เพิ่มความร่วมมือโครงการ'เก็บ เพื่อ กลาย' รีไซเคิลฟิล์มอาหารเป็นรองเท้าบูท ลดขยะพลาสติก


เพิ่มเพื่อน    

เก็บรวบรวมฟิล์มอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทั่วประเทศเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล 

 

     ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ปี 2562 รายงานว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอย ทั้งหมด 27.8 ล้านตัน ซึ่งมีขยะพลาสติกประมาณ 2 ล้านตันหรือ 7% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด แม้จะเป็นปริมาณที่ไม่มาก แต่ขยะพลาสติกกลับกลายเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในลำดับต้นๆ นั่นเป็นเพราะว่าขยะพลาสติก 2 ล้านตันนั้น ถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพียง 5 แสนตันหรือ 25% ส่วนอีก 75% ถูกนำไปกำจัดแบบไม่ถูกวิธี ทิ้งตามแม่น้ำลำคลองไหลลงสู่ทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศไทยมีพลาสติกสะสมในท้องทะเลเป็นอันดับที่ 6 ของโลก

     ปัญหาขยะพลาสติกได้รับการผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ภาครัฐฯ และภาคส่วนต่างๆ ตระหนักถึงพิษภัยขยะพลาสติก นำมาสู่การบริหารจัดการขยะ การสร้างจิตสำนึก และการจัดการกระบวนการจัดเก็บขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยการลงมือแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้กลับมาใช้ใหม่หรือแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความพยายามต่างๆ ส่งผลให้ปลายปี 2562 ประเทศไทยลดอันดับขยะพลาสติกสะสมในทะเลสูงสุดในโลก จากอันดับที่ 6 ลงมาอยู่อันดับที่ 10 ซึ่งการแยกขยะอย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่การลดปริมาณขยะพลาสติกในไทย ล่าสุดภาคเอกชนคิกออฟโครงการ เก็บ เพื่อ กลาย” (Circulife By M Wrap) รวบรวมฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้ว นำไปรีไซเคิลให้เป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ 

 

โครงการ'เก็บ เพื่อ กลาย' จะจัดพนักงานและรถไปรับฟิลฺ์มถนอมอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทุกวัน

 

                ฤทัยชนก จงเสถียร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งที่ เอ็มแรป ให้ความสำคัญเสมอมา จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการให้ เอ็มแรป เป็นตัวช่วยในการถนอมอาหาร รักษาความสด และยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะอาหารหรือขยะอินทรีย์ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรีไซเคิลและการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกบนแนวทางการใช้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เหมือนที่หลายๆ หน่วยงานนำมาปรับใช้ จึงเริ่มต้นจัดทำโครงการ “เก็บ เพื่อ กลาย “  โดยเริ่มจากสร้างความเข้าใจให้พนักงานของเราก่อน ลงมือทำกันภายในองค์กร และขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้าโรงแรมทั่วประเทศกว่า 30 แห่ง ตระหนักถึงการใช้ประโยชน์สูงสุดจากฟิล์มถนอมอาหารและสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลที่ถูกต้อง อาทิ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ, โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, โรงแรม บันยันทรี กรุงเทพฯ, โรงแรม ศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรม โนโวเทล ภูเก็ต ฯลฯ

                ฤทัยชนก กล่าวว่า โครงการ “เก็บ เพื่อ กลาย” เริ่มต้นจากการรณรงค์ภายในองค์กรปลูกจิตสำนึกและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงานว่า “เอ็มแรป รีไซเคิลได้” และพลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หากเรารู้จักใช้และจัดการอย่างถูกวิธี เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมผ่านการใช้ ล้าง ตาก และเก็บฟิล์มถนอมอาหารด้วยตนเอง ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ผลลัพธ์ดีและบริษัทฯ ศึกษาค้นคว้าการรีไซเคิลอย่างจริงจัง จนพบว่า ฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลให้เป็นสิ่งของที่มีประโยชน์อื่นๆ ได้มากมาย อาทิ รองเท้าบูท ฯลฯ จึงขยายความร่วมมือสู่คู่ค้าโรงแรมต่างๆ ส่งตัวแทนไปสร้างความเข้าใจในโครงการฯ รวมถึงชี้แจงให้เห็นว่า กระบวนการแยกขยะพลาสติกและการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี คือ ทางออกของการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างแท้จริง  ทุกโรงแรมจะได้รับถังขยะของโครงการฯ เพื่อแยกขยะทิ้งเฉพาะฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้วเท่านั้น ทางโครงการฯ จัดรถเข้าไปรับฟิล์มถนอมอาหารใช้แล้วจากโรงแรมทุกวัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลต่อไป

 

รองเท้าบูทรีไซเคิลจากฟิล์มถนอมอาหารที่ผ่านการใช้งานแล้ว 

 

     “ โครงการฯ สามารถเก็บรวบรวมฟิล์มถนอมอาหารที่ผ่านการใช้งานแล้วได้กว่า 3,000 กิโลกรัมหรือ 3 ตัน ภายในระยะเวลา 5 เดือน นำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่มีมาตรฐาน ทดลองและพัฒนาจนได้มาเป็นรองเท้าบูทยางข้อสั้นคู่ใหม่ จำนวน 1,300 คู่ โดยมีส่วนผสมของฟิล์มถนอมอาหารเอ็มแรป ใช้แล้วมากถึง 80% “ ฤทัยชนก กล่าว

            ผู้บริหารหญิงระบุว่า ในช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ทางโครงการฯ ได้มอบรองเท้าบูทยางข้อสั้นให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐฯ กว่า 50 แห่งทั่วประเทศเพื่อให้บุคลากรในโรงพยาบาลได้นำไปสวมใส่ป้องกันเชื้อโรคและใช้ประโยชน์ภายในองค์กร สำหรับโครงการเก็บเพื่อกลายยังตั้งมั่นจัดการปัญหาพลาสติก มุ่งเน้นการรีไซเคิลที่ถูกต้อง รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานและการจัดการพลาสติกที่ถูกวิธี เพื่อให้สังคมเกิดความยั่งยืนมีอนาคตที่ไร้ขยะ และสามารถใช้พลาสติกจนเกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างแท้จริง.

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'