ส่องเนื้อหาอภิปรายมาตรา152ซัดรัฐบาลเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


เพิ่มเพื่อน    

9 ก.ย.2563 -  ในเวลา 09.30 น. สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 28 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งเป็นพิเศษ ได้นัดประชุมเรื่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กับคณะจำนวน 79 คนเป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้เนื้อหาของหนังสือของการขอเปิดอภิปรายทั่วไปที่ น.อ.อนุดิษฐ์และคณะยื่นนั้นมีรายละเอียดดังนี้

สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงในทุกด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางด้านการเมืองที่มีความน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างรุนแรง เป็นผลให้เศรษฐกิจไทยที่แย่มาก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 แล้ว ต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภคภายใน และการลงทุนที่เกิดการหดตัวอย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะทางการคลังของรัฐบาลยังมีความเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นการก่อหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการที่รัฐบาลต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโควิด-19 เป็นผลให้หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปี 2564 คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 58 หรือสูงเกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังหากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามประมาณการ

ในขณะที่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ได้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองขึ้นมาแทรกซ้อน อันเป็นผลมาจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่มิได้อยู่บนหลักนิติธรรม และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ประชำชนเห็นว่าถูกออกแบบมาเพื่อคำยืนยันการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จึงเกิดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการข่มขู่คุกคามประชำชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน และยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนอันเป็นข้อเรียกร้องทางการเมืองที่อยู่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับฉวยโอกาสใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคามและจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมากอยู่แล้วต้องตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยากยิ่งอยู่แล้วต้องทวีความยากขึ้นตามลำดับ

ด้วยเหตุดังได้กราบเรียนมา ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศมีความน่าเป็นห่วงและเปราะบางเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงเข้าชื่อกันเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาที่เกี่ยวข้องตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ จึงกราบเรียนมาเพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาดำเนินการให้ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไปด้วย

ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปดังกล่าวมาเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีและให้นำยกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
 


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'