“12 ปีสภาองค์กรชุมชนตำบล” และการประชุมระดับชาติประจำปี 2563 “ข้อเสนอจากท้องถิ่นสู่การแก้ปัญหาเชิงนโยบาย”


เพิ่มเพื่อน    

 การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กรุงเทพฯ  เน้นความเรียบง่ายและประหยัด 

                                                                                                                                                  

สภาองค์กรชุมชนตำบลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เพื่อเป็นเวทีประชุมปรึกษาหารือการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ในตำบล  หรือนำข้อมูลไปเสนอแนะการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

 

โดยจะมีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  ซึ่งในปี 2563 นี้จะมีการจัดประชุมในระดับชาติ  ระหว่างวันที่ 9 -10 กันยายนนี้  ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  ถนนนวมินทร์  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  โดยมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ  450  คน 

 

จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว 7,825 แห่ง

พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551  เหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้  มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า....

“ด้วยชุมชนเป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมแตกต่างและหลากหลายตามภูมินิเวศน์  แต่การพัฒนาประเทศที่ผ่านมาก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคม  เศรษฐกิจและการเมืองอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้ชุมชนอ่อนแอ  ประสบปัญหาความยากจน  เกิดปัญหาสังคมมากขึ้น  ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชนถูกทำลาย...จึงเห็นสมควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

 

ในเดือนพฤษภาคม 2551  มีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลครั้งแรกของประเทศไทยที่ตำบลศรีสว่าง  อ.โพนทราย  จ.ร้อยเอ็ด   หลังจากนั้นขบวนองค์กรชุมชนในตำบลต่างๆ ทั่วประเทศจึงได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา จากหลักสิบกลายเป็นร้อย  จากร้อยเพิ่มเป็นพัน

 

จนถึงปัจจุบัน (กันยายน 2563) พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมีอายุย่างเข้า 12 ปี   มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้วจำนวน  7,825 แห่ง   มีกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ร่วมจัดตั้งสภาฯ กว่า 140,000  กลุ่ม  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีหน้าที่ในการส่งเสริมกิจการของสภาองค์กรชุมชนตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้  (ดูรายละเอียด พ.ร.บ. และขั้นตอนการจัดตั้งสภาฯ ได้ที่ http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%CA77/%CA77-20-2551-a0001.pdf)

 

การประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่จะใช้ที่ประชุมของโรงเรียน  อบต. ศาลาเอนกประสงค์  หรือใช้สถานที่ของวัดเป็นที่ประชุม

 

ภารกิจของสภาองค์กรชุมชนตำบล

วิริยะ  แต้มแก้ว  หัวหน้าสำนักประสานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบลฯ   คือการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนและประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ  รวมทั้งส่งเสริมให้องค์กรชุมชนในตำบลเกิดความเข้มแข็ง  สมาชิกองค์กรชุมชนและประชาชนทั่วไปในตำบลสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน  โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีในการประชุมเพื่อปรึกษาหารือ   หรือวางแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ  (มาตรา 21) กำหนดให้สภาฯ มีภารกิจต่างๆ  เช่น  (1) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชนอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของชุมชนและของชาติ

(2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชนร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

(3) เผยแพร่และให้ความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิกองค์กรชุมชน  รวมตลอดทั้งการร่วมมือกันในการคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

(4) เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไขและการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เพื่อนําไปประกอบการพิจารณาในการจัดทําแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(5) เสนอแนะปัญหาและแนวทางแก้ไขหรือความต้องการของประชาชนอันเกี่ยวกับการจัดทําบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(7) จัดให้มีเวทีการปรึกษาหารือกันของประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความคิดเห็นต่อการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีผลหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ  สุขภาพอนามัย  คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน  ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้ดําเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชนดําเนินการต้องนําความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย   ฯลฯ 

 

รูปธรรมการแก้ปัญหา-พัฒนาชุมชนท้องถิ่น และข้อเสนอเชิงนโยบาย

วิริยะ  กล่าวด้วยว่า   สภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะต้องจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง  ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่   การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก   ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด  ที่ผ่านมาสภาฯ มีบทบาทในด้านต่างๆ  เช่น 

 

จังหวัดน่าน  ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  เนื่องจากชุมชนตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนฯ   ป่าต้นน้ำ    สภาองค์กรชุมชนตำบลในจังหวัดน่าน 34 ตำบล ได้ร่วมกับ อบต. กำนัน   ผู้ใหญ่บ้าน  จัดทำข้อมูลเรื่องปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  เพื่อนำไปสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งจังหวัด  โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหา

จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ที่ตำบลป่าร่อน  อ.กาญจนดิษฐ์  ชาวบ้านใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนเชื่อมโยงกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และทุกหน่วยงานในพื้นที่  นำปัญหาเรื่องปากท้องมาพูดคุยและวางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้งตำบล  เช่น  การแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำด้วยการปลูกข้าวไร่ในสวนยาง  ร่วมกันรับซื้อยางพาราเพื่อนำไปขาย  ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์  ฯลฯ

จังหวัดระยอง  ที่ตำบลเนินฆ้อ  อ.แกลง  ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน นำไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งตำบล  โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน  เช่น  ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์  แปรรูปอาหาร  ผลไม้ จัดตั้งตลาดในชุมชน  และเป็นแหล่งเรียนรู้ ‘มหาวิทยาลัยบ้านนอก’ รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มาศึกษาดูงานตลอดทั้งปี ประมาณปีละ 1 แสนคน  ทำรายได้เข้าชุมชนประมาณปีละ 20 ล้านบาท

จังหวัดมุกดาหาร สระแก้ว ตาก ฯลฯ  ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ  สภาองค์กรชุมชนฯ ในแต่ละจังหวัดได้ร่วมกับเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ศึกษาข้อมูลและผลกระทบจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ  เช่น  ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ  ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร  แหล่งน้ำ  ป่าไม้  ที่ดิน  แรงงาน  ฯลฯ  เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาวางแผน  นำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน ฯลฯ

 

“จะเห็นได้ว่า  สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีหรือเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วยตัวเอง  โดยยึดหลักการประชาธิปไตยจากฐานรากที่แท้จริง  เพราะสมาชิกจะมาจากตัวแทนของแต่ละกลุ่มในตำบลที่ร่วมกันจัดตั้งสภาฯ  และใช้เสียงข้างมากป็นมติของที่ประชุม  นำไปสู่การแก้ไขปัญหา  หรือเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ มาพัฒนาชุมชนร่วมกันได้”  วิริยะยกตัวอย่างบทบาทของสภาองค์กรชุมชนตำบล

 

ชาวบ้านตำบลรับร่อ  อ.ท่าแซะ  จ.ชุมพร  ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบลประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินป่าสงวนฯ  ทับที่ทำกินชาวบ้านเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

ชูชาติ  ผิวสว่าง  ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล  กล่าวว่า  นอกจากภารกิจของสภาองค์กรชุมชนตำบลดังกล่าวแล้ว  พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 มาตรา 32  ระบุว่า “ให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการเรื่องต่างๆ  ดังต่อไปนี้

(3) สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ  และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ”

 

“ในการประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติในปีนี้  จะมีการรวบรวมข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ  เช่น   การแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าภาคเหนือ   แผนยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงทางอาหารของคนอีสาน   การส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์-พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษกะเหรี่ยงและชาวเล   การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ข้อเสนอทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา  การแก้ไขปัญหาชุมชนในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย  เป็นต้น”  ชูชาติยกตัวอย่าง

 

(ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและชมการถ่ายทอดสดได้ทาง face book  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  และเว็บไซต์ www.codi.or.th ระหว่างวันที่ 9-10 กันยายนนี้)


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก