นัดบุกสนามหลวงผิดหรือไม่ สู้กันยาว ลุ้นก่อนชุมนุม คดี 'เพนกวิน' ละเมิดศาล


เพิ่มเพื่อน    

 

      จากการแถลงข่าวของกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ที่นำโดย “เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์” และ “รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” ร่วมกับหนึ่งในคณะประชาชนปลดแอก “ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก” วันที่ 9 ก.ย.2563 ถึงรายละเอียดการชุมนุมใหญ่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 ก.ย.2563 ที่ตั้งเป้าหมายหากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก พร้อมจะเข้าไปชุมนุมภายในท้องสนามหลวง ตามที่ได้ระบุในเอกสารแถลงข่าวข้อ 2 ว่า

                “หากมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมมากจนพื้นที่มหาวิทยาลัยแออัด อาจมีการเคลื่อนขบวนเข้าใช้พื้นที่สนามหลวงเป็นการถัดไป ทั้งนี้ในอดีตสนามหลวงถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถใช้ในการจัดการชุมนุมหรือทำกิจกรรมต่างๆ มาโตยตลอด จึงถือเป็นการยึดสนามหลวงคืนประชาชนไปในตัว นอกจากนี้ยังอาจมีการปิดถนนราชดำเนินกลางเพื่อใช้เป็นพื้นที่ศิลปะและทำกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย โดยรายละเอียดอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม”

            โดยผู้สื่อข่าวได้ซักถามแกนนำทั้งสามเกี่ยวกับการเข้าไปชุมนุมในสนามหลวงได้ขออนุญาตหรือไม่ และจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ เพราะปัจจุบันนั้นพื้นที่สนามหลวงถูกปิดล้อมด้วยรั้วเหล็กโดยรอบ จนดูไม่เหมือนกับเป็นที่สาธารณะเช่นในอดีต ที่ประชาชนสามารถเข้าไปเดินเล่นนั่งเล่นพักผ่อนตามอัธยาศัยได้อย่างเสรี หรือใช้เป็นพื้นที่ในการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2553 เป็นต้นมา ที่ “กรุงเทพมหานคร” ได้ปิดปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวงจนแล้วเสร็จใน พ.ศ.2554 แต่ก็มิได้มีการเปิดใช้อย่างเสรีดังเดิม โดยไม่ให้ใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมทางการเมือง กับมีรั้วเหล็กล้อมรอบดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

                “เพนกวิน” ตอบคำถามเหล่านี้ยืนยันว่า “ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต” จากทางกรุงเทพฯ อธิบายเหตุผลว่า การเข้าไปใช้สนามหลวงเป็นการใช้สิทธิที่ประชาชนคนไทยเคยมี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เป็นที่ให้ราษฎรเข้ามาทำกิจกรรม คนสมัยก่อนจับกบจับเขียดในสนามหลวงได้ ดังนั้นคนรุ่นนี้ต้องไปได้

            ขณะที่ “ไมค์” ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ผู้สื่อข่าวระบุอาจมีความผิดฐานบุกรุกโบราณสถาน โดยไมค์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความชอบธรรมในการดำเนินคดีกับประชาชน และหากเห็นว่าสนามหลวงไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ก็ทำให้สนามหลวงไม่เข้าเงื่อนไขว่าต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้ระบุว่าห้ามชุมนุมในโบราณสถาน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายใดมาบังคับใช้หรือดำเนินคดีกับประชาชน

            สำหรับกฎหมายโบราณสถานที่ผู้สื่อข่าวนำมาสอบถามนั้น คือ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มีบทกำหนดโทษ มาตรา 32 ระบุว่า “ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

            ทั้งนี้ สนามหลวงถือเป็นโบราณสถาน ตามที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 94 ตอนที่ 126 เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2520 จึงนำมาสู่การตั้งข้อสังเกตว่าการบุกเข้าไปชุมนุมในสนามหลวงอาจเป็นความผิดตามกฎหมายนี้ ซึ่ง “ไมค์” ได้โต้แย้งว่าไม่มีกฎหมายห้ามชุมนุมในโบราณสถานดังที่ระบุไป อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากนี้ก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่า การที่สนามหลวงถือเป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียนมาตั้งแต่ พ.ศ.2520 เป็นต้นมา จากวันนั้นจนถึงก่อน พ.ศ.2553 ที่ปิดปรับปรุงภูมิทัศน์ ประชาชนก็สามารถเข้าใช้สนามหลวงได้อย่างเสรี ไม่มีใครไปถือว่าเป็นการบุกรุก แต่ในวันที่สนามหลวงถูกล้อมรั้วเช่นทุกวันนี้ หากมีผู้ที่ฝ่ารั้วเข้าไปแล้วถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี น่าจะเป็นปัญหาที่ต้องต่อสู้กันยาวได้

            การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ผลจะเป็นอย่างไร จะได้เข้าสนามหลวงหรือไม่ต้องรอดูกันอีกหลายวัน ตัวแกนนำหลักอย่าง “เพนกวิน” ก็มีคดีต้องเผชิญหลายกรณีก่อนหน้านี้ โดยวันที่ 11 ก.ย.2563 ศาลอาญานัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล จากเหตุที่ “เพนกวิน” เข้าไปปราศรัยในศาล เรียกร้องปล่อยตัว “อานนท์ นำภา-ภาณุพงศ์ จาดนอก” เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2563 ซึ่งหากศาลไต่สวนเสร็จสิ้นจะมีการอ่านคำพิพากษาหรือนัดวันอ่านคำพิพากษาต่อไป สำหรับโทษในคดีละเมิดอำนาจศาลนั้นอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท

            คำพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาลของ “เพนกวิน” จะออกมาในเร็ววันนี้ก่อนการชุมนุมใหญ่หรือไม่ และหากออกมาเร็วจะมีผลเป็นอย่างไร ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องลุ้นกันในเดือน ก.ย.2563 ที่สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงต่อเนื่อง.

 นายชาติสังคม

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ