นักประวัติศาสตร์ชื่อดังเฉลยทำไม'เพนกวิน'ยกย่อง'จอมพลป.'ผู้ล้มล้างราชบัลลังก์!


เพิ่มเพื่อน    


15 ก.ย.63-  นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ต่อต้านเผด็จการ ด้วยการยกย่องเผด็จตัวพ่อ!
[ฉบับย่อ]
............................................................................
นายร้อยโทแปลกได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก โดยสอบไล่ได้เป็นลำดับที่ 1 ของรุ่น จึงทำให้ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ประมาณ 3 กว่าปี

ต้นปี พ.ศ. 2469 ร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎรยุคก่อตั้ง ซึ่งมีทั้งหมด 7 คน โดยมีการประชุมครั้งแรกของคณะราษฎรที่ยาวนานติดต่อกัน 4 คืน 5 วัน ที่ประเทศฝรั่งเศส

โดยร้อยโทแปลก ได้เสนอว่าหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว
**ให้สำเร็จโทษพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

............................................................................
ภายหลังจากที่กองทัพไทยมีชัยชนะต่ออินโดจีนฝรั่งเศส ได้เลื่อนยศจากพลตรี เป็นจอมพล

ทั้งนี้มีการบอกเล่ากันว่า พลตรี หลวงพิบูลสงครามขอพระราชทานยศจอมพลให้กับตนเองเพราะ
**ต้องการมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ

............................................................................
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. ได้ทำการตกลงช่วยเหลือญี่ปุ่นด้านการรบ เพราะหวังว่าจะได้ดินแดนเพิ่มเติมเข้ามาครอบครอง

หลังสงครามโลกสงบ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทำให้จอมพล ป ถูกไต่สวนในฐานะอาชญากรสงคราม ตามพระราชบัญญัติอาชญากรรมสงคราม

............................................................................
นับแต่จอมพล ป. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2481 ได้มีนโยบายในการสร้างชาติ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นลัทธิชาตินิยม โดยมีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" เป็น "ไทย" ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482

พ.ศ. 2485 จัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นเมื่อ เพื่อจัดระเบียบการดำเนินชีวิตของคนไทย ประกาศให้ข้าราชการและประชาชนยกเลิกวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมหลายอย่าง เช่น

ให้เลิกนุ่งผ้าม่วง เลิกสวมเสื้อราชปะแตน และให้นุ่งกางเกงขายาวแทน สั่งห้ามประชาชนกินหมากโดยเด็ดขาด ให้ผู้หญิงเลิกนุ่งโจงกระเบน เปลี่ยนมานุ่งผ้าถุงแทน ให้สวมรองเท้า สวมหมวก หากผู้หญิงคนใดไม่ใส่หมวกจะถูกตำรวจจับและปรับ และไม่ส่งเสริมศิลปะและดนตรีไทยเดิมแต่ส่งเสริมดนตรีสากล ยกเลิกบรรดาศักด์ และยศข้าราชการพลเรือนฯลฯ

และมีการตัดตัวอักษรที่ออกเสียงซ้ำกันจึงมีการเปลี่ยนแปลงการสะกดคำมากมาย เช่น กระทรวงศึกษาธิการ เขียนเป็น กระซวงสึกสาธิการ เป็นต้น

............................................................................
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วพอจะนึกออกมั้ยว่ามันคุ้นๆ ว่าเหมือนกับผู้ที่ฝันว่าจะได้เป็น ว่าที่ประธานาธิบดีคนแรกของไทย ที่ประกาศให้ปฏิวัติวัฒนธรรมไทย เช่น ให้เลิกยิ้ม ให้เลิกไหว้ ให้เลิกเรียกพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา เพื่อความเสมอภาค !

ไม่ต้องแปลกใจว่า จอมพล ป. ผู้ซึ่งถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำเผด็จการคนสำคัญของไทย และเป็นผู้ปฏิวัติวัฒนธรรมประเพณีของไทย

จะถูกแกนนำติ่งส้ม ที่เกิดมาเป็นคน แต่มีรูปร่างเหมือนหมู มีชื่อเป็นสัตว์มีปีกที่บินไม่ได้ ยกย่องให้จอมพล ป (ผู้นำเผด็จการ)เป็นต้นแบบ ทั้งๆ ที่อ้างตัวว่าเรียกร้องประชาธิปไตย

มีคำถามว่าทำไมแพนกวินและติ่งส้มยกย่อง จอมพล ป. เป็นต้นแบบประชาธิปไตย ในขณะที่ต่อต้านจอมพลสฤษดิ์ว่าเป็นเผด็จการ?

คำตอบคือ พวกชาวติ่งส้ม ยกย่องคณะราษฏร์ ว่าเป็นผู้สร้างประชาธิปไตยในเมืองไทย

แต่ความจริงคณะราษฏร์ที่อ้างว่าปฏิวัติยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาให้ประชาชน แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้ว อำนาจนั้นไม่ได้ถึงมือประชาชน แต่อยู่กลับคณะราษฏร์ และมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันเองด้วยการก่อรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า

และในที่สุด จอมพลสฤษดิ์ คือผู้ที่มาโค้นล้มอำนาจแบบถอนรากถอนโคนจากคณะราษฏร์ได้ในที่สุด

เพราะฉะนั้นจอมพลสฤษดิ์ จึงถือว่าศัตรูของคณะราษฏร์ และก็ถือเป็นศัตรูของติ่งส้มไปโดยปริยาย

ที่นี่เข้าใจแล้วใช่มั้ยว่า ทำไม เพนกวินและติ่งส้มทั้งหลาย ยก 3 นิ้วใส่จอมพลสฤษดิ์ แล้วยก 2 นิ้วให้จอมพล ป และยก 1 นิ้วกลางให้พลเอกประยุทธ์

เพราะจอมพลสฤษดิ์ และพลเอกประยุทธ์ คือขุนศึกคู่กู้บัลลังก์ ในขณะที่จอมพล ป คือขุนพลผู้ล้มล้างราชบัลลังก์ โดยที่เคยเสนอว่าเมื่อปฏิวัติสำเร็จแล้วให้ฆ่าล้างราชวงศ์ ในการประชุมครั้งแรกของคณะราษฏร์ที่ฝรั่งเศส

กองทัพสีส้มแดง ซึ่งเป็นกองทัพล้มบัลลังก์ ย่อมยกย่องขุนพลล้มบัลลังก์ด้วยประการฉะนี้

............................................................................
หมายเหตุ
ถึงแม้จอมพล ป จะเป็นผู้นำเผด็จการ และเคยล้มล้างการปกครอง แต่ถ้าผมพบรูปปั้น อนุสาวรีย์หรือภาพถ่ายของจอมพล ป ผมก็ยังคงแสดงความเคารพด้วยความจริงใจ เพราะอย่างน้อยท่านก็ยังประกอบคุณงามความดีที่เป็นคุโณปการให้กับบ้านเมืองมากมายเช่นกัน ผมจะไม่กระทำการลบหลู่ดูหมิ่นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์แน่นอน

บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยล้วนเป็นบรรพบุรุษของไทย

............................................................................
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่:
https://www.facebook.com/1234993066616474/posts/3414407205341705/?extid=ks6dNWGfRhSjQLtg&d=n

 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'