อภ.พร้อมขายหน้ากากอนามัย 3.5 ล้านชิ้น หลังก.พาณิชย์  ปลดล็อก ในราคาชิ้นละ2.50บาท


เพิ่มเพื่อน    


 

17 ส.ค.63-ภญ.ศิริกุล  เมธีวีรังสรรค์  รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ภายในประเทศที่ไม่พบผู้ติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลยังคงขอให้ประชาชนไม่ประมาทดูแลสุขภาพและให้ความสําคัญในการป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากยังพบมีการระบาดระลอก 2 ในหลายประเทศ จึงขอให้ประชาชน การ์ดไม่ตกสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่   และเนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เปิดให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ สามารถจำหน่ายถึงผู้ซื้อโดยตรงพร้อมทั้งควบคุมราคาจำหน่ายปลีกไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท ประกาศเมื่อวันที่  11 สิงหาคม 2563


  ในส่วนขององค์การเภสัชกรรมได้จัดหาหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ แบบใช้ครั้งเดียว จากผู้ผลิตในประเทศที่ผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน นำมาจำหน่ายให้กับประชาชน ในราคากล่องละ 125 บาท หรือ ชิ้นละ 2.50 บาท ซึ่งในช่วงแรกนี้ได้นำมาจัดจำหน่ายจำนวน 5 แสนชิ้นก่อน และอยู่ระหว่างการจัดหาเพิ่มอีก 3 ล้านชิ้น หลังจากนี้จะจัดหาเพิ่มอีกเพื่อให้มีจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง  โดยจำหน่ายผ่านร้านขายยาขององค์การฯ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ทั้ง 8 สาขา โดยมีจำหน่ายแล้วที่ สาขาราชเทวี (สำนักงานใหญ่) ตรงข้าม ร.พ.รามาธิบดี  ส่วนอีก 7 สาขา จะเริ่มจำหน่ายในวันพุธที่ 19 สิงหาคมนี้ คือ สาขายศเส ด้านข้างร.พ.หัวเฉียว สาขาจรัญสนิทวงศ์  สาขาเทเวศร์  เยื้องธนาคาร-แห่งประเทศไทย สาขารังสิต ใกล้ตลาดสี่มุมเมือง สาขากระทรวงสาธารณสุข สาขาศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และสาขาเวชศาสตร์เขตร้อน ตรงข้ามรพ.พระมงกุฎเกล้า


“หากมีสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 2 เกิดขึ้น  องค์การเภสัชกรรมในฐานะองค์กรหลักเพื่อความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ เรามีความพร้อมในการ ผลิต จัดหา สำรอง กระจาย ยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากอนามัย หน้ากากN95 ชุดPPE  แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อและแอลกอออล์เจล  สำหรับสนับสนุนให้กับระบบสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งมีการ วิจัย พัฒนา ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน และการพึ่งพาตนเองของประเทศ ” รองผอ.อภ.กล่าว .

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ