เพื่อไทย เสนอแก้ รธน.เพิ่ม 4 ญัตติ ปิดสวิตช์ ส.ว. เลือกตั้งบัตร 2 ใบ ปิดทางนายกฯคนนอก ค้านรบ.แห่งชาติ


เพิ่มเพื่อน    

เพื่อไทย เสนอแก้รธน.เพิ่มอีก 4ญัตติ เอาด้วย ปิดสวิตช์สว เลือกตั้งใช้บัตร2ใบ ปิดทางนายกฯคนนอก ต้องให้เลือกในบัญชีหรือมาจากส.ส.เท่านั้น ล้างคำสั่ง คสช.โภคิน เสนอ เปิดประชุมสมัยวิสามัญเพิ่มเติม เร่งรัด แก้ไขรัฐธรรมนูญ หน่อย ย้ำ หนทางแก้วิกฤติ ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ-นายกฯคนนอก

8 ก.ย.63 - ที่ทำการพรรคเพื่อไทยมีการประชุมส.ส. โดยมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ร่วมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พร้อมกับส.ส.เพื่อไทย ที่เข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก  

เวลา 16.30น. นายสมพงษ์ แถลงผลการประชุมว่า ประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แม้พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 4 พรรค ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ได้เสนอผลการศึกษาต่อประธานสภาฯวันที่ 31 ส.ค. และในวันที่ 1 ก.ย. พรรคร่วมรัฐบาลได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เช่นเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่ต้องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อแล้วเสร็จให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ขณะเดียวกันก็มีข้อเรียกร้องให้ตัดอำนาจของวุฒิสภาในหลายประเด็นโดยเฉพาะในการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคเพื่อไทยได้ให้ความเห็นทั้งในคณะกรรมาธิการและในทางสาธารณะตลอดมาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นกติกาที่มีแต่สร้างปัญหาให้แก่ประเทศและประชาชน รัฐบาล นายกรัฐมนตรี วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ล้วนตอบสนองต่อการสืบทอดอำนาจเผด็จการ จึงเห็นว่า สสร. เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในทางสันติวิธี จึงเร่งผลักดันเรื่องนี้ ซึ่งจะมีการพิจารณา 23-24 ก.ย.ในวาระที่ 1 และเร่งรัดให้เสร็จเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ ขอเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และสว. ร่วมลงชื่อขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ โดยต้องการเสียงประมาณ 250 คน

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า พรรคได้เตรียมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็นพร้อมกับประเด็น ส.ส.ร.โดยเฉพาะในส่วนของบทเฉพาะกาลได้แก่ 1.การยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 โดยพรรคเสนอเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีนอกจากเลือกจากบัญชีของพรรคการเมืองแล้ว สามารถเลือกจาก ส.ส.ได้ด้วย และได้เสนอร่างนี้เช่นเดียวกับร่างแก้ไข ม.256 ไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการฯ

2.การยกเลิกอำนาจของวุฒิสภา ตามมาตรา 270 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และมาตรา 271 เกี่ยวกับการไม่เห็นชอบหรือแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายเกี่ยวกับ แก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฯลฯ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือโทษ ที่เสนอโดยสภาผู้แทนราษฎร

3.การยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่ทำให้ประกาศคำสั่งและการกระทำของ คสช. อยู่เหนือกว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ

4.การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ด้วยการยกเลิกมาตรา 88, 83 ,85,90 ,91 และ 94 โดยแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐธรรมนูญพ.ศ 2540 คือใช้บัตร 2 ใบ คือเลือกคนและเลือกพรรคการเมือง

พรรคเพื่อไทยขอเรียนว่า ญัตติที่เสนอทั้งหมด สมาชิกพรรคได้ให้ความเห็นชอบและใคร่เชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา ร่วมกันผลักดันด้วยการร่วมเสนอญัตติและพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างสันติ และจะเสนอญัตติที่กล่าวมาโดยเร็วที่สุดภายในวันที่ 9 กันยายน

นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลายคนสงสัยว่าทำไมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 กับพรรคก้าวไกล เพราะก่อนหน้านั้นเราได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ไปเพียงร่างเดียว และในเวลาต่อมาคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทำรายงานแล้วเสร็จ โดยไม่แตะหมวด 1-2 แต่ในหมวดอื่นๆ ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่าควรแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ อำนาจสว. ระบบการเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เช่นกัน ซึ่งหลักการก็ตรงกัน ขณะที่กลุ่มนิสิตนักศึกษาก็เรียกร้องให้มีสสร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่กว่าที่สสร.จะร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ใช้เวลาเป็นปี จนหลายฝ่ายมองว่าจะเป็นการต่ออายุให้พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน และเหตุที่เราต้องเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอีก 4 ร่างด้วย

และขอเชิญชวนส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และสว. ร่วมลงชื่อด้วย เพื่อให้บ้านเมืองเดินมีทางออก และจะได้เดินไปอย่างสันติ เป็นการปกป้องระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้สภาฯของเราเดินไปได้ สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่25ก.ย. และก่อนเปิดสมัยประชุมอีกครั้ง1พฤศจิกายน มีเวลาประมาณ35วัน ดังนั้นควรจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อเร่งรัดในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้เร็วขึ้นประมาณ 1-2 อาทิตย์

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม จะมีการพิจารณาวาระ2ได้ และทิ้งช่วงไป15วัน จากนั้นพิจารณาในวาระ3 ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตามในการพิจารณา พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเสียงไม่พอ จึงขอความจริงใจจากพรรคร่วมรัฐบาลและเสียงจากสว. เพื่อที่จะร่วมกันแก้วิกฤตประเทศ และการแก้วิกฤตครั้งนี้จะต้องไม่ใช่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หรือ สรรหานายกฯคนนอกเข้ามา