‘ครม.’ไประยอง‘บิ๊กตู่’กำชับเข้มห้ามประชิดตัว


เพิ่มเพื่อน    

 

ครม.ไฟเขียวตั้ง "อนุชา" เป็นโฆษกรัฐบาล ขณะที่ "แรมโบ้" องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ผลงานเข้าตา นั่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ อีกวาระ โดย "บิ๊กตู่" กำชับเข้ม ประชุม ครม.สัญจร 24-15 สิงหา. ห้ามม็อบประชิดตัวเด็ดขาด
    นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งนายอนุชา บูรพชัยศรี ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นปลัดกระทรวงการคลัง
    นางสาวไตรศุลีกล่าวว่า สำหรับตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองนั้น ได้แก่ นางธิวัลรัตน์ อังกินันท์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.แรงงาน, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เป็นเลขานุการ รมว.แรงงาน,  นายภาคิน สมมิตรธนกุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.แรงงาน,  นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เป็นเลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายจักษ์ พันธ์ชูเพชร เป็นที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายเอกบุญ วงศ์สวัสดิ์กุล เป็นเลขานุการ รมว.การคลัง, นายกวิน ทังสุพานิช เป็นเลขานุการ รมว.พลังงาน
    อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติให้กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก 1 วาระ จำนวน 10 ราย ดังนี้ นายชาญกฤช เดชวิทักษ์, นายทวี สุระบาล, นายทศพล เพ็งส้ม,  นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ, นายอภิวัฒน์ ขันทอง, นายชื่นชอบ คงอุดม, นายสุทธิชัย จรูญเนตร และนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แนะนำโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่ คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี โดยระบุว่าจะทำงานในรูปแบบนิวนอร์มอล ในเรื่องรวมไทยสร้างชาติ มีการปรับองค์ประกอบภายในให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการพบปะสื่อ การสื่อสารทางออนไลน์ อะไรต่างๆ เหล่านี้จะปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ใช้คำภาษาง่ายๆ ที่ทุกคนเข้าใจ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งที่ทำไปแล้วให้ทุกคนทราบว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และประชาชนจะได้อะไรต่อไป เป็นการวางปัจจุบันไปถึงอนาคต
    ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ยืนแถลงข่าวนั้น นายอนุชาได้มายืนร่วมฟังการแถลงข่าวร่วมกับรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีก 2 คนด้วย และเริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้วในวันที่ 18 ส.ค.
    ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการทำงานจะเน้นสื่อสารข้อมูลให้เข้าใจตรงกันและครบถ้วน แนวทางขับเคลื่อนการทำงานต่างๆ ตามดำริของนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม. ส่วนสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน จะสื่อสารความคิดเห็นของรัฐบาลให้ภาคประชาชนรับทราบ ซึ่งจะเป็นการสื่อสาร 2 ทาง ไม่ใช่ความเห็นของรัฐบาลฝ่ายเดียว โดยจะรับฟังความเห็นของประชาชน เพื่อนำไปสู่ผู้ที่กำหนดนโยบายของรัฐ
    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องเศรษฐกิจและด้านต่างประเทศ จะทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ และสื่อสารไปยังทูตต่างประเทศ สื่อต่างประเทศให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนว่าเรื่องใดเป็นจริง ขณะที่ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือเฟกนิวส์ ก็ต้องชี้แจงเพื่อให้เกิดความกระจ่าง และต้องปรับข้อมูลการให้ข่าวต่อประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังพูดถึงกรณีเหตุการณ์อัยการอาวุโสขับรถปาดหน้าและบีบแตรไล่ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า “ผมไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร มีบางคนไปเขียนว่าผมตกอกตกใจ ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้นอยู่แล้ว ก็คงเป็นเพราะเกิดความไม่เข้าใจอะไรกันบางอย่าง ซึ่งเขาก็ชี้แจงมาแล้ว”
    เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองและการชุมนุมของนักศึกษาใช่หรือไม่ พล.อ,ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวกัน อย่าเอาไปพันกันทั้งหมด จะเอาไปพันกันได้อย่างไร อัยการอาวุโสเขาอาจจะปวดท้อง เพราะเขาบอกว่าปวดท้อง จะรีบไป
    ถามว่านายกฯ เชื่อเช่นนั้นหรือ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็เขาชี้แจงมาอย่างนี้ อัยการเขาเป็นคนพูด ไม่เชื่อได้อย่างไร ก็คงต้องเชื่อเขา คนเราพูดอะไรก็ต้องเชื่อถือ “ยืนยันว่าตนมี รปภ.เยอะแยะไปหมด ไม่ต้องกลัวหรอก และไม่ต้องมาห่วงตนมากขนาดนั้น
    รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า ระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 24-25 ส.ค. ที่ จ.ระยอง ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อยให้ดี อย่าให้มีม็อบ หรือหากมีม็อบอย่าให้เข้ามาประชิดตน อย่าให้เกิดการเผชิญหน้า
    สำหรับกำหนดการการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 24-25 ส.ค.นี้ ในวันที่ 24 ส.ค. ช่วงบ่าย นายกฯ จะไปตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จากนั้นนายกฯ จะไปเป็นประธานเปิดทางหลวงระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด และจะเดินทางต่อไปยังเทศบาลบ้านเพ เพื่อเยี่ยมชมตลาดร้อยเสา และพบปะชาวบ้านและผู้ประกอบการการท่องเที่ยว จ.ระยอง จากนั้นนายกฯ จะไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน และจะนั่งรถตรวจถนนเลียบชายหาดแสงจันทร์-สุชาดา
    ส่วนการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 25 ส.ค. จะประชุมที่ รร.สตาร์ คอนเวนชั่น โดยก่อนการประชุมจะมีการเยี่ยมชมนิทรรศการของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ปตท. และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จากนั้นจะเป็นการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มภาคตะวันออก 1 ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จากนั้นจะเป็นการประชุม ครม.นอกสถานที่ เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ต่อจากนั้น นายกฯ จะเดินทางไป จ.จันทบุรี เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการนำร่อง นำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน พร้อมชมการสาธิตการติดตั้งกำแพงคอนกรีตหุ้มด้วยแผ่นยางพารา (RFB) ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ.


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ