แล้วเจ้า...จะรับผิดชอบไหวหรือ???


เพิ่มเพื่อน    

 

         คงไม่น่าจะถึงขั้น ทัวร์ลง...สำหรับรายของ เสี่ยหนู หรือท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ออกมาติงๆ เตือนๆ บรรดาพวกหนูเล็กๆ และเด็กๆ ทั้งหลาย ที่คิด ลุกฮือ ขึ้นมาก่อม็อบ ก่อการประท้วง ก่อการชุมนุมในช่วงวันเสาร์ที่ 19 กันยาฯ ที่จะถึง แม้จะเป็นคำติงๆ เตือนๆ ที่คงไม่ต่างอะไรไปจากประเภทอาจารย์ก้ง อาจารย์แก้ว คือประเภทด้วยความรัก ความเมตตา ความเป็นห่วง เป็นใย และความปรารถนาดี นั่นแหละเป็นหลัก...

                                      -------------------------------------------------

                แต่ก็อย่างที่เคยบอกๆ เอาไว้แล้ว...ว่าสำหรับเด็กยุคนี้นั้น ไม่ว่าคิดจะติงๆ เตือนๆ ใดๆ ก็แล้วแต่ คงต้อง กะระยะห่าง เอาไว้ให้ดี เพราะโอกาสที่จะหลุดเข้าไปใน โซนอันตราย ไปเข้า รัศมีตีน-รัศมีเท้า ของบรรดาพวกเด็กๆ เขา ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ ด้วยเหตุเพราะความก้าวหน้า ก้าวไกล ทางเทคโนโลยี ที่ทำให้สามารถรุมเหยียบ รุมกระทืบ ใครต่อใครกันในทางเว็บไซต์ เฟซบ๊ง เฟซบุ๊ก ชนิดแทบหาศพไม่เจอ ยิ่งได้พวก เลียตูดเด็ก เป็นกองหลัง กองกลาง ทั้งคอยให้กำลังจิต กำลังใจ และคอยเป็นตัวจ่ายลูกให้เล่น แบบบรรดาประเภท มิดฟิลด์ ทั้งหลาย ยิ่งต้องคิดหน้า-คิดหลังประมาณ 8 ตลบ หรือ 10 ตลบเป็นอย่างน้อย ก่อนจะคิดติๆ ติงๆ เตือนใครต่อใคร หรืออะไรต่อมิอะไรไปตามสภาพ...

                                    -------------------------------------------------

                อย่างรายคุณทวด ไซรรงค์ นั้นอาจเบาหน่อย...คือแค่ไปหยิบยกเอาเหตุการณ์ในอดีต ยุคด๊อกเตอร์ป๋ง ด๊อกเตอร์ป๋วย มาเป็นอุทาหรณ์ เป็นอนุสสติ ไม่ให้ถึงกับต้อง แดง-ไม่แดง...แต่ขอให้แรงเข้าว่า จนเกินไป บรรดาเด็กๆ ที่อาจไม่รู้เรื่องด๊อกเตอร์ป๋วยมากมายซักเท่าไหร่ เพราะ คลิกกูเกิลไม่ทัน หรือเพราะด๊อกเตอร์ป๋วยไม่ได้มา เข้าฝัน เหมือนท่านอาจารย์ ปรีดี ก็เลยอาจไม่คิดจะโต้ ไม่คิดจะรุมเหยียบ รุมกระทืบ จนเกินไป แต่สำหรับรายของ อาจารย์แก้ว หรือ แก้วสรร อติโพธิ นี่สิ!!! เล่นไปหยิบเอา เหตุการณ์ปัจจุบัน ล้วนๆ แถมยังต้องอาศัยมันสมอง สติ-ปัญญา ใคร่ครวญถึงความเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควรกันเอาเอง โดยไม่อาจพึ่งกูก้ง กูเกิล อะไรได้มากมาย ก็เลยถูกทั้งพวกเด็กๆ และพวกเลียตูดเด็ก หยิบไปย่ำ ไปยำ ชนิดเละเทะระดับหาศพแทบไม่เจอกันจนได้...

                                   ---------------------------------------------------

                แต่สำหรับรายของรองนายกฯ รัฐมนตรี เสี่ยหนู-อนุทิน แล้ว...นอกจากไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบ น้ำเชี่ยวเอาเรือไปขวาง ก็ยังพยายามให้ สติ เอาไว้แบบกลางๆ ไม่ได้ถึงขั้นห้ามโน่น ห้ามนี่ อะไรมากมาย คือขอแค่ระหว่างการลุกฮือออกมาประท้วง ให้ใส่หน้ากากอนามัย อย่าพยายามไอและจามใส่กันและกัน หรือพอให้ได้ยินเสียงการพูดคุยระหว่างกันและกัน แต่ขณะพูดก็ควรอยู่ภายใต้หน้ากาก เพื่อป้องกันมิให้ละอองฝอยใดๆ ออกมา...นี่...ต้องเรียกว่า ช่างเป็นอะไรที่ นิ่มนวล ซะเหลือเกิน โดยเฉพาะสำหรับผู้ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งต้องแบกรับภาระผู้ติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ชนิดหลังแอ่น หลังโค้ง จนตราบเท่าทุกวันนี้...

                                   ---------------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...ถึงแม้นอาจไม่ถึงขั้น ทัวร์ลง แต่ความพยายามติงๆ เตือนๆ ให้ พูดกันพอได้ยิน เพื่อมิให้ ละอองฝอย ใดๆ กระเซ็นออกมา ยังไงๆ...คงน่าจะลำบากเอามากๆ เพราะแค่เจอระดับ คุณหลาน เพนกวิน รายเดียวเท่านั้น โอกาสที่จะสาดซัดซ่านกระเซ็นเป็นวาๆ โยชน์ๆ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ คือมันคงต้องเฮทสป่ง เฮทสปีช กันแบบสุดฤทธิ์ สุดเดช และสุดด้ามนั่นแหละทั่น!!! มันถึงจะพอขนลุก ขนพอง ขนแขนสแตนด์อัพ ในระดับ บิ๊กๆ-เบิ้มๆ ขึ้นมาได้แบบจริงๆ จังๆ โดยไม่ว่า เชื้อไวรัส COVID-19 มันจะซ่านกระเซ็นเป็นฝอยๆ ฟุ้งกระจายออกมาด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตามที แต่โอกาสที่ เชื้อไวรัสทางความรู้สึก มันจะแพร่กระจายออกมาด้วย ย่อมต้องมีความเป็นไปได้ไม่มากก็น้อย...

                                   -----------------------------------------------------

                อันนี้นี่แหละ...ที่มันออกจะน่าห่วง น่ากังวล อยู่พอสมควรเหมือนกัน เพราะถ้าหาก เชื้อไวรัสทางความรู้สึก ที่ว่า มันเกิดสาดกระเซ็นไปโดนใครต่อใคร ไม่ว่าจะฝังเข้าไปในความรู้สึกลึกๆ หรือไม่ว่าจะ กลายพันธุ์ ไปเป็นประเภทใดต่อประเภทใดอีกต่อไปก็ล้วนแล้วแต่ อันตราย ไปด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันอาจก่อให้เกิด ปฏิกิริยา ในแบบคาดคำนวณได้ลำบากเอามากๆ แม้แต่พวก เลียตูดเด็ก ทั้งหลาย ก็อาจประดิษฐ์ คิดค้น วัคซีน ไม่ทันเอาเลยก็ไม่แน่ คือไม่ว่าจะออกไปทาง บวก หรือ ลบ แต่โดยลักษณะอาการมันน่าจะก่อให้เกิดแรง สวิง หรือ สุดโต่ง ไปในด้านใด ด้านหนึ่ง เอาง่ายๆ และสิ่งที่เป็นแรง สวิง นั่นแหละ ออกจะเป็น อันตราย ต่อสภาวะความเป็นไปในสังคม ที่กำลังโหยหาและปรารถนาอะไรก็ตามที่ออกไปในแนว กลางๆ หรือออกไปในแนว มัชฌิมาปฏิปทา ให้มากๆ เข้าไว้ ในฐานะที่ถือเป็น เครือข่ายป้องกันทางสังคม อันมีประสิทธิภาพสูงสุด...

                                  ----------------------------------------------------

                คือพูดง่ายๆ ว่า...การ สวิง ไปในด้านใด ด้านหนึ่ง สุดท้ายมันย่อมต้องตามมาด้วย แรงสวิงในด้านตรงข้าม ตามกฎวิชาฟิสิกส์ ตามกฎวิทยาศาสตร์ หรือกฎเหล็กของธรรมชาติ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ และการเหวี่ยงไป-เหวี่ยงมา ในแต่ละด้านนี่เอง ที่มันจะเป็นตัวทำลาย ความปกติ ของสังคมนั้นๆ จนยากซ์ซ์ซ์เหลือเกินที่จะหาอะไรไปรองรับได้ทันการณ์ หรือทันท่วงที ชนิดพวกที่ถนัดและเชี่ยวชาญในการ เลียตูดเด็ก อย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ ก็น่าจะยังคิดไม่ออก-บอกไม่ถูก จนตราบเท่าทุกวันนี้ โดยเฉพาะถ้าหากมัน สุดโต่ง ไปในด้านตรงกันข้าม โอกาสที่จะระเบิดเถิดเทิงไปในระดับ เลือดนองท้องช้าง ตายกันชนิดไม่เหลือเศษ เหลือซาก แถมไม่ เหลือป่า ให้เข้า ยังอาจมีความเป็นไปได้มิใช่น้อย และภายใต้สภาพเช่นนี้นี่เอง...ที่ทำให้ตัวละครหนังจีน อย่างประเภท เปาบุ้นจิ้น เลยอดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยปากเป็นคำถามติดปากประมาณว่า...แล้วเจ้าจะรับผิดชอบ...ไหวหรือ??? อะไรประมาณนั้น...

                               ---------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon (อีกครั้ง...อีกครั้ง)... “Patience is the virtue most needed just when we run out of it. – ขันติธรรม ความอดทน อดกลั้น เป็นคุณสมบัติที่เรามักขาด โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการมันที่สุด...”

                               ----------------------------------------------------------

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก