ทำงานพร้อมให้นมลูกที่บ้าน สร้างผลดีครอบครัวถึงองค์กร


เพิ่มเพื่อน    

    วิกฤติ Covid-19 ทำให้ทุกวิถีชีวิตต้องปรับเปลี่ยนให้ “บ้าน” เป็น “ที่ทำงาน” สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัยพบบุคลากรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องพร้อมทำงานที่บ้านไปด้วยจนถึง 6 เดือน (Exclusive Breast Feeding) ได้ทั้งสายใยแม่ลูก และความผูกพันต่อองค์กร เตรียมขยายผลผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติ
    รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า นมแม่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างสายสัมพันธ์แม่ลูก ซึ่งส่งผลระยะยาวถึงตอนโต ซึ่งในขณะที่ลูกดูดนมจากเต้านม ร่างกายแม่จะหลั่งฮอร์โมน “ออกซิโทซิน” หรือ "ฮอร์โมนแห่งความรัก” ที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สถาบันจึงได้ริเริ่มโครงการวิจัยกรณีศึกษาการทำงานที่บ้านด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเพิ่มสายใยสัมพันธ์แม่ลูก ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของมหาวิทยาลัยมหิดล ตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อเด็กและครอบครัว Corporate Child and family Responsibility (CCFR) โดยริเริ่มวิจัยกรณีศึกษาบุคลากรของสถาบัน 
    ทั้งนี้ มีการกำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเลี้ยงลูกด้วยตนเองด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวตลอด 6 เดือน โดยได้มีการสร้างเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการทำงานที่บ้าน ซึ่งมีระบบตรวจสอบเวลาและคุณภาพของการทำงาน พบว่าแม่ลูกมีความใกล้ชิดกัน โดยมีสายใยผูกพันกันและกันเป็นอย่างดี และมีความรักความผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้หลักจริยธรรมการจัดการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อเด็กและครอบครัว โดยมหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายจะนำแนวคิดมาใช้กับหน่วยงานอื่นๆ ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล และขยายผลผลักดันสู่นโยบายในระดับชาติต่อไป
    ดร.ธีรตา ขำนอง นักวิจัยหลักของโครงการ กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจัยการทำงานที่บ้านพร้อมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีระยะเวลาศึกษา 1 ปีงบประมาณ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562–กันยายน 2563 ซึ่งหลังจากผู้เข้าร่วมโครงการใช้สิทธิลาคลอดตามปกติแล้ว ยังสามารถทำงานที่บ้านและเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปได้อีก 3 เดือน โดยที่ได้รับเงินเดือน รวมแล้วสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้จนครบ 6 เดือนเต็ม ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) กำหนด ซึ่งบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการเยี่ยมบ้าน 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกหลังคลอดบุตร และอีกครั้งใน 3 เดือนถัดไป เพื่อสัมภาษณ์เก็บข้อมูลและให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ซึ่งโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการระบาดของ Covid-19 โดยสามารถเป็นต้นแบบให้กับหลายองค์กรได้ใช้เป็นทางเลือกให้บุคลากรของตนเองได้
    "ครูไหม" ครูพี่เลี้ยงเด็กที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นบุคลากรคนแรกของสถาบันที่ได้เข้าร่วมโครงการ สถาบันทำเพื่อเรา ในขณะที่เราทำเพื่อครอบครัว และสถาบันด้วย สิ่งที่ได้คือความสุขในครอบครัว และความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อสถาบัน ที่ให้ความสำคัญกับบุคลากร และอยากส่งต่อความสุขนี้ให้แก่องค์กรอื่นๆ ต่อไป. 


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์