ศักดิ์สยามย้ำงบปี64 ช้าไม่กระทบโปรเจ็กต์คมนาคม


เพิ่มเพื่อน    

15ก.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่สำนักงบประมาณได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 กันยายน 2563 โดยนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ส่งถึงหน่วยงานราชการทั้งหมดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งว่าการใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายตามกรอบของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไปพลางก่อน ให้เบิกจ่ายตามความจำเป็น หรืองบผูกพันที่อนุมัติได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของงบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2563 นั้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 16-18 กันยายน 2563 จะมีการประชุมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วาระ 2-3 โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 231,924.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.64% เมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2563 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 197,149 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นวงเงิน 34,775.09 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามที่สำนักงบประมาณได้ออกหนังสือด่วนที่สุดว่า ว่าการใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2563 นั้น ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อแผนการดำเนินการในโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม เนื่องจากกระบวนการของปฏิทินงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี ช่วงไตรมาส 1 ตุลาคม-ธันวาคม จะเป็นในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำปกติ อาทิ เงินเดือน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่งบประมาณด้านการลงทุนโครงการต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการเบิกจ่ายงบประมาณ จะดำเนินการในไตรมาส 2 (มกราคม) เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ จึงได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมการด้านการจัดซื้อจัดจ้างหรือการประกวดราคา เพื่อให้พร้อมหาก พ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 63 นั้น จากข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 63 ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้กว่า 70% ซึ่งในขณะนี้ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายฯ และคาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2563 (30 ก.ย.63) กระทรวงคมนาคม จะเบิกจ่ายงบประมาณได้ 90% อย่างแน่นอน แต่อาจจะไม่ถึงเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดให้เบิกจ่ายให้ได้ 100% เนื่องจากในบางโครงการยังติดปัญหาเรื่องการอุทธรณ์ และการร้องเรียน จึงทำให้ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ แต่โครงการใดที่ได้มีการลงนามในสัญญาไปแล้ว ก็ให้เดินหน้าดำเนินการต่อไป
 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ