'แก้วสรร'ออกคำชี้แจงรวมรายชื่อ3 วันได้ร่วม3พัน นี่คือความคับแค้นแท้จริงในคำขอปิดมธ.พอกันทีวีรชน


เพิ่มเพื่อน    

15 ก.ย.63- นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 12 ออก คำชี้แจง ๑๕ กันยา ประกอบคำขอให้ปิดมหาวิทยาลัย

๑. คำขอนี้เป็นของศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ กลุ่มหนึ่ง เท่าที่รวบรวมรายชื่อได้ทางไลน์ในเวลา ๓ วัน จำนวน ๒,๙๒๔ คน

๒. คำขอนี้มีกรอบอยู่ที่สนับสนุนการออกคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ชุมนุมของอธิการบดีเท่านั้น ส่วนการบังคับตามคำสั่งไม่อนุญาตว่า ท่านอธิการบดีจะปิดมหาวิทยาลัยจริงๆอย่างไรนั้น เป็นข้อที่เราไม่ขอก้าวล่วงหรือบีบคั้นด้วยประการใดๆ เพราะจะเป็นการเข้าไปมีอำนาจโดยไม่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง

๓. กิจกรรมการรวมตัวนี้ยุติลงเมื่อยื่นบันทึกแล้ว ส่วนไลน์ “ปิด มธ..พอกันทีวีรชน” นั้นจะปิดตามมาในวันที่ ๒๐ หลังจากเก็บข้อมูลรายงานกลุ่มศิษย์เก่าเรียบร้อยแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับมหาวิทยาลัย ในวันที่ ๑๙ – ๒๐ กันยา

๔.ขอชี้แจงย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเราไม่ได้ปฏิเสธซึ่งเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษากลุ่มนี้หรือของผู้ใด แต่เราเห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของเขาในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่ยอมรับไม่ได้ จนธรรมศาสตร์ไม่ควรเกี่ยวข้องด้วย ส่วนเขาจะคิดจะพูดอย่างไรไม่ใช่เรื่องที่เราคัดค้าน ในหมู่เราเองก็มีผู้เห็นตรงกับนักศึกษาในเรื่องนั้นเรื่องนี้เช่นกัน แต่พอมาถึงวิธีการแสดงออกด้วยการชุมนุม ในครั้งนี้ เราทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ายอมรับให้ใช้ธรรมศาสตร์ไม่ได้

๕. คำปฏิเสธนี้เป็นไปตามเหตุผลตามบันทึกที่จ่ายแจกไปแล้วว่า การใช้ชื่อของคนในธรรมศาสตร์และใช้สถานที่ธรรมศาสตร์เพื่อความเคลื่อนไหวที่สุ่มเสี่ยงสูงสุด แต่หาคนรับผิดชอบแท้จริงไม่ได้เช่นนี้ ผิดมาตรฐานประชาธิปไตย และมาตรฐานธรรมศาสตร์โดยสิ้นเชิง

๖. เฉพาะในส่วน นายแก้วสรร อติโพธิ ผู้รวบรวมรายชื่อนี้ ขอใช้สิทธิส่วนตัวปฏิเสธการให้ร้ายบิดเบือนจากรุ่นพี่ธรรมศาสตร์ที่เคยเคารพว่า ในทางความคิดแล้วขอยืนยันว่าตนเองก็ไม่เห็นด้วย กับการสืบทอดอำนาจของ คสช.เช่นกัน และ ไม่เคยใช้เวที กปปส. กวักมือเรียกให้ทหารออกมาปฏิวัติ ดังที่พี่ได้ใส่ร้ายผมด้วยโมหะและโทสะอันฝังลึกอยู่ในตัวตนเลย

สิ่งที่ผมและพี่น้องในกลุ่มศิษย์เก่าเห็นตรงกัน ปฏิเสธร่วมกันจริงๆ ก็คือ การเคลื่อนไหวสร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองตามทัศนะของตน ด้วยความไม่รับผิดชอบไม่เคารพสิทธิ์ของคนอื่น รวมทั้งสร้างกำลังทางการเมืองด้วยความจงเกลียดจงชังปลุกปั่นคนไทยไปจนถึงลูกเด็กเล็กแดงแตกเป็นฝักฝ่ายเช่นปัจจุบัน

นี่คือความคับแค้นแท้จริง ในคำขอ “ปิด มธ. พอกันทีวีรชน ”ฉบับนี้.


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?