งัดแผนกรกฎ52คุมม็อบ19กย.


เพิ่มเพื่อน    

  “ประยุทธ์” ฉุนข่าวรัฐประหาร บอกเลอะเทอะ  กองทัพบกเรียงหน้าชี้แจงระบุเป็นการฝึกหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วหรืออาร์ดีเอฟ ที่ทำช่วงนี้เพราะเลื่อนจากช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ย้ำเคลื่อนกำลังพล-รถถังแจ้งล่วงหน้าตลอดแต่ถูกนำโยงใย “ผบช.น.” ยันใช้แผนกรกฎ 52 คุมม็อบ 19 ก.ย. เชื่อเอาอยู่

เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีมีการเปิดเผยเอกสารการเตรียมกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับมือการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่าเรื่องการชุมนุมใครพูดอะไรมาก็ให้หาคนนั้นก็แล้วกัน ใครที่เปิดเผยเอกสารอะไรต่างๆ  เพราะไม่ได้กำชับกำชาอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องดูแลให้เขาปลอดภัยเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องของการชุมนุม ซึ่งถ้าหากชุมนุมไม่รุนแรง ก็ว่าไปตามสิทธิของแต่ละคน ทั้งนี้ การบูรณการกฎหมายฉบับต่างๆ ที่ทำขึ้นนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการชุมนุมแต่อย่างใดขอยืนยัน
    เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่องการรัฐประหารในขณะนี้ มีความเห็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสียงดังพร้อมโบกมือไล่ผู้สื่อข่าวว่า “เฮ้ย! ไป กลับบ้านเลย” และก่อนเดินออกจากโพเดียมการให้สัมภาษณ์ได้หยุดที่หน้าประตูและหันมาถามว่า ใครจะรัฐประหาร เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าเป็นทหารจากกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เลอะเถอะ อย่าเอาทหารมาถามอย่างนี้”
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า เรื่องนี้ต้องไปถามคนปล่อยข่าว เมื่อถามกองทัพกับรัฐบาลแนบแน่นดีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ให้ไปถามผู้สื่อข่าวด้วยกันเอง เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องนายกฯ คนนอก พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม พร้อมหยิบแมสก์มาใส่และขึ้นรถออกไปทันที
    ขณะที่ พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ชี้แจงกระแสข่าวลือรัฐประหารในช่วงที่กองทัพบกมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ในหลายพื้นที่ว่า จะเห็นได้ว่าหากมีการเคลื่อนกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากหน่วย ก็จะมีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบ อีกทั้งขณะนี้กองทัพบกมีการฝึกใหญ่ คือการฝึกหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก หรืออาร์ดีเอฟ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้เป็นหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก จำนวน 2 วัน คือวันที่ 8-9 ก.ย. โดยจะเคลื่อนย้ายกลับหน่วย ถือเป็นการฝึกภายในประเทศ และเป็นการฝึกพัฒนากำลังรบของเรา
    “ที่ผ่านมาการฝึกอาร์ดีเอฟมีที่กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) แต่ปัจจุบันเราปรับให้ทุกกองทัพภาค มีกองกำลังที่มีความพร้อมอยู่ในตัวเอง เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องฝึกทุกระบบ ทั้งนี้ หน่วยทหารกระจายอยู่ทั่วประเทศ เมื่อมีการฝึกเสร็จก็ต้องเดินทางกลับที่ตั้ง จึงเห็นได้ว่ามีการเคลื่อนย้ายกำลังพลหลายพื้นที่ในห้วงเวลานี้ และเรื่องเหล่านี้จะประกาศการเคลื่อนย้ายให้ทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว ยืนยันเป็นเรื่องการฝึกล้วนๆ ซึ่งถือเป็นฤดูการฝึกของทหารใหม่” พล.อ.ณฐพนธ์กล่าว
    เมื่อถามว่าอยากฝากถึงประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกใช่หรือไม่ พล.อ.ณฐพนธ์กล่าวว่า เรามีการแจ้งด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเราพร้อมให้ตรวจสอบ หากสงสัยก็ถามได้ตลอดเวลา และการแจ้งข้อมูลข่าวสารเราก็จะแจ้งผ่านสื่อที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อให้ข้อมูลถึงประชาชนมากที่สุด ให้เกิดความสบายใจ
    ถามย้ำว่า เป็นแค่เพียงข่าวลือที่คนลือกันไปเองในเรื่องรัฐประหารใช่หรือไม่ พล.อ.ณฐพนธ์กล่าวว่า ถือเป็นกระแสในช่วงเวลา แล้วแต่คนจะนำกระแสตรงนี้ไปสร้างประเด็น แต่ในเรื่องข้อเท็จจริงก็ควรสอบถามกัน
    เมื่อถามว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกได้พูดคุยในกรณีดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ณฐพนธ์กล่าวว่า พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แจ้งเตือนทุกหน่วยให้ระมัดระวังและพยายามให้การสื่อสารของเราไปถึงประชาชนให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้แก้ข่าวลือตรงนี้
    ซักถึงกระแสข่าวทหารจากกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 3,000 นาย มาประจำที่จังหวัดสระบุรี พล.อ.ณฐพนธ์กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือการฝึกอาร์ดีเอฟ เพราะทหารม้าก็มีการฝึกที่สระบุรี ทั้งนี้ จ.ลพบุรีและสระบุรีเป็นแหล่งฝึกใหญ่ของทหาร เพราะฉะนั้นการเดินทางจากกองทัพภาคที่ 3 มาก็จะมาลงพื้นที่ จ.สระบุรี ขนรถถังมาก็จะมาลงพื้นที่นี้ และก็ขนกลับ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากย้อนไปดูปีก่อนๆ ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว เนื่องจากสนามฝึกอยู่ตรงนี้
    เมื่อถามว่า สอดคล้องกับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นวันที่ 19 ก.ย.ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวงหรือไม่ พล.อ.ณฐพนธ์ย้ำว่า แผนการฝึกของเราเป็นแผนระยะยาว ในปีหนึ่งจะมีลำดับขั้นการฝึกอะไร คงไม่สามารถจัดตารางให้มาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ข้อมูลและภาพการเคลื่อนย้ายกำลังที่มีการนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียนั้น เป็นการฝึกภาคสนามของหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วกองทัพบกประจำปีในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-9 ก.ย.2563 ที่สนามฝึกทางยุทธวิธี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยมีหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วกองทัพบกจากกองทัพภาคที่ 1 ที่เคลื่อนย้ายกำลังจาก จ.เชียงใหม่และพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 2 จาก จ.อุดรธานีและร้อยเอ็ด จากกองทัพภาคที่ 1 จ.กาญจนบุรี ไปยังพื้นที่ฝึก และวันนี้จะเริ่มทยอยถอนกำลังกลับที่ตั้งหน่วย เพราะฝึกเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งกำลังพลทั้งหมดที่มาฝึกครั้งนี้ไม่ถึง 3,000 นายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
    สำหรับข้อสงสัยที่ว่าทำไมมาฝึกในช่วงนี้ ทั้งที่ทุกปีจะฝึกภาคสนามช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.นั้น พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า เนื่องจากช่วงเดือน เม.ย. ไทยยังอยู่ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 เลยเลื่อนมาช่วงนี้ ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาของปีงบประมาณ และเป็นไปตามแผนงานที่กองทัพบกวางไว้ ส่วนที่มองกันว่าทำไมทหารทุกภาคต้องมาฝึกอาร์ดีเอฟที่ จ.นครราชสีมากันหมด ไม่ไปฝึกที่กองทัพภาคในหน่วยที่ตั้งนั้น เพราะกองทัพบกได้ปรับหน่วยอาร์ดีเอฟใหม่ ตามนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ให้ทุกกองทัพภาคจัดหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วขึ้นมาเอง ในทุกปีหน่วยที่กองทัพภาคจัดขึ้นก็จะมาฝึกทดสอบในพื้นที่ที่กองทัพบกกำหนด หมุนเวียนกันไปทุกปี
    “ผบ.ทบ.มีนโยบายว่าการจัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วกองทัพบกขึ้นมาในทุกกองทัพภาคเพื่อความพร้อมเผชิญเหตุ และสนับสนุนพื้นที่การรบ เมื่อเกิดเหตุตรงไหน หน่วยนี้สามารถส่งเข้าไปในพื้นที่ได้ทันที ไม่ต้องใช้กำลังจากหน่วย ร.31 รอ.ที่อยู่ จ.ลพบุรี จากส่วนกลางออกไป ดังนั้นจึงได้ฝึกทดสอบเพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรแปลกไปจากแผนงานด้านยุทธการที่วางไว้ ซึ่งฝึกปีนี้เป็นปีที่ 2” พ.อ.หญิงศิริจันทร์ระบุ
    ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงความพร้อมในการรับมือการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่าเตรียมใช้แผนกรกฎ 52 ควบคู่ไปกับพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะเพื่อดูแลสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งไม่ทราบว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อและจะเคลื่อนไปยังจุดใดบ้าง อยู่ระหว่างหารือร่วมกับแกนนำม็อบ แต่ตำรวจก็มีแผนสำรอง โดยขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่กระทำผิดกฎหมาย เชื่อว่าจะควบคุมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยได้ โดยจะมีการประเมินสถานการณ์จนถึงวันชุมนุม
พล.ต.ท.ภัคพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน โพสต์เฟซบุ๊กว่าเตรียมนำมวลชนปักหลักชุมนุมที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 19 ก.ย.นั้นว่า การชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งบริเวณดังกล่าวใกล้เคียงโบราณสถานอีกด้วย ส่วนกรณีนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ระยองนั้น หากทั้ง 2 คนจะเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ต้องไม่กระทำผิดกฎหมาย โดยตำรวจจะพิจารณาเป็นกรณี  
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงการปล่อยตัวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ ว่าเป็นการปล่อยตัวแบบพิเศษและไม่ปกติ เพิ่งเห็นเป็นกรณีแรก จึงต้องคิดอ่านในกระดานต่อสู้อย่างรอบคอบ  
"การปล่อยแบบผิดปกติต้องทำให้คิดมากกว่าเดิม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาปล่อยตัวด้วยตัวเองอีก จึงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่าต้องการให้ 2 คนนี้มาปราศรัยในวันที่ 19 ก.ย. และคิดต่อไปอีกว่ากระดานนี้จะนำไปสู่อะไร" นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวอีกว่า การชุมนุมของเยาวชนคนหนุ่มสาวถือเป็นสิทธิเสรีภาพ รัฐต้องอำนวยความสะดวกทุกเรื่องราว และต้องมองผู้ชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ อีกอย่างสถานการณ์ที่ผ่านมาในรอบ 10 ปีไม่ได้จบที่การชุมนุมอย่างเดียว ซึ่งอดีตขบวนการเสื้อแดงมีคนมาร่วมมากมายระดับแสนคน แต่ขณะนี้เยาวชนนักเรียน นักศึกษาตื่นตัวทางการเมือง ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ดังนั้นระยะเวลาจะฝึกถึงความอดทนในการชุมนุมต่อสู้อย่างยืดเยื้อยาวนาน ส่วนการสิ้นสุดลงมักเกิดขึ้นแต่ละรูปแบบ และมีผลลัพธ์แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละฝ่ายล้วนต้องการได้ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง
    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เกมที่ม็อบวางแผนเพื่อปลุกระดมมันช่างแปลกๆ ขนาดศาลให้ประกันตัว 2 แสนบาทโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ พูดแบบชาวบ้าน คือไม่ต้องใช้อะไรเลย แทบจะปล่อยตัวทันที พวกเขาอยากจะเข้าคุกอย่างเดียว และเมื่อเข้าคุก คนที่อยู่นอกคุกก็มาปั่นกระแสให้หยุดคุกคาม สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส มาทำอีเวนต์ทุบศาลพระภูมิ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของศาล ทั้งๆ ที่คนพวกนี้อยากเข้าไปนอนในคุกเอง     
“ดูเกมเขาแล้วให้ความรู้สึกว่าไม่รู้จะเล่นเกมอะไรแล้ว ไม่แคร์เลย แม้ประชาชนเขาก็มองเกมออก โชคดีที่ตำรวจขอศาลปล่อยตัว ดังนั้นวันที่ 19 ก.ย. บอกลูกบอกหลานยิ่งต้องระวัง เพราะเขาคงทำได้ทุกอย่าง ต้องติดตามว่านายธนาธรจะกล้าออกมานำเองหรือยังหลังจากใช้ลูกหลานประชาชนมาเสียนาน ธนาธรจะกล้าหรือไม่” นพ.วรงค์ระบุ.

 


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์