คนเวียงสายังลอยคอ สุโขทัยขนของหนีน้ำ


เพิ่มเพื่อน    


    เร่งระบายน้ำจากอำเภอเวียงสากู้บ้านอีก 300 หลังพ้นจมน้ำ ภาวนาใน 5 วันถ้าไม่มีฝนตกซ้ำจะคลี่คลาย สุโขทัยก็ยังอ่วม ชลประทานประกาศเตือนผู้ที่อยู่ริมน้ำยมขนของไว้ที่สูง สวรรคโลกถนนขาด ชาวพรหมพิรามต้องพายเรือเกี่ยวข้าว
    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือในขณะนี้ เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ในทุกพื้นที่ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าแหล่งน้ำในประเทศยังมีเพียงพอต่อการกักเก็บน้ำ
    ด้านสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.เวียงสา จ.น่าน หลังมีการเปิดประตูน้ำ 2 บานที่ผนังกั้นน้ำสา ทำให้เช้าวันจันทร์ ระดับน้ำที่ท่วม 7 หมู่บ้านในตำบลเวียงสาและกลางเวียง ลดลงจนเกือบแห้ง แต่ยังคงเหลืออีกกว่า 300 หลังคาเรือน ที่บ้านต้นหนุน และบ้านดอนแท่น หมู่ 2 ตำบลกลางเวียง ยังมีน้ำท่วมขังระดับสูง 1 เมตรขึ้นไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำระบายออกแม่น้ำน่านและแม่น้ำสา เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นวันที่ 4 แล้ว และเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น 
    นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผวจ.น่าน กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานชลประทานจังหวัดน่านประสานไปยังส่วนกลางให้ส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 เครื่อง มาสูบน้ำออกจากพื้นที่อำเภอเวียงสา เพิ่มเติมจากในพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว 3 เครื่อง ในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำน่าน คาดว่าภายใน 5 วันนี้หากไม่มีน้ำเหนือไหลมาสมทบหรือฝนตกหนักอีก สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย ขณะเดียวกันมอบหมายให้เกษตรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตร เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วนและเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
    สุโขทัย น้ำยมยังคงไหลทะลักจากพนังกั้นน้ำที่พังทลายแตกเป็นช่องตั้งแต่เช้ามืดวันอาทิตย์ เข้าท่วมบ้านเรือนท้องที่หมู่ 1 และหมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตรในบางจุด นาข้าว ไร่ข้าวโพดจมอยู่ใต้น้ำเป็นวงกว้าง ถนนสาย 1195 สุโขทัย-แยกเตว็ด ต้องปิดการจราจร รถเล็กยังผ่านไม่ได้ นอกจากนี้พนังกั้นน้ำในพื้นที่ที่บ้านวังดุ้ง บ้านลัดทรายมูล ต.ปากพระ อ.เมืองสุโขทัย พังเสียหายเช่นกัน ทำให้น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาชาวบ้าน รวมถึงถนนสุโขทัย-ปากพระ
    ล่าสุดปริมาณน้ำยมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ณ สถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,416 ลบ.ม./วินาที ทำให้ชลประทานต้องเร่งหน่วง-ควบคุมปริมาณน้ำให้ผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ไม่เกิน 800 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งต้องควบคุมปริมาณน้ำผ่านจุด Y.4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาตัวเมืองย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยให้รอดพ้นน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานได้ประกาศเตือนให้คนสุโขทัยที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายหลัก และริมตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่า-คลองเมม-คลองบางแก้ว ขนของขึ้นที่สูง เนื่องจากจะเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้
    ที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ยังคงถูกน้ำท่วมต่อเนื่อง น้ำจากแม่น้ำยมไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งบริเวณหมู่ 5 ต.วัดเกาะ และทะลักเข้าตัว อ.ศรีสำโรง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า น้ำจากแม่น้ำยมได้กัดเซาะถนนพื้นที่ ม.7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลกขาดลงแล้ว แม้ชาวบ้านจะนำกระสอบทราบมาวางเรียงป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถทานกระแสน้ำได้ ทำให้น้ำไหลเข้าร่วมบ้านเรือนประชาชน
    พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมใน อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมขนของขึ้นที่สูงพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่กรมชลประทานเร่งผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาทผ่านแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปยังคลองยม-น่าน ผ่านประตูระบายน้ำคลองกล้วย และประตูระบายน้ำคลองรุม ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 3 (จังหวัดพิษณุโลก) จะดำเนินการรับน้ำต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำยมสายเก่าที่รับน้ำมาจากจังหวัดสุโขทัย ผ่านคลองเมม ต.ท่าโช้ง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุด นายชำนาญ ชูเที่ยง ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ปริมาณน้ำยังมีมากอย่างต่อเนื่อง หากน้ำมีมากขนาดนี้ก็จะทำให้ไหลเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่ามากเช่นกัน ซึ่งคาดว่าอาจมีน้ำจากจังหวัดสุโขทัยเข้ามาสูงแม่น้ำยมสายเก่าถึง 300 ล้าน ลบ.ม. 
    ผลกระทบต่อมวลน้ำที่เริ่มเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ หมู่ 12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำที่จะเข้ามาระลอกนี้ เช่นนายสุรินทร์ กลิ่นชื่น ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ ที่มีนาข้าว 15 ไร่ ได้เกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 13 ไร่ เหลืออีก 2 ไร่เศษถูก น้ำท่วมนาข้าว ต้องพายเรือไปเกี่ยวข้าวที่เหลือขึ้นมาตากแห้งที่สูง ขณะที่ชาวนาหลายรายเริ่มนำกระสอบทรายไปอุดท่อน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำยมสายเก่า ป้องกันล้นตลิ่ง
    ลำปาง หลังมีผู้สูญหาย 2 คนข้างฝายน้ำล้นลำน้ำแม่ตุ๋ย ฝั่งบ้านทุ่งม่านพัฒนา ม.11 ต.บ้านเป้า อ.เมือง ทหารได้พบร่างแล้ว 1 ศพ คือนายประจวบ เทพปินตา อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งม่านพัฒนา ส่วนนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี เป็นคนดูแลประปาหมู่บ้าน ขณะนี้ยังไม่พบร่าง
    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 24 ส.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมรับฟังการบริหารราชการและติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง
    ในการนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคเหนือว่า ได้รับรายงาน ที่จังหวัดสุโขทัยเกิดพนังกั้นน้ำแตก ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขอยู่ คาดว่าจะระบายน้ำเสร็จภายในวันเดียวกัน ซึ่งก็ไม่น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ได้ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยทหารพัฒนาไปดูแลเพื่อช่วยเหลือประชาชน
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด รวม 41 อำเภอ 135 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,830 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้สูญหาย 2 ราย ได้แก่ น่าน  แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก และดินสไลด์ในพื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ 
    กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า วันที่ 24 ส.ค.63 เวลา 15.00 น. พบน้ำท่วม 3 จังหวัด รวม 12 แห่ง ได้แก่ 1.น่าน (1 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง 2.แพร่ (3 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 2 แห่ง 3.สุโขทัย (8 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 5 แห่ง
     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่​ จ.น่านและสุโขทัย ว่า วันนี้เราต้องแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่รัฐบาลทำคือ​ พยายามจะกักเก็บน้ำเหล่านี้ไว้ให้ได้ นอกจากการระบายทิ้ง ตนพูดทุกปี ดังนั้น​ สิ่งสำคัญที่สุดคือจะกักเก็บน้ำตรงนี้ไว้ให้ได้ ทั้งแก้มลิง การบริหารจัดการลุ่มน้ำยม ถ้าไม่ร่วมมือก็ทำกันไม่ได้ทั้งหมด จะต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การทำประชาพิจารณ์ บ้านเมืองของเราสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราต้องคิดใหม่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถจะไปบังคับใครได้​ ดังนั้น ต้องร่วมมือกัน. 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'