ตั้งคกก.สอบคลิปฉาว หวังฟอกนายกฯ จับมือใครดมยาก


เพิ่มเพื่อน    

    กรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โชว์อภินิหารทางกฎหมาย ล้มกระดานว่าที่ 14 รายชื่อที่สมัครเป็น กสทช. หลังจาก กมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการ กสทช.ทั้ง 14 คน ที่มี พล.อ.อู๊ด เบื้องบน เป็นประธาน ชงเรื่องให้ลงมติเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา 
    ประเด็นการเทกระจาดครั้งนี้ คงไม่มีใครเชื่อว่า สนช.ทำหน้าที่โดยปกติแบบเพียวๆ ที่เห็นว่าผู้สมัครถึง 8 คนขาดคุณสมบัติ โดยไม่เกี่ยวโยงกับประเด็นผลประโยชน์มหาศาลของผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ กสทช.ต่อไปในอนาคต อีกทั้งในช่วงการลงมติของ สนช.ยังปรากฏคลิปเสียงสนทนาทางโลกออนไลน์ โดยอ้างมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือวิป สนช. เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งสื่อมวลชนระบุสาระสำคัญว่า "นายกรัฐมนตรีไม่แฮปปี้กับรายชื่อ 14 ผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหานั้น” จึงเป็นเหตุให้ สนช.ประชุมลับกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนออกคว่ำผู้สมัคร กสทช.ไปทั้งหมด โดยไม่แยแสผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน 
     ผลที่เกิดขึ้น คือการวิพากวิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หน้าที่ของ สนช.ที่เปรียบเหมือนตรายาง หรือฝักถั่ว ที่รับคำสั่งของผู้มีอำนาจ เพราะเป็นผู้แต่งตั้งเข้ามาตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค. ปี 2557 รวมทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงการทำงานในอนาคตที่ คสช.จะแต่งตั้งให้เป็นวุฒิสรรหา จำนวน 250 คน ทำหน้าที่ต่อไปอีก 5 ปี 
    นอกจากนี้ คลิปเสียงดังกล่าวยังพุ่งไปดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แบบเต็มๆ ที่กำลังจะเล่นการเมืองหลังเลือกตั้ง แต่กลับยึดติดแต่ระบอบรัฐประหาร โดยไม่สนใจหลักประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว ที่ฝ่ายบริหารไม่อาจแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติได้ เพราะหน้าที่ของทั้ง 2 สถาบัน ต้องตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน
     จึงเป็นเหตุให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ขึงขังเด้งเชือกออกมาตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร สมาชิก สนช. เป็นประธาน นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข สมาชิก สนช. เป็นกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่รัฐสภาที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน มีกรอบทำงาน 30 วัน เพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการลดกระแสสังคมที่โจมตีองค์กรในแม่น้ำหลายสาย และตัวนายกฯ  
    แต่เมื่อย้อนกลับไปตรวจสอบของคณะกรรมการชุดต่างๆ ของ สนช.ที่เคยตรวจสอบเรื่องราวฉาวๆ ของ สนช. ก็พอจะเดาทางว่าผลสอบหลังจาก 30 วันจะเป็นอย่างไร เพราะไม่เคยเอาผิดใครได้เลย  
     ตัวอย่างเช่น 1.กรณีการตั้งคณะกรรมการจริยธรรมของ สนช. ตรวจสอบจริยธรรมของนายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ สนช. แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยทำท่าในลักษณะยกมือปาดคอตัวเอง ภายหลังการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในโครงการรับจำนำข้าว ว่าไม่มีมูลความผิด เพราะพฤติกรรมดังกล่าวของนายวัลลภเป็นการยกมือธรรมดา ไม่ส่อเจตนาไม่เหมาะสมในลักษณะเยาะเย้ยหรือถากถางผู้ถอดถอน  
      2.ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการจริยธรรม สนช. กรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียน 7 สนช. ประกอบด้วย พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ นายดิสทัต โหตระกิตย์ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา (น้องชายนายกฯ) พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง และ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ สุดท้ายก็ไม่เข้าข่ายผิดจริยธรรม โดยให้เหตุผลว่าการลาประชุมของ 7 สนช. เป็นไปตามข้อบังคับ และมีภารกิจของหน่วยงานที่ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ จึงมีความจำเป็นต้องลาประชุม
    ขณะที่ก่อนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ออกมาปัดพัลวัน อาทิ นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. ฟันธงว่า คลิปที่หลุดมาไม่ใช่การประชุมวิป สนช. 100% และไม่น่าจะใช่การประชุมคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ ที่มี พล.อ.อู้ด เบื้องบน เป็นประธาน เพราะร่วมเป็น กมธ.ชุดดังกล่าวด้วย “เท่าที่ฟังคลิปมั่นใจว่าน่าจะเป็นคลิปตัดต่อ เพราะเสียงกระโดด เหมือนนำเสียงการประชุมวงต่างๆ มาตัดต่อรวมกัน” พร้อมยืนยันว่า “นายกฯ สั่ง สนช.ไม่ได้อยู่แล้ว”  
    เช่นเดียวกับ พล.อ.อู๊ด ปฏิเสธว่า “ผมไม่รู้ ไม่ใช่เสียงผม ไม่ใช่เสียงผม“ หลังจากถูกคาดเดาว่าเป็นเจ้าของเสียงคล้ายในคลิปปริศนา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ก็กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เสียงใครก็ไม่รู้” และ “จะไม่ชี้แจง” เรื่องที่เกิดขึ้นอีกด้วย หลังผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่าจะชี้แจงกรณีดังกล่าวหรือไม่ เพราะอาจเสื่อมเสียมาถึงตัวนายกฯ   
     จึงฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า ผลสอบคงจะจับมือใครดมไม่ได้ และยังช่วยฟอกให้นายกฯ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคนผิดก็หนีไม่พ้นสื่อมวลชน ที่ออกมาเปิดโปงข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.