ศึกงัดข้อ'ปรีดีVSสันติ' ดาวฉายสละเรือจันทร์โอชา


เพิ่มเพื่อน    

             หลังมีกระแสข่าวการลาออกจากตำแหน่ง "ขุนคลัง" ของ ปรีดี ดาวฉาย ตั้งแต่ช่วงสายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

            สุดท้ายในช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก ความว่าด้วย นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ความเป็นรัฐมนตรีของนายปรีดี ดาวฉาย จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563

            การลาออกดังกล่าวของปรีดีสร้างความประหลาดใจให้กับแวดวงการเมืองและข้าราชการกระทรวงการคลังไม่ใช่น้อย หลายฝ่ายไม่ค่อยเชื่อเหตุผลที่ปรีดีอ้างว่าลาออกเพราะ "ป่วย" เพราะดูจะไม่ค่อยมีน้ำหนักมากนัก

            มีการวิเคราะห์กันถึงปมปัญหาการบริหารงานในกระทรวงการคลังก่อนหน้านี้ ที่เกิด "ศึกงัดข้อ-เกาเหลา" ระหว่าง "ปรีดี-สายตรงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ" กับ "สันติ พร้อมพัฒน์-รมช.การคลัง แกนนำและนายทุนใหญ่พลังประชารัฐ" ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง-อธิบดีของกระทรวงการคลัง ที่งัดข้อกันมาร่วมสองสัปดาห์ จนถึงขนาด ปรีดี ต้องถอนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายออกจากวาระการประชุม ครม.สัญจรที่ระยองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

            โดยปัญหางัดข้อกันระหว่างปรีดี-สันติ เกิดกับตำแหน่ง "อธิบดีกรมสรรพสามิต" ซึ่งแวดวงธุรกิจรู้กันดีว่าเป็นหน่วยงานที่มีผลประโยชน์มหาศาล โดยเฉพาะเรื่องภาษีเหล้า-บุหรี่-น้ำมัน ที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่ง ครม.เห็นชอบ "ลวรณ แสงสนิท จากผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง" โยกไปเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งชื่อของ ลวรณ คือชื่อที่ ปรีดี ดาวฉาว รมว.การคลัง สนับสนุนจนเกิดปัญหา "งัดข้อ" กับ "สันติ รมช.การคลัง" ที่ต้องการผลักดัน "ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ" มาเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่สุดท้ายก็เป็น ลวรณ แสงสนิท ที่ได้เป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต อีกทั้ง ครม.ก็ยังเห็นชอบให้ พชร อนันตศิลป์ โยกจากอธิบดีกรมสรรพสามิต ไปเป็นอธิบดีกรมศุลกากร ตามที่ปรีดีผลักดันมาตลอด

            ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงแปลกใจไม่น้อยที่เมื่อทุกอย่างออกมาตามที่ ปรีดี จัดทัพบิ๊กข้าราชการกระทรวงการคลังไว้ทุกตำแหน่ง แล้วเหตุใดปรีดีที่เพิ่งลาออกจากกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เพื่อมารับตำแหน่งเป็นขุนคลัง-มือเศรษฐกิจของรัฐบาลได้แค่ประมาณ 25 วัน เพราะเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 6 ส.ค. และเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ฯ 12 ส.ค. ถึงทิ้งเก้าอี้ขุนคลังอย่างรวดเร็วเช่นนี้

            โดยที่ก่อนหน้านี้แค่ไม่กี่วัน คือเมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. ปรีดี เพิ่งจะไปแสดงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเรื่อง "Navigating through global uncertainties: Thailand's opportunities for transformation" ในงาน "Thailand Focus 2020 : Resiliency to Move Forward" ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ

            งานดังกล่าว ปรีดีแสดงความมั่นใจว่าผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งเลวร้ายที่สุดที่เข้ามากระทบเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนอีกครั้งในปี 2564 โดยคาดว่าจีดีพีจะกลับมาขยายตัวได้ในระดับ 4-5% แนวโน้มเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นการฟื้นตัวกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง โดยการกำหนดนโยบายของภาครัฐจะมีส่วนทำให้สามารถฟื้นตัวจากวิกฤติ และรับประกันว่าไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และเราจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

            เมื่อดูจากสิ่งที่ ปรีดี กล่าวไว้ในงานดังกล่าวเมื่อ 6 วันที่แล้วก่อนลาออกเมื่อ 1 ก.ย.  แสดงให้เห็นว่าปรีดีพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ จึงมีการวางแผนงานไว้หมดแล้วว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ การลาออกจาก รมว.การคลังกลางคันเช่นนี้ จึงต้องมีจุดเปลี่ยนสำคัญแน่นอน ที่ทำให้ปรีดีคงคิดแล้วว่าไม่สามารถทำงานในตำแหน่ง รมว.การคลังได้อีกต่อไป

            หลังที่ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วกระทรวงการคลังและแวดวงการเมืองถึงการทำงานที่ไม่ประสานกันของ รมว.การคลัง ที่เป็นรัฐมนตรีโควตาคนนอก ไม่มีขุมกำลังในฝ่ายการเมืองคอยแบ็กอัพ กับสันติ ที่เป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ มีกลุ่มก๊วนการเมืองคอยหนุนหลัง อีกทั้งเวลานี้มีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐสูงไม่ใช่น้อย เห็นได้จากสันติคือหนึ่งในแกนนำพลังประชารัฐที่ร่วมกับกลุ่มก๊วนอื่นๆ ในพรรควางแผนล้มแผงอำนาจเดิมของ กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จนทำให้ อุตตม สาวนายน หลุดจากเก้าอี้ รมว.การคลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมาแล้ว

            ก็ถึงขนาดมีข่าวกลุ่มการเมืองพร้อมใจผลักดันสันติขึ้นเป็น รมว.การคลัง แต่ปรากฏว่าพอข่าวหลุดออกมา กระแสสังคมไม่ขานรับที่จะให้ เสี่ยสันติ-รมช.การคลัง มาเป็นขุนคลังเบอร์หนึ่ง ที่สำคัญ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่หนุน เพราะต้องการตั้งคนที่สังคมวางใจระดับหนึ่งให้มาเป็นขุนคลัง เพื่อคุมหางเสือเม็ดเงินงบประมาณปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท รวมถึงเงินกู้โควิด 4 แสนล้านบาท ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ ในการแก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ

            จนสุดท้าย พลเอกประยุทธ์จึงทาบทาม ปรีดี ที่รู้จักมักคุ้นกันมานานให้มาเป็น รมว.การคลังแทนอุตตม ที่ก็ถือว่าสร้างเครดิตให้กับรัฐบาลไม่ใช่น้อยที่ได้นักบริหารระดับสูงของวงการการเงินการธนาคารมาร่วมทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ในยามที่ใครต่อใครก็เห็นตรงกันว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ ผลพวงจากโควิด เศรษฐกิจไทยทั้งระบบหนักหนาสาหัส ใครเข้ามารับผิดชอบทีมเศรษฐกิจ ถึงทำให้เศรษฐกิจไม่ทรุดหนักกว่าเดิม หากทำได้ก็มีแต่เสมอตัว แต่หากกอบกู้ไม่สำเร็จก็อาจเอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้กับรัฐบาล

            ด้วยเหตุนี้ เมื่อ "ดาวฉาย" สละเรือ "จันทร์โอชา" ปรีดีทิ้งเก้าอี้ขุนคลัง ในยามที่รัฐบาลประยุทธ์ 2/2 กำลังเริ่มตั้งลำ อยู่ในสภาพทรงๆ หลังปลดล็อกปัญหาการเมืองที่รุมเร้ามาได้เปลาะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการยอมถอยให้มีการแก้ไข รธน. เพื่อตั้งสภาร่าง รธน.มายกร่าง รธน.ฉบับใหม่ ที่ทำให้แรงต้านรัฐบาลจากภายนอกลดทอนความร้อนแรงลงทันที หรือการยอมถอยสุดซอยของบิ๊กตู่ ที่ให้กองทัพเรือเลื่อนการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปอีกหนึ่งปี ซึ่งทำให้กระแสไม่พอใจบิ๊กตู่ลดโทนลงโดยทันทีเช่นกัน ถึงขนาดฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลไปไม่เป็นเหมือนกัน เพราะไม่รู้จะเอาเรื่องไหนมาล่อเป้าด่าประยุทธ์ได้อย่างมันปาก แต่พอ "ปรีดี" ลาออกจากขุนคลังทีมเศรษฐกิจรัฐบาลกลางคันแบบนี้ โดยหลายคนไม่เชื่อว่าเกิดจากปัญหาเรื่องอาการป่วย น่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ที่คงรู้กันแค่ไม่กี่คน ระหว่าง บิ๊กตู่-ปรีดี-สันติ-พลเอกประวิตร

            สิ่งที่เกิดขึ้นมีผลสะเทือนทางการเมืองตามมาค่อนข้างสูง เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลแน่นอน เนื่องจากข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ กรณีปัญหาการบริหารงานในกระทรวงการคลัง ที่รัฐมนตรีคนนอกอย่างปรีดี ซึ่งพลเอกประยุทธ์ทาบทามมาร่วมงานในรัฐบาล แต่พอมาทำงานแล้วมีปัญหางัดข้อกับสันติ รมช.การคลัง จนอยู่ไม่ได้ ต้องลาออก

            ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทีมเศรษฐกิจรัฐบาลดังกล่าว ทำให้หลังจากนี้ หากพลเอกประยุทธ์จะไปทาบทามใครที่เป็นคนนอกมาเป็น รมว.การคลังคนใหม่ คนที่ถูกทาบทามก็คงต้องคิดหนักว่าเข้ามาแล้วจะเกิดปัญหาแบบเดียวกับปรีดี ดาวฉาย หรือไม่ เพราะลำพังแค่จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็รากเลือดอยู่แล้ว ยังต้องมาสู้กับปัญหาการเมืองในกระทรวงการคลังอีก อาจทำให้นักบริหารมืออาชีพหลายคนปฏิเสธการทาบทามมาเป็นขุนคลังคนใหม่แทนปรีดี ถ้าบิ๊กตู่ยังให้หลักประกันการทำงานกับคนที่จะมาเป็น รมว.การคลังคนใหม่ไม่ได้.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"