เผยเบื้องต้นตรวจแล้ว 200 รายไม่พบผู้ติดเชื้อ แนะคนใกล้ชิดผู้ติดเชื้อรายใหม่กักตัวดูอาการ 14 วัน


เพิ่มเพื่อน    

4 ก.ย.63 -  เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อรายล่าสุดในไทยรอบ 100 วัน ว่า หลังจากที่กองระบาดวิทยาได้มีการสอบสวนผู้ที่ติดเชื้อในประเทศ และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดพบว่ามีข้อมูลบางส่วนที่เพิ่มขึ้น​ สำหรับความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อรายนี้จะต้องดูจาก 2 สัปดาห์คือวันที่ 15 ส.ค.-29 ส.ค ก่อนวันที่ผู้ติดเชื้อรายนี้ป่วย พบว่าวันที่ 16 , 21ส.ค. ผู้ติดเชื้อได้ไปทำงานเป็นดีเจที่ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขาพระราม 5 เวลา 22.30-01.00น.

นอกจากนี้ยังได้ไปทำงานที่ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขา พระราม 3 เมื่อวันที่ 17,20,22 ส.ค.เวลา 24.00น.-02.00น.  ส่วนวันที่ 18 ส.ค.ได้ไปทำงานที่ร้าน First Cafe ถนนข้าวสาร เวลา 21.00-24.00 น. ทั้งนี้ทางทีมงานที่เกี่ยวข้องกับแอพลิเคชั่นไทยชนะ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่ามีใครบ้างสแกนใช้บริการในช่วงดังกล่าว ขณะนี้ได้ติดต่อไปยังผู้ที่สแกนแล้ว 

ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยง คือคนที่พบหรืออยู่ใกล้กับผู้ติดเชื้อในวันที่ 26 ส.ค.ที่ผู้ติดเชื้อได้ไปศาลรัชดา ประกอบด้วยบิดาของผู้ป่วย ซึ่งเป็นทนาย อยู่ในห้องเดียวกันร่วมกับผู้ต้องขังอีก 2 คน ในช่วงของการตัดสินคดี มีเจ้าหน้าที่ 2 และมีผู้ต้องขังที่อยู่ในบริเวณเดียวกันรวม 16 คน 

อย่างไรก็ตามเมื่อเสร็จสิ้นการตัดสินคดีแล้ว ช่วงเย็นได้มีการรับผู้ป่วย และผู้ต้องขังรายอื่นไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ​ 8 คน และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอีก 8 คน โดยได้มีการตรวจหาเชื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยไม่พบเชื้อ จะเห็นได้ว่าในภาพรวมสามารถระบุ ผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสเสี่ยงสูงได้ครบ สำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่ำรองลงมาอยู่ระหว่างการติดตาม

สำหรับผลตรวจผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดในขณะนี้ ซึ่งตรวจแล้วทั้งหมดเกือบ 200 ราย ก็ยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อ

นอกจากนี้ที่คอนโดที่ผู้ป่วยได้อาศัย มีอยู่ 6 คนที่เป็นสมาชิกในครัวเรือน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผลทางห้องปฏิบัติการพบว่าไม่มีเชื้อ แต่แนะนำให้กักกันโดยเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการทางเดินหายใจ อาการไข้ต่อจนครบ 14 วันนับจากวันที่พบกับผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย ในส่วนของผู้ที่อยู่ในศาลรัชดาได้มีตรวจได้มีการตรวจหาเชื้อทั้งหมด 156 คน ผลตรวจไม่พบเชื้อเช่นเดียวกัน ทั้งนี้แนะนำให้ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดอยู่ในการกักกันควบคุมโรคให้ครบ 14 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการทุกวัน รวมทั้งสวมหน้ากาก​อนามัย​ ล้างมือทุกวัน เพื่อลดความเสี่ยง

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวอย่างเชื้อที่ได้จากผู้ป่วย มาถอดรหัสพันธุกรรม โดยจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะได้คำตอบว่าเชื้อเป็นสายพันธุ์ไหน

ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศรจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต  กล่าวว่า จากการข้อสันนิษฐาน​ผู้ป่วยรายดังกล่าว อาจจะติดเชื้อมาจากการไปสัมผัสกับผู้ที่มาจากต่างประเทศ ที่ได้มาพบในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้ป่วยรายนี้ได้ทำงานอยู่  หรือติดมาจากในประเทศ สำหรับคนที่มีเชื้อแต่ไม่มีอาการ โดยการแพร่เชื้อยังไม่รุนแรง จากการที่ตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดได้มีผลตรวจเป็นลบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการสอบสวนโรคเบื้องต้น แนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้ป่วย เกิดจากการใช้ชีวิตส่วนตัว หรือการทำงาน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร กล่าวว่าสมมติฐานในเบื้องต้นจากหลายหลักฐานที่ปรากฎ คือผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอาการมาก มีเสมหะ ไม่ได้ไอ หรือจาม เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาจะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อก็จะน้อยลง  

ส่วนกรณีที่ว่าเขารับเชื้อมาจากใคร จากกิจกรรมของผู้ป่วย โอกาสที่ผู้ป่วยรายนี้พบผู้คนจำนวนมากนั้นมาจากการทำงาน ซึ่งเป็นการทำงานตอนกลางคืน มีโอกาสพบผู้คนอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้สุงสิงกับคนอื่นตลอดเวลา เพราะว่าทำงานแค่บางวัน ดังนั้นถ้าหากมองในแง่ของการเป็นคนที่มีอายุ  37 ปี ซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่ร่างกายแข็งแรงก่อนจะถูกต้องขัง  โอกาสที่จะรับเชื้อจากผู้อื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน ซึ่งอาชีพการทำงานในสถานบันเทิงก็จะพบว่าเป็นคนวัยทำงานเหมือนกันเป็นหลัก จึงมีโอกาสได้รับเชื้อกับคนกลุ่มนี้ 

อย่างไรก็ตามจากการที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันยาวนาน ก็จะมีสถานบันเทิงที่มีโอกาสที่ต่างชาติมาใช้บริการ แต่ถ้าเรามีการป้องกัน สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆไม่ได้คลุกคลีใกล้ชิด โอกาสที่ติดเชื้อก็จะอยู่ในระดับที่น้อยได้ ซึ่งอาจจะไม่เห็นกลุ่มก้อนของคนติดเชื้อในสถานที่เดียวกันเป็นจำนวนมาก เพราะถ้าหากมีการระบาดในร้านก็จะรู้ทันทีว่ามีคนป่วยเป็นอาการทางเดินหายใจหลายราย ด้วยข้อมูลที่มีในประเทศไทย และรายงานจากต่างประเทศส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อในอาการน้อย ก็จะไม่เป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น  มักจะเป็นคนที่มีอาการมากซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น คือคนติดเชื้อแค่ 80 % ไม่ได้แพร่เชื้อต่อ เพราะมีแค่ 20 % เท่านั้นที่มีโอกาสแพร่เชื้อ 

ทั้งนี้ดูจากคนในครอบครัวใกล้ชิดที่สุด 5 คน เขาอยู่ด้วยกันก่อนวันที่ 26 ส.ค.มาอย่างต่อเนื่องก็ยังไม่ได้รับเชื้อ ดังนั้นการที่จะเห็นการติดเชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งแบบน้อยๆ  ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ที่โรคยังไม่ระบาดเพราะทุกคนร่วมมือกันดี.


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"