'เลขาธิการพปชร.'ยันโควตาขุนคลังเป็นของ'บิ๊กตู่'


เพิ่มเพื่อน    

2 ก.ย.2563 -  นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง รมว.การคลังกล่าวว่า ในการประชุมพรรคยังไม่มีเรื่องดังกล่าวในวาระการประชุม ส่วนพรรคจะไม่ส่งชื่อในโควตาใช่หรือไมนั้น ตรงนี้ก็จะส่งสัญญาณให้เองว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังคนใหม่ น่าจะเป็นโควตาของพรรค พปชร.หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เราคิดว่าเรื่องการแต่งตั้ง รมว.การคลังคนใหม่ควรเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เพราะเป็นโควตาของนายกฯ ซึ่งนายกฯ ต้องเป็นคนดำเนินการ  ส่วนนายกฯ จำเป็นต้องปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ส่วนนั้นก็ต้องไปว่ากันในรายละเอียดแต่อำนาจก็เป็นของนายกฯ 

เมื่อถามต่อว่าในฐานะที่พรรค พปชร.เป็นพรรครัฐบาลมองว่าการลาออกของรัฐมนตรีครั้งนี้จะกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า จากที่ทราบข่าวตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ กรณีที่รัฐมนตรีมีปัญหาสุขภาพ และเราก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร ต้องเห็นใจท่านด้วย ส่วนที่ถูกมองว่ามีความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.นั้น ตนคิดว่าไม่ใช่ในรายละเอียดตนคิดว่าไม่เป็นประเด็นขนาดนั้น เพราะคิดว่าเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพของนายปรีดีมากกว่า  เรื่องความขัดแย้งไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง เป็นเรื่องปกติธรรมดาภายในการทำงาน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองแน่นอน การเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้น การเมืองมีหลายมิติ 

เมื่อถามอีกว่าไม่มีปัญหาทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ก็ไม่น่ามี  เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่ว่าใครจะไปกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเหตุที่สุดวิสัยมากกว่า ส่วนจะถือว่าเป็นโจทย์ยากของรัฐบาลที่จะหาบุคคลมาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังแทนนายปรีดีหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่านายกฯคงมีคนที่ดี และเหมาะสมในการบริหารบ้านเมือง รวมถึงเชื่อว่าคนเก่งและคนดีในบ้านเมืองเราไม่ขาดแคลนยังมีอีกเยอะ

เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุดลงหรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาตลาดหุ้นตก นายอนุชา กล่าวว่า ก็คงมีบ้าง แต่ไม่ใช่อะไรที่จะหยุดหยั่งการทำงานของภาครัฐให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้  ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้อะไรหยุดชะงัก เพราะรัฐบาลต้องเดินหน้าการทำงานอยู่แล้วเป็นเพียงประเด็นปลีกย่อยเราอย่าถือว่าเป็นอะไรที่หนักหนาเลย 

เมื่อถามว่ามีการมองกันว่ารัฐบาลเริ่มนับถอยหลังแล้วนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่จำเป็น ไม่ใช่เลย เพราะในวิกฤติต่างๆอาจจะมีโอกาสและน่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในประเทศในหลายเรื่อง เรามาช่วยกันทำและสร้างสรรค์นำกระบวนการคิดที่ดี ใครคิดดีทำดีก็มาช่วยกัน เพื่อให้ประเทศเดินไปได้ในภาวะวิกฤติ ตนเชื่อว่าทุกคนอยากเห็นชาติบ้านเมืองดีอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากเห็นชาติบ้านเมืองไม่ดี ดังนั้น นายกฯและรัฐบาลก็จะพยายามฟั่นฝ่าอุปสรรคเพื่อนำพาประเทศไปได้ด้วยดี

ถามว่าดูเหมือนว่าไม่มีใครอยากเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ นายอนุชา กล่าวว่า ให้มั่นใจใครคนใดคนหนึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นใครยังมีคนเก่งอีกเยอะ ผู้เชี่ยวชาญเราก็มีมาหลายคนแล้ว แต่ก็ไปได้หรือไม่ไปคิดกันให้ดีๆ เราผ่านในสิ่งที่เราคิดว่าใช่มาตลอดแล้วมันใช่หรือไม่ เราอาจคิดว่าเขาเก่งด้านนี้ แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ เพราะโจทย์ของประเทศยังมีอีกหลากหลาย ไม่เกี่ยวว่าคนนอกเข้ามาแล้วจะทำงานการเมืองไม่ได้  

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม นายอนุชา กล่าวว่า มั่นใจ เพราะพวกเราตั้งใจทำงานให้ชาติ บ้านเมือง แต่อาจจะสะดุดอะไรบ้างก็เป็นธรรมชาติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว
 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก