาธิปไตย

            เด็กๆ ในมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีความลึกซึ้งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะไม่มีการปลูกฝังในรั้วมหาวิทยาลัย  

            คณาจารย์ที่เติบโตมาจากยุคเหตุการณ์เดือนตุลา พฤษภาทมิฬ ล้วนมองฝ่ายอนุรักษนิยมว่าเป็นศัตรู ผู้ทำลายประชาธิปไตย

            ฉะนั้น...ย้ำอีกครั้ง อย่าได้แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

            มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือสังคมหน่วยเล็กๆ ของประเทศ ที่มีพลังทางการเมืองในระดับสูงมาตลอด

            ปรีดี พนมยงค์ คือผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

            ฉะนั้นจะเห็นว่าหากใครแตะ "ปรีดี" คนธรรมศาสตร์กลุ่มนี้จะเข้าปกป้องทันที

            สำหรับแผ่นดินนี้ พระมหากษัตริย์ ทรงนำก่อร่างและกอบกู้ร่วมกับราษฎร มาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่  ๑๘ จวบจนถึงปัจจุบัน ร่วม ๘๐๐ ปี

            ผ่านสงครามกับแผ่นดินเพื่อนบ้าน ผ่านยุคล่าอาณานิคมจากตะวันตก มาเป็นชาติ มีแผ่นดินให้เราได้อาศัยในวันนี้

            ฉะนั้นคนรุ่นใหม่ที่ตั้งคำถามว่า มีสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ทำไม ก็ควรกลับไปศึกษาความเป็นมาให้ละเอียด

            ไม่ต้องไกล เอาแค่ยุคล่าอาณานิคม ก็อาจจะได้ประจักษ์กับความจริงว่าบรรพบุรุษของตัวเองสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในแผ่นดินนี้โดยไม่ตกเป็นขี้ข้าต่างชาติเพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทย

            พลังต่อต้านการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จึงมีมากกว่าที่คนรุ่นใหม่คิด

            ทุกสถาบันต้องปรับปรุง เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

            แต่การล้มล้างไม่ใช่ทางออก

            ครั้งหนึ่ง "ปรีดี" ก็เฉียดเป็นผู้ล้มรัฐบาลคณะรัฐประหาร

            วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ ระหว่างการซ้อมรบของกองทัพบกและกองทัพเรือ ฝ่ายของปรีดีได้บุกยึดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อใช้เป็นกองบัญชาการ

            อีกส่วนได้บุกยึดสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ออกประกาศปลด จอมพล ป. จากทุกตำแหน่ง

            ให้ "ดิเรก ชัยนาม" รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันลูกน้องอีกส่วนของ "ปรีดี" ก็ได้เข้ายึดพระบรมมหาราชวังและเตรียมการต่อสู้กับกองทัพบก

            แต่แผนการที่จะก่อให้เกิดจลาจลในจังหวัดต่างๆ ล้มเหลว

            นั่นคือที่มา "กบฏวังหลวง"

            และ "ปรีดี" หนีได้ทัน

            นั่นคือประวัติศาสตร์ ที่คนรุ่นใหม่ควรเรียนรู้ว่า ประชาธิปไตย รัฐประหาร ในประเทศไทย ไม่ได้เป็นไปตามตำราตะวันตก

            ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์อีกประการ ที่เคยนำเสนอไปแล้ว       

            "ปรีดี" ให้สัมภาษณ์นิตยสารเอเชียวีก ฉบับวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๓ ก่อนถึงแก่อสัญกรรมไม่ถึง ๓ ปี ไว้ดังนี้

             ........ในปี ค.ศ.๑๙๒๕ (พ.ศ.๒๔๖๘) เมื่อเราเริ่มจัดตั้งกลุ่มแกนของพรรคอภิวัฒน์ในปารีส ข้าพเจ้ามีอายุเพียง ๒๕ ปีเท่านั้น หนุ่มมาก หนุ่มทีเดียว ขาดความจัดเจน

            ในปี ค.ศ.๑๙๓๒ (พ.ศ.๒๔๗๕) ข้าพเจ้าอายุ ๓๒ ปี พวกเราได้ทำการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น (พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๐) ข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ.....

            ๑๐ ข้อเสนอของม็อบธรรมศาสตร์ ถูกวิจารณ์ว่ามีรากมาจากคณะราษฎร

            เมื่อครั้งทำการอภิวัฒน์ "ปรีดี" ถือเป็นคนรุ่นใหม่ และยอมรับว่าตัวเอง ขาดความชัดเจน

            ขณะที่คนรุ่นใหม่วันนี้ประกาศว่าตัวเองชัดเจน และต้องการสืบสานอุดมการณ์คณะราษฎร      

            มีคนรุ่นใหม่รู้เรื่องนี้กันกี่คน.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน