ล้มอัตลักษณ์ไทยไม่ได้ บิ๊กตู่เตือนม็อบนศ.จะกลับสู่ที่เดิม/ชู3นิ้วลามขาสั้น


เพิ่มเพื่อน    

  “ประยุทธ์” เตือนสติเยาวชน อย่าลืมอัตลักษณ์ไทยเรื่องชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ถ้าล้มทุกอย่างอนาคตจะมีหรือ ไม่ใช่ตื่นขึ้นมามองแค่เท้าตัวเอง ระวังกลับไปสู่วัฏจักรเดิมๆ เผยจะทำหน้าที่นายกฯ ให้ดีที่สุด ซัดการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบ “ปลดแอก” ลามสู่ขาสั้น ญ.ว.ชู 3 นิ้วหลังเคารพธงชาติ “ครูตั้น” แนะครูทำความเข้าใจแต่อย่าสุมไฟ “ศอปส.” ยื่นตำรวจถอนประกัน “อานนท์-ไมค์-เพนกวิน” หลังโผล่ร่วมชุมนุม

    เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ห้อง Auditorium ชั้น 6 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ” โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ซึ่งทันทีที่เข้าห้อง ?พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้เจ้าหน้าที่มาเชิญสื่อมวลชนเข้าไปฟังด้วย จากเดิมที่อยู่นอกห้องเพราะคับแคบ  โดยระบุว่า “สื่อมวลชนเข้ามาฟังเลยหรือไม่? ถ้าไม่เข้ามาก็จะไม่พูด? ไม่ให้สัมภาษณ์? เพราะเรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของประเทศ” ทำให้ผู้เข้าร่วมฟังถึงกับงง
    โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า เราเป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยสูง วันนี้เราลืมสิ่งเหล่านี้ไปแล้วหรือ ต้องกลับมาทบทวนใหม่ทั้งหมด ซึ่งตนเองถูกสอนมายุคโบราณ ยอมรับว่าวันนี้เลยคิดมาก คิดละเอียดยุบยิบทุกวัน ไม่ได้อยู่เฉยๆ และนายกฯ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่เป็นประธานเปิดปิดงาน  ต้องรับมือได้ทุกสถานการณ์ เพียงแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้นเอง ทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติมีความสงบ เรียบร้อย ปลอดภัย การเป็นเด็กที่ดีจะต้องเรียนดี และไม่ใช่เรียนดีอย่างเดียว ต้องมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ไม่มองแต่เรื่องค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว สรุปว่าต้องเปลี่ยนหลักคิดใหม่ทั้งหมด แต่ไม่ใช่เปลี่ยนหวือหวา อะไรที่ไม่เข้ากับบริบทของความเป็นไทย
“หลายๆ ประเทศอิจฉาอัตลักษณ์ความเป็นไทยของเรา เพราะความมีอัตลักษณ์ของไทย ความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้อยู่กับตัวคนไทยทุกคน รอยยิ้ม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติที่งดงาม ทุกสิ่งนี้คือประเทศไทย แต่สิ่งเหล่านี้ถูกลืมไปหรือเปล่า เป็นหน้าที่ของครูและการศึกษาต้องช่วยกันสอนและอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดีและเก่ง” พล.อ.ประยุทธ์?กล่าว
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นนายกฯ มา 5 ปีกำลังเข้าสู่ปีที่ 6 รู้ดีว่ามีการเปลี่ยนแปลงมาก? ดังนั้น? เราต้องไม่ทำลายศักยภาพของเราเอง ไม่ทำลายประเทศด้วยสิ่งที่มีปัญหา ทุกอย่างต้องค่อยๆ แก้ไขไป ตามขั้นตอน อย่าทำให้ทุกอย่างมาทำลายตรงนี้ให้เกิดความเสียหาย? ต้องการเพียงเท่านั้น ยืนยันว่าจะทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่สุดชีวิต ทำงานทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ ทุกคนต้องเข้าใจว่าทุกภาคส่วนมีความเกี่ยวข้องทั้งหมด ครู เด็ก ผู้ปกครอง สังคม สิ่งแวดล้อม ชุมชน โรงเรียน รวมถึงกระบวนการประชาธิปไตยใดๆ ก็ตามในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่มาจากความเป็นประชาธิปไตยทั้งสิ้น ดังนั้น?ทุกคนต้องมาช่วยกัน ถ้ายังขัดแย้งต่อต้านอะไรก็ทำไม่ได้ซักอย่าง ก็จะล้มทั้งหมด แล้วมันจะไปได้กันอย่างไร  แล้วอนาคตประเทศจะมีหรือ
“วันนี้สถานการณ์บ้านเราไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะนอกจากปัญหาโควิดแล้ว มีปัญหาเศรษฐกิจทั้งโลก สื่อบางสำนักก็กดดัน ไม่มีการเปรียบเทียบหรือขอให้ทุกคนอดทน สังคมเราต้องเกิดการประนีประนอม หาทางออกที่ถูกต้อง ช่องทางที่ควรเป็น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ประเทศชาติเป็นของทุกคน
    พล.อ.ประยุทธ์?กล่าวว่า สื่อมวลชนวันนี้ถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะสร้างการรับรู้ให้สังคมอย่างไร ถ้าเอาแต่การแพร่ข่าวอย่างเดียว ทางนั้นว่าอย่างนี้ ทางนี้ว่าอย่างนั้น ความขัดแย้งจะเกิดอย่างนี้ไปตลอดเวลา ฉะนั้นทำอย่างไรจะให้เกิดความสงบให้ได้ มีเสถียรภาพรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไม่อยู่  ต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรตามมา บางสื่อ บางฉบับ บางคอลัมน์ เอาข้อเท็จจริงมาปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำอะไรไปบ้างแล้ว อยากให้มีคอลัมน์เหล่านี้มากยิ่งขึ้น
    “ประเทศชาติไม่ใช่ของผม หรือของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนทุกคน แผ่นดินผืนนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไร จะทำอะไรก็ต้องดูพื้นฐานและบริบทของประเทศไทยด้วย สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรถึงจะยกระดับการศึกษาของประเทศให้ได้ การศึกษาเราไม่ใช่ล้มเหลว ไม่ใช่ไม่ดี เพียงแต่อยู่ที่การบริหารจัดการให้ทันต่อโลกยุคที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว    
    นายกฯ กล่าวว่า เรายังมีปัญหามากในขณะนี้ ถ้าเราสามารถช่วยแก้ปัญหาช่วงนี้ไปก่อน ปัญหาอื่นยังไม่ใช่ความเป็นความตายของประเทศ ต้องแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ได้ก่อน อย่างอื่นก่อนแก้ไปตามระบบ ระเบียบ ขั้นตอน ไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น หลายเรื่องเราก็มีบทเรียนไปแล้ว และวัฏจักรเหมือนอย่างเดิมหมด ถ้าเรายังเข้าไปในวัฏจักรก็กลับมาที่เก่า กลับไปเหมือนที่เกิดขึ้น กลับไปเหมือนที่มาอยู่ตรงนี้ ซึ่งไม่เคยคิดอะไรทั้งสิ้น หน้าที่อย่างเดียวคือตราบใดที่ยังเป็นนายกฯ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้สงบมีเสถียรภาพ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความกลัวกังวลที่มีต่อเยาวชนของชาติในเวลานี้? และไม่ว่าเวลาไหน? เพราะเขาคืออนาคตของพวกเรา? และพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า ขั้นตอนของประเทศชาติที่กำลังต้องพัฒนาต่อไปและต่อไปเรื่อยๆ ภายใต้สิ่งที่เราเรียกว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งสิ้นในการทำให้ตระหนัก แล้วนอกจากประวัติศาสตร์ที่อยากให้เด็กเรียนรู้เพิ่มขึ้นแล้ว อยากให้เพิ่มเรื่องศาสนาและศีลธรรม รวมถึงเติมเรื่องกฎหมายพื้นฐานด้วย ไม่อย่างนั้นทุกคนก็สนใจแต่รัฐธรรมนูญที่มีเพียงกว่า 200 มาตรา จนลืมไปแล้วว่ากฎหมายลูกมีเป็นพันๆ ซึ่งละเมิดไม่ได้ ต้องสอนให้คนคิดเป็นกระบวนการในหัว
     “ควรคิดอย่างเดียวคือ? คิดในสิ่งที่เกิดประโยชน์ ถ้าไม่เกิดประโยชน์จะไปคิดทำไม คิดไปมันก็เปลืองสมอง ร้อนรนอยากได้นี่อยากได้นู่น เอามาถามว่าแล้ววันนี้เราได้อะไรมาแล้วบ้าง? ทุกคนลืมไปแล้วว่าเราได้อะไรมาแล้วบ้าง? อยากได้มากขึ้นๆ ทุกวัน ตื่นมาก็อยากได้มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่อันตรายกับประเทศของเราในอนาคต ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่อยพัฒนา มันไม่มีใครไม่ตายหรอก ตายกันหมด มีชีวิตอยู่ก็ทำความดีกันบ้าง อย่ามองอะไรไม่พ้นขากางเกงตัวเอง ไม่ใช่ตื่นขึ้นมามองแค่เท้าตัวเอง มันไปไม่ได้ ต้องมองไปข้างหน้าว่าจะเหยียบอะไรหรือเปล่า นั่นคือการมองตัวเองก่อนที่จะไปทำเพื่อคนอื่น” นายกฯ กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า เคยตื่นขึ้นมากลางดึก ตี 2 ตี 3 แล้วนอนไม่หลับหรือไม่ หลายคนก็เคยเจอมาแล้วกินยานอนหลับวันละ 2 เม็ด กินมากก็ดื้อยา ต้องเอาธรรมะเข้ามาข่ม นับ 1 ถึง 10 แต่ตนเองเสียนิสัยนับถึง 2 ก็ไปแล้ว แต่ไม่เกลียดใคร ความเกลียดจะเป็นสิ่งที่จะตอบสนองมาที่ตัวเรา คนที่เราเกลียดเขาไม่รู้หรอกว่าเราเกลียดเขา แต่บาปมันอยู่ที่เรา? ให้อภัยทุกคนได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย  นั่นคือสิ่งที่พยายามทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด หลายอย่างมันต้องเกิดขึ้นแน่นอน หลายอย่างมันสะสมมานาน ก็ต้องแก้กันวันนี้ หลายอย่างต้องคิดว่าหลายอย่างวันนี้มาจากความโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ  และจะเปิดหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ คนทำความผิดก็จะมีออกมาเรื่อยๆ และเราก็ต้องมาแก้กัน ถ้าไม่เปิดออกมาก็แก้กันไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง นี่คือสิ่งที่คิด
    "ผมพูดมากก็ไม่ได้? พูดน้อยก็ไม่ดี แต่พยายามพูดไม่สร้างความขัดแย้ง เพราะมันขัดแย้งกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญเศรษฐกิจจะทำอย่างไรต่อไป ไม่มีรัฐบาลแล้วจะทำอย่างไรต่อไป แต่รัฐบาลผมอยู่ได้โดยไม่มีการทุจริต เพราะนายกฯ เป็นอย่างนั้นอยู่ไม่เคยมีการทุจริตกับใครทั้งสิ้น อยู่มา 5 ปีพูดได้ 100% ซึ่งเป็นเรื่องของการตรวจสอบ ทุกคนก็ต้องระวังของท่านด้วย ไม่ใช่ผมไม่ไว้ใจ ไม่มีก็แล้วไป"
ย้ำมีคนอยู่เบื้องหลัง
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกที่ถนนราชดำเนิน และได้ลุกลามไปยังโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศที่ชู 3 นิ้วในโรงเรียน ว่าต้องหาวิธีการบริหารจัดการให้ได้ ซึ่งเคยระบุว่าจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาภายในเดือนนี้นั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็มีการเตรียมการไว้แล้ว เดี๋ยวก็จะต้องไปพูดคุยกัน แต่อย่าเพิ่งให้รัฐบาลและนายกฯ ลงไปโดยตรงตอนนี้ เพราะถ้าพูดจริงๆ เขาจะเล่นงานนายกฯ ซึ่งในส่วนของฝ่ายบริหารตอนนี้ให้ดำเนินการในการขับเคลื่อนแผนเศรษฐกิจต่างๆ จำนวนมาก
“ผมขอถามคำเดียวว่า หากไม่มีรัฐบาลตอนนี้ หรือรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มจะสามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ เมื่อไม่ได้ก็เอาไว้ถึงเวลาก่อนได้หรือไม่ แล้วค่อยทำตามที่ว่า ก็เป็นเรื่องของเขา ดังนั้น ต้องขอให้ทุกคนช่วยกันไม่ให้ลุกลามด้วย และต้องไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลัง เห็นหรือไม่ว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวได้ตอบว่า พรรคการเมืองเข้าไปสังเกตการณ์ พล.อ.ประยุทธ์จึงย้อนว่า "ใครนะ มีพรรคไหนบ้าง เอาให้แน่ ไม่กล้าพูด มันไม่ใช่ ไปอยู่แบบนี้มันก็ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ผมถามคนที่ได้รับผลกระทบคือใคร เด็กใช่ไหม นักศึกษาใช่ไหม แล้วธุรกิจ ร้านค้าแถวนั้นเขาว่าไง เขาเปิดร้านไม่ได้ทำยังไง ขายของไม่ได้ทำอย่างไร เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้วก็แย่ไปอีกไหม ต้องนึกถึงคนอื่นเขาบ้างสิ  จะทำอะไรก็ทำตามขั้นตอน ทางกฎหมายที่มีอยู่สิทธิเสรีภาพและหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย  การปฏิบัติตัวตามกฎหมาย ทุกคนเป็นคนไทยไม่ใช่หรือ"
    เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรในบางข้อเรียกร้อง เช่นให้นายกฯ ออกจากตำแหน่ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ การแก้รัฐธรรมนูญก็มีกระบวนการ ตั้งแต่  กมธ.ศึกษา การลงมติอะไรก็แล้วแต่ รวมถึงขั้นตอน ส.ว.และขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมาย หากจะทำประชามติก็ต้องเร่งจัดทำกฎหมายเรื่องการทำประชามติให้เรียบร้อยโดยเร็ว ขณะนี้กำลังทำให้ทั้งหมด ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการตีกรอบภายในเดือน ก.ย.นั้น จะตีกรอบก็เรื่องของเขา ต้องพูดตามกฎหมายพูดอย่างอื่นไม่ได้ แต่ก็ได้ติดตามการชุมนุมทุกวันวัน เพราะนายกฯ จะไม่รู้เรื่องทุกอันได้หรือ
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนปลดแอกว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ถือเป็นความคิดเห็นต่าง แต่อย่าไปละเมิดสิทธิคนอื่นก็แล้วกัน? ในส่วนของรัฐบาลก็มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว  
    ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีเด็กนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วหลังเคารพธงชาติว่า เข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนักเรียน? ประชาชน? แต่ต้องมีขอบเขต?  หากการแสดงออกจะสร้างสรรค์หรือไม่สร้างสรรค์ก็แล้วแต่ สร้างความแตกแยกต่อประเทศหรือก่อให้เกิดปัญหาของสังคมในอนาคต ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำในขณะที่ประเทศต้องการความร่วมมือกัน ณ ขณะนี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพิจารณาอย่างเหมาะสม หากครูจะอธิบายให้เด็กๆ ฟังก็จะเป็นเรื่องที่ดี และรัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นต่างๆ และพร้อมจะหาทางออกร่วมกัน การท้าทายหรือการแสดงออกที่อาจทำให้เกิดความแตกแยกควรจะระมัดระวัง คิดว่ามีการเปิดทางแล้วเพื่อให้มีการพูดคุยกัน และพร้อมเป็นตัวแทนของรัฐบาลพูดคุยกับนักเรียน นักศึกษา
    “มั่นใจว่าครูและผู้บริหารเข้าใจในเรื่องละเอียดอ่อน การสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งไป หากเป็นการกระตุ้นไฟเข้าไปในกองเพลิง เราก็ไม่อยากทำ เราอยากให้ทุกคนมีความเข้าใจ และคิดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้นำนักเรียนหรือนักศึกษาเข้าใจสถานการณ์ดีว่าประเทศต้องการอะไร” นายณัฏฐพลกล่าว
ขีดเส้น ก.ย.เป็นไปไม่ได้
ส่วนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเรียกร้องกลุ่มนักศึกษาให้ยุบ ส.ว.ในเดือนกันยายนว่า เป็นข้อเรียกร้องของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องไปพิจารณาและหารือกับ ส.ว.คนอื่น ในแง่ของความเป็นไปได้ คงเป็นไปได้ยากในทางนิติบัญญัติที่จะทำให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย. จึงต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มนักศึกษา และการคงอยู่ของ ส.ว. รวมทั้งการคงอยู่ของฝ่ายบริหารต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  
    สำหรับความคิดเห็นของนักการเมืองในเรื่องนี้นั้น นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า อยากขอร้องฝ่ายค้านให้หยุดบิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายรัฐบาลได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหารัฐบาลคุกคามนักศึกษา หรือเตรียมม็อบชนม็อบ เพราะไม่เป็นความจริงเลย อยากให้ฝ่ายค้านหยุดพฤติกรรม บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว อย่าพยายามยุยงส่งเสริมให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งเลย อย่าหวังผลทางการเมืองจนประเทศชาติเสียหาย ทั้งนี้หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลังการชุมนุม ถ้าเป็นความจริงก็อยากให้ถอยออกมา ให้เหลือเพียงพลังนักศึกษาที่บริสุทธิ์จริงๆ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องแสดงความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาการชุมนุม เปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนอย่างตรงไปตรงมา อย่าทำตัวเหมือนตอนเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ข่มขู่ คุกคาม ลิดรอนสิทธิของประชาชนผู้เห็นต่าง เพราะวันนี้ม็อบลามลงไปถึงโรงเรียนระดับมัธยมศึกษากระจายตัวไปทั่วประเทศ ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ นับวันปัญหาจะยิ่งลุกลามบานปลายจนแก้ไขได้ยาก
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า "เมื่อคณะประชาชนปลดแอกประกาศยืนยันข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 2 จุดยืน 1 ความฝัน ซึ่งอยู่ในบริบทของรัฐธรรมนูญทุกอย่าง ความไม่สบายใจต่างๆ ของสังคมจะไม่เกิดขึ้น แต่การให้ ส.ว.หนึ่งในสาม หรือ 84 เสียงโหวตให้ตัวเองพ้นตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การขีดเส้นให้แก้ให้เสร็จในเดือน  ก.ย. เชื่อว่าสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น จึงต้องเตรียมการชุมนุมในครั้งต่อไป ซึ่งกลุ่มประชาชนปลดแอกเดินมาทุกทางและทำถูกต้องแล้ว ซึ่งต่อไปเชื่อว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อต่อสู้ให้บรรลุตามข้อเรียกร้อง"
    วันเดียวกันยังคงมีความเคลื่อนไหวในบรรดาโรงเรียนระดับชั้นมัธยม โดยเมื่อเวลา 08.00 น. ภายในโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) ได้มีการจัดกิจกรรม "ชู 3 นิ้ว หลังร้องเพลงชาติจบ" เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองและต่อต้านเผด็จการ โดยมีนักเรียนร่วมชู 3 นิ้วประมาณ 100 คน
ขณะที่ พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น กล่าวถึงเหตุการณ์ตำรวจ สภ.กระนวนเข้าไปในโรงเรียนศรีกระนวนว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ส.ค.มีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “พรุ่งนี้น้องๆ ศรีกระนวน และน้ำพองศึกษาจะยืนชูสามนิ้วตอนร้องเพลงชาติ พร้อมผูกโบสีขาวที่กระเป๋านักเรียนยืนโค้งคำนับให้ทุกท่าน ผมขอยืนข้างทุกๆ กิจกรรมและการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพของทุกท่าน" ซึ่งเมื่อมีคนสำคัญหรือประชาชนโพสต์จึงต้องทำการตรวจสอบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ จึงได้ประสานผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในโรงเรียน รวมถึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
    "จากการตรวจสอบในขณะที่นักเรียนเดินเข้าไปในโรงเรียน พบนักเรียนชายหญิง 3-4 คนที่ติดโบสีขาวที่กระเป๋า ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกตรวจสอบหรือควบคุมตัวแต่อย่างใด ตำรวจที่ลงพื้นที่ก็ถ่ายรูป ทำบันทึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา และทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ควบคุมตัวหรือยึดโบแต่อย่างใด และไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวน้องนักเรียน" พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ระบุ
ด้านนายชัชวาลกล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมานักเรียนหลายคนผูกโบที่กระเป๋าที่ข้อมือไปโรงเรียน  แต่เห็นตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 30 คนยืนอยู่ประตูทางเข้าออกจึงดึงโบออกเพราะกลัว  แต่เมื่อถึงในห้องเรียนหลายคนก็ผูกโบและชู 3 นิ้วอย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งเป็นการกล้าแสดงออกที่ไม่เดือดร้อนใคร เพราะนักเรียนทำในรั้วโรงเรียน ผู้ใหญ่ไม่ควรกีดกัน ควรจะปล่อยไปตามปกติ
ถอนประกันเพนกวิน-อานนท์
ขณะที่นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำศูนย์กลางประสานงานนักศึกษาอาชีวะประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ ศอปส. พร้อมแนวร่วมกว่า 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อเพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก  และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเอาผิดดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายอื่นๆ และผู้ร่วมสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดละเมิดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ โดยมี พ.ต.อ.บรรจง วิสาสะ รอง ผบก.กองมาตรฐานวินัย เป็นผู้รับหนังสือ
“การชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกมีการจาบจ้วงสถาบันและเริ่มบานปลาย จึงต้องออกมาเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีกับคนกลุ่มนี้ และจะมีการติดตามทวงถาม หากเจ้าหน้าที่มีการปล่อยปละละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มก็จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดตามมาตรา 157 ต่อไป” นายสุเมธระบุ
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวว่า การชุมชุมเมื่อวันที่ 16 ส.ค.มีการแจ้งการชุมนุมตาม  พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ในภาพรวมได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่มีความเป็นห่วงอยู่ 2  เรื่อง คือ มาตรการควบคุมโรคและการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ส่วนอื่นๆ ก็ผิดตามกฎหมายเล็กน้อย สำหรับคำปราศรัยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างไร โดยได้รับแจ้งจาก  ผบก.น.6 ว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเดินทางไปที่ สน.สำราญราษฎร์ และมีบางคนมีหมายจับ แต่เนื่องจากเป็นช่วงยามวิกาลและมีคนจำนวนมาก เกรงว่าการดำเนินการตามหมายจับจะก่อให้เกิดความไม่สงบ จึงตัดสินใจไม่ดำเนินการ
“เราเน้นเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะมีบุคคลใดมีพฤติกรรมผิดเงื่อนไขของการประกันตัวหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้พิจารณา โดยตำรวจจะนำเรียนศาลเพื่อไต่สวน ตำรวจมีหน้าที่อำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุมและรักษาความสงบแค่นั้นเอง” พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
ขณะที่บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายมะลิ ทองคำเปลว ตัวแทนกลุ่มคณะอนุรักษนิยมแห่งชาติ เทิดราชบัลลังก์ พร้อมสมาชิก ได้ออกมาชูป้ายข้อความ “พระราชา พระราชินี เป็นธงชัย คณะอนุรักษนิยม เทิดไท้อย่างยอมพลี เพื่อธำรงไว้อย่างสูงสุด เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกย่ำยี เป็นหน้าที่ของคณะอนุรักษนิยมเข้าพิทักษ์ด้วยชีวิต” พร้อมกับอ่านแถลงการณ์.
          

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"