นายกฯปลุกกำลังใจระยอง แกนนำปลดแอกโผล่ป่วน!


เพิ่มเพื่อน    

    "บิ๊กตู่" หอบคณะลงพื้นที่ระยองก่อนถก ครม.สัญจร ให้กำลังใจชาวบ้านพร้อมฟังข้อเสนอผู้ประกอบการเยียวยาโควิด ฝากรักษาความเป็นไทยอะลุ่มอล่วยกัน บอกแฟนคลับอย่าเพิ่งเลือกตั้งตอนนี้ "ไมค์ ระยอง" โผล่ป่วน! อ้างมาทวงถามโครงการถมทะเล ตร.รวบตัวโชว์หมายจับแจ้ง 5 ข้อหาคดีปราศรัยที่ มธ.
    ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง  ครั้งที่ 3 (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีผู้นำ 6 ประเทศสมาชิกเข้าร่วม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้
    นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีและชื่นชมที่กรอบ MLC มีพัฒนาการและมีความร่วมมือเพิ่มขึ้นตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่จะสานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในภาวะที่ทุกประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และถือเป็นอีกวาระหนึ่งที่จะร่วมกันพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสที่จะยกระดับความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน พร้อมเชื่อมั่นว่าปฏิญญาเวียงจันทน์จะสามารถย้ำเจตนารมณ์ร่วมของประเทศสมาชิก ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง  เศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกองทุนพิเศษในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งไทยได้รับอนุมัติ 10 โครงการในปีนี้  
     จากนั้นเวลา​ 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อตรวจราชการและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในโครงการต่างๆ ก่อนจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งแรก หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 และเป็นครั้งแรกของ ครม.ประยุทธ์​ 2/2 ในวันอังคารที่ 25 ส.ค. 
    ทั้งนี้ ก่อนที่​ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางออกจากสนามบินอู่ตะเภา​เพื่อไปปฏิบัติภารกิจในจุดหมายต่อไป ได้มีชาวจังหวัดระยองประมาณ 10 คนยืนส่งเสียงร้อง​ "นายกฯ สู้ๆ" พร้อมมอบดอกกุหลาบสีเหลืองให้กำลังใจ โดยมีการชูป้ายข้อความระบุด้วยว่า "ขอบคุณนายกฯ ที่เสียสละปกป้องชาติและประชาชนให้อยู่รอดปลอดภัย แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนแก้รัฐธรรมนูญ" ขณะที่​ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า  ขอบคุณชาวระยองที่มาให้กำลังใจ เราทุกคนถือเป็นคนไทยด้วยกัน ต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นประเทศไปไม่รอด จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางด้วยรถโฟล์กสีขาว หมายเลขทะเบียน กล 9900 ระยอง 
    ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานพิธีเปิดการให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด โดยได้ทำพิธีกดปุ่มเปิดด่านมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุดขาเข้า มีการปล่อยขบวนรถยนต์จำนวน 100 คันแรกเข้ากรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวว่าเส้นทางสายนี้เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายประวัติศาสตร์สายแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ตลอดจนเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เขตส่งเสริมอุตสาหกรรม เขตพื้นที่ผลิตสินค้าการเกษตร และสินค้าประมงของประเทศ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มีความสำคัญต่อระบบคมนาคมขนส่งระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่จะสามารถเชื่อมโยงไปสู่ประตูการค้าระหว่างประเทศ และยังพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจของภาคตะวันออกไปสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่งของประเทศและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น
'บิ๊กตู่' ให้กำลังใจคนระยอง
    จากนั้นนายกฯ เดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กล 33 ระยอง ไปเยี่ยมชมตลาดสินค้าครบวงจรเทศบาลบ้านเพ (ตลาด 100 เสา) ต.เพ อ.เมืองระยอง โดยพบปะกับชาวระยองและตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัด ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ปิดถนน ตั้งแต่ถนนทางเข้าชายหาดบ้านเพและบริเวณโดยรอบตลาด นำแผงเหล็กกั้นมาวางพร้อมติดตั้งเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย ตรวจบัตรประชาชนผู้ที่จะเดินทางเข้าออกอย่างเข้มงวดและติดสติกเกอร์ให้เห็นอย่างเด่นชัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อสกรีนบุคคลที่เห็นต่าง โดยเฉพาะกลุ่มที่จะมาแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านนายกฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำแต่ละจุดห่างกัน 5 เมตร 
    โดยทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงตลาด ได้ชิมทุเรียนทอดทันทีพร้อมระบุว่าเป็นของชอบ และกล่าวกับประชาชนว่า รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่มาพบปะชาวระยองและตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจ ซึ่งหวังจะได้รับฟังข้อเสนออันเป็นประโยชน์ ตนฟังท่าน ท่านก็ฟังตน ไม่เคยปิดกั้น และจะบังคับใครข้างเดียวไม่ได้ รู้สึกดีใจที่ได้รับรายงานว่าทุกอย่างเริ่มดีขึ้น ซึ่งเข้าใจดีความยากลำบากในช่วงที่ผ่านมา วันนี้เห็นศักยภาพของ จ.ระยอง ทั้งด้านเกษตร การท่องเที่ยวและด้านอื่นๆ ซึ่งทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความมีเสถียรภาพของรัฐบาล หลายสิ่งหลายอย่างอาจเร็วบ้างหรือช้าบ้าง แต่ไม่ง่ายนักในการบริหารบ้านเมืองในสถานการณ์วันนี้ ดังนั้นฝากชาวระยอง ฝากพ่อแม่ผู้ปกครองและลูกหลาน ขอให้รักษาความเป็นไทย ความรัก สามัคคี อะลุ่มอล่วย และพูดจากันดีๆ  เราขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะโดดเดี่ยวและเกิดปัญหาไม่สิ้นสุด 
    จากนั้นนายกฯ และรัฐมนตรีที่ร่วมคณะได้นั่งพูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้จำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปจังหวัดระยอง ซึ่งตัวแทนผู้ประกอบการได้นำเสนอแนวทางการดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อาทิ ขยายมาตรการผ่อนคลายภาระให้ประชาชนต่อไปอีก  พิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ เป็นต้น
    "ผมว่าไม่มีรัฐบาลไหนฟังท่านเท่ารัฐบาลนี้ ทีวีผมก็ฟัง ไม่เคยโกรธท่าน ไม่เคยเกลียดท่าน รัฐบาลต้องการให้เกิดความร่วมมือในทุกๆ ด้านด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ฉะนั้นอย่าให้ใครมาทำให้เกิดความวุ่นวายมากๆ เลย ผมไม่ได้ไปว่าใคร เราอย่าไปสร้างปัญหาให้บ้านเมืองมากขึ้นเลย เราต้องแก้ปัญหาเดิมแก้ปัญหาโควิดให้ได้ นี่คือเจตนารมณ์ของรัฐบาลนี้ รัฐบาลฟังทุกคน ผมฟังทั้งสองฝ่ายและผมก็ไม่ได้ห้ามให้ท่านไปฟังคนอื่น แต่มีคนอื่นห้ามไม่ให้ท่านมาฟังผม มันไม่ใช่มันไม่ถูก" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
    ต่อมานายกฯ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ให้กำลังใจขอให้ทุกคนสู้ๆ และขอให้ขายดีๆ ซึ่งมีชาวบ้านให้กำลังใจและมอบพระเครื่องให้นายกฯ ไว้คุ้มครอง ระหว่างทักทายชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ได้ร้องเพลงไทยรวมกำลังสร้างชาติด้วย
แกนนำปลดแอกโผล่ป่วน!
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.20 น. ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังเยี่ยมชมตลาด 100 เสา  ปรากฏว่านายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง หนึ่งในแกนนำคณะประชาชนปลดแอก ได้ถือป้ายที่มีข้อความว่า "ถมทะเล 1,000 ไร่ชาวระยองได้อะไร" เดินเข้ามาในตลาด พร้อมเรียกร้องให้นายกฯ ตอบคำถามดังกล่าว และขอให้ทำอีไอเอ (รายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม) ใหม่ 
    ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบพยายามเข้าชี้แจงถึงกรณีที่มีหมายจับนายภาณุพงศ์ ก่อนจะอ่านหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดธัญบุรี ซึ่งมีข้อกล่าวหาทั้งหมด 5 ข้อจากการขึ้นเวทีปราศรัยในการชุมนุม "ธรรมศาสตร์จะไม่ทน" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค.และเข้าจับกุมตัว ซึ่งนายภาณุพงศ์พยายามขัดขืน แต่รับทราบหมายจับดังกล่าว และยืนยันว่ามาวันนี้ในฐานะคนระยอง มาเพื่อทวงถามโครงการถมทะเลเพียงเรื่องเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง
    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายภาณุพงศ์ไปขึ้นรถตู้เพื่อนำตัวไปที่ สภ.เพ ท่ามกลางเสียงของประชาชนตะโกนว่า "ไมค์สู้ๆ" โดยก่อนที่ประตูรถจะปิดนายภาณุพงศ์ได้ชูสามนิ้วและตะโกนว่า "ตำรวจอุ้มประชาชน"
    ต่อมาเวลา 16.40 น. นายกฯ เดินทางไปเยี่ยมชมวิถีกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้านสวนสน-แกลง 1  และตรวจเยี่ยมการส่งเสริมอาชีพประมง การแปรรูปอาหารทะเล และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ทะเล และโครงการธนาคารปู จากนั้นร่วมประกอบอาหารทำเมนูยำสัมพันธ์ 5 สหายด้วยตัวเอง พร้อมชิมและระบุ ว่า "เวลากษัตริย์สวีเดนเสด็จฯ มาจะมาชิมอาหารที่นี่ทุกครั้ง และไม่เคยกินอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อนเพราะกินเป็นครั้งแรก" และประกอบอาหารเมนูหอยแมลงภู่แปรรูป
    จากนั้น​นายกฯ และคณะ​ได้ร่วมกันปล่อยแม่พันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์ทะเล โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จับปูและขอดูปูไข่ พร้อมคุยกับแม่ปูว่า "เจริญเติบโตนะ ขออโหสิกรรม กินไปเยอะแล้ว" หลังจากปล่อยปู นายกฯ กล่าวว่าบ้านเรามีรอยยิ้ม เรียกว่ารอยยิ้มสยาม ไม่ว่าอะไรเราต้องยิ้มสู้  ตามบทเพลงพระราชนิพนธ์ของ ร.9 จากนั้นได้นั่งรถชมวิวชายหาดสวนสนในช่วงเย็น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์​จะเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มแฟนคลับตะโกนสู้ๆ ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวตอบว่า เราก็ต้องสู้ไปด้วยกัน เราต้องรักกัน อย่ามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันอีก ทั้งนี้แฟนคลับคนหนึ่งกล่าวด้วยว่า "ไม่ว่าจะกี่สมัย เลือกตั้งกี่ที กี่หน ก็จะเลือกนายกฯ คนนี้คนเดียว" ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบห้าม โดยกล่าวว่า "ขอบคุณๆ แต่อย่าเพิ่งเลือก อย่าเพิ่งเลือกตอนนี้"
    ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะ ส.ส.ระยอง​ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงการประชุม​ ครม.สัญจร​ที่​ จ.ระยอง​ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่อาจจะมีการแสดงออกบ้างซึ่งก็เป็นสิทธิ แต่ไม่รุนแรงแน่นอน ส่วนกำหนดการที่นายกฯ จะเปิดเวทีพบกับนักศึกษาที่ จ.ระยอง แต่มีการยกเลิกนั้น ไม่แน่ใจว่ากำหนดการนี้เป็นอย่างไร ต้องติดตามข้อมูลจากฝ่ายเลขาธิการนายกฯ ซึ่งระยองไม่มีเวทีแบบนั้น มีแต่เวทีสมาคมท่องเที่ยวที่เตรียมนั่งคุยกับนายกฯ.


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.