ใครว่าแก่แล้ว...ห้ามขับ!?!


เพิ่มเพื่อน    

 

   การขับรถเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของความเป็นอิสระ การพึ่งพาตนเองได้ ผู้สูงอายุไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังขับรถแม้อายุมากกว่า 60 ปี อย่างไรก็ตาม ในอนาคตข้างหน้าเมืองไทยจะมีผู้สูงอายุที่ขับรถเองมากขึ้น เพราะคนเราอายุยืนยาวขึ้น ลองคิดง่ายๆ ว่า ถ้าตอนนี้เรายังขับรถอยู่ เมื่อวันหนึ่งเราอายุเกิน 60 ปี เราจะเลิกขับรถหรือไม่ 
    ปัจจุบันยังไม่มีความตื่นตัวมากนักในด้านระบบการประเมินความพร้อมของผู้สูงอายุที่ยังขับรถอยู่ ทั้งที่อุบัติเหตุทางการจราจรเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต ซึ่งผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากสุขภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถน้อยกว่าคนหนุ่มสาว สาเหตุเพราะว่าผู้สูงอายุมักจะขับรถช้ากว่า ประสบการณ์การขับรถมีมานานกว่า มักคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง และมักไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ 
    อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้สูงอายุคนไหนขับรถยิ่งเร็วขึ้นๆ โอกาสการเกิดอุบัติเหตุยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าคนหนุ่มสาว โดยส่วนใหญ่ถ้าอายุเกิน 70 ปี โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น และยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากถ้าอายุเกิน 80 ปี และถ้าเมื่อไหร่เกิดอุบัติเหตุ ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ได้รับอันตรายมากกว่าและโอกาสถึงแก่ชีวิตสูงกว่าคนหนุ่มสาวถึง 9 เท่า 
    การขับรถต้องอาศัยกระบวนการทางร่างกายเหล่านี้ประกอบกัน คือ สมอง, สมาธิ, การตัดสินใจ, ความคล่องแคล่ว, การประสานงานของส่วนต่างๆ ของร่างกาย, กำลังกล้ามเนื้อที่เพียงพอ, การขยับส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี, การมองเห็นและการได้ยินที่ดี หากเรามีความผิดปกติในด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

     ปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถยนต์มีปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุมากกว่า 85 ปี และมีปัญหาด้านการมองเห็น รวมถึงภาวะสมองเสื่อม กำลังกล้ามเนื้อลดลง ความว่องไวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์คับขันช้าลง การทำงานระหว่างอวัยวะต่างๆ ให้ประสานกันได้ไม่ดี และสมาธิลดลง 
    นอกจากนั้นยังอ่อนล้าง่ายถ้าต้องขับรถนานๆ ที่สำคัญ ผู้สูงอายุควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง เพราะแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยอาจทำให้กระดูกแตกหักได้ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุควรหาเพื่อนร่วมทางในขณะขับรถจะได้ช่วยดูเส้นทาง, สัญญาณไฟจราจร หากผู้สูงอายุจำเป็นต้องขับรถไกลๆ ควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ โดยปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินการมองเห็น กำลังกล้ามเนื้อแขน ขา การตอบสนองของระบบประสาท รวมถึงกระดูกข้อต่อต่างๆ หากมีโรคประจำตัวให้หลีกเลี่ยงการขับรถตามลำพัง หากจำเป็นให้นำยารักษาโรค บัตรบันทึกประวัติของโรค และบัตรประจำตัวผู้ป่วยติดตัวมาด้วยเสมอ เพราะอาจเกิดอันตรายในขณะขับขี่ได้ 
     สรุปคือ ผู้สูงอายุขับรถได้ถ้ากายพร้อม ใจพร้อม..จริงไหมคะ.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.