ข่าวดีท่ามกลางข่าวร้าย


เพิ่มเพื่อน    

 

              เห็นภาพและข่าวในเว็บไซต์ ไทยโพสต์ วันวาน...แล้วอดที่จะรู้สึกยินดีกับ 3 ผู้ต้องขังวัยชรา อย่าง หมอเหวง, พี่วีระ และอีกรายดูเหมือนชื่อ พิเชษฐ์ แต่นามสกุลอะไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ออกมาชูไม้ ชูมือ หรือแม้จะ ชู 3 นิ้ว ก็คงไม่ถึงกับต้องเสียเวลาไปคิดมาก หรือคิดเล็ก-คิดน้อย แต่อย่างใด คิดซะว่าชูเพื่อ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ หรือเพื่อ พระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ ก็แล้วกัน...

                               --------------------------------------------------

                คือแค่นิ่งๆ ปลงๆ อยู่ภายในคุกเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น แม้ยังเหลือโทษอีกเป็นปีๆ หรือประมาณ 3 ปีเห็นจะได้ แต่ก็ด้วย พระมหากรุณาธิคุณ ที่แม้แต่ หมอเหวง หรือนายแพทย์ เหวง ยังอดที่จะแสดงความ สำนึก ขึ้นมามิได้ เพราะการได้รับอิสรภาพ หมดเรื่อง หมดราว ไปอีกเปลาะหนึ่ง ยังไงๆ คงต้องถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณระดับ หาที่สุดมิได้ อยู่แล้วแน่ๆ และย่อมเป็นอะไรที่น่าปลาบปลื้ม ยินดี ไม่ว่าในทางส่วนตัว ครอบครัว ตลอดไปถึงบรรดาญาติๆ มิตรๆ ซึ่งหนีไม่พ้นต้องขออนุญาตร่วมอนุโมทนาเอาไว้ด้วย ณ ที่นี้...

                                      -----------------------------------------------

                แต่อันที่จริงแล้ว...สิ่งที่น่าปลาบปลื้ม ยินดี ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือสิ่งที่ได้เห็นจากภาพและข่าวในเว็บไซต์ มติชน ช่วงวันวานที่ผ่านมาอีกเช่นกัน โดยส่วนที่เป็น ภาพ นั้น คงต้องไปหาดูเอาเองก็แล้วกัน แต่ส่วนที่เป็น ข่าว ซึ่งสามารถนำมาเล่าสู่กันฟัง ได้แบบซื่อๆ ง่ายๆ ก็อาจสรุปเอาไว้ประมาณว่า นอกเหนือไปจากผู้ต้องขังวัยชรา 3 ราย อย่าง หมอเหวง, พี่วีระ และคุณ พิเชษฐ์ แล้ว ยังมีผู้ต้องขัง หรือนักโทษอีกไม่ต่ำกว่า 27,081 ราย จาก 8 เรือนจำใน กทม. และอีก 129 เรือนจำในต่างจังหวัด รวมแล้วถึง 137 เรือนจำ ที่ต่างมีโอกาสได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ จากในหลวงรัชกาลที่ 10 ในช่วงระยะใกล้ๆ กัน แม้ไม่ถึงกับเป็นคนละเรื่องเดียวกันซักเท่าไหร่นัก...

                                     ----------------------------------------------

                คือบรรดานักโทษจำนวน 27,081 รายที่ว่า...มีทั้งนักโทษหญิง นักโทษชาย โดยไม่ว่าแก่-ไม่แก่ ชรา-ไม่ชรา ได้ที่-ไม่ได้ที่ แต่ถือเป็นผู้ซึ่งอยู่ในข่ายที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษภายในปีหน้า หรือปี พ.ศ.2563 ที่จะถึง และเพื่อหาทางทำให้บรรดาผู้คนเหล่านี้ สามารถออกจากคุก จากที่คุมขัง แล้วพอที่จะยืนหยัด ยืนยัน อยู่ภายในสังคมภายนอกได้อย่างมั่นคง แข็งแรง ในบางระดับ ไม่ต้องกลับไปหมกมุ่น มัวเมา อยู่กับความผิด ความพลาด ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ฯลฯ ทั้งกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จึงได้ร่วมมือ-ร่วมใจตอบสนอง โครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 10 อันมีชื่อเรียกขานว่า โครงการพระราชทาน โคก-หนอง-นา แห่งน้ำใจ ด้วยการนำพาผู้คนเหล่านี้มาฝึกอบรม เพื่อให้เกิดความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือต่อแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ที่ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยทรงประดิษฐ์ คิดค้น เอาไว้ก่อนหน้านี้นั่นเอง...

                                    -------------------------------------------------

                หรือถือเป็นการ ต่อยอด เป็นการ สืบสานปณิธาน ที่อดีตพระมหากษัตริย์องค์ก่อน ได้ทรงริเริ่มให้เป็นเรื่อง เป็นราว เป็นจริง เป็นจัง ขึ้นมาอย่างเป็นรูป เป็นร่าง โดยบรรดาผู้คนเหล่านี้ สามารถนำเอา ความรู้-ความเข้าใจ จากที่ได้รับการอบรมจนได้ประกาศนียบัตรรับรองอย่างเป็นทางการ ไปสร้างเนื้อ สร้างตัว สร้างสรรค์พื้นที่เล็กๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ตัวเองสามารถยืนหยัดยืนยัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติภายในสังคมเดียวกัน กับบรรดาปวงชนชาวไทยรายอื่นๆ ได้ไม่ยาก เพราะความรู้-ความเข้าใจในการจัดสรรพื้นที่ตามการเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ ก็คือความรู้-ความเข้าใจ อันเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นั่นแล...

                                  ---------------------------------------------------

                ด้วยเหตุนี้...ถ้าหาก 27,081 รายที่ว่า เกิดความ สำนึก ใน พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แบบจริงๆ จังๆ แล้วล่ะก็ หรือไม่คิดจะหวนกลับ ไปประพฤติ ปฏิบัติ ในแบบที่ไม่ถูก-ไม่ต้อง ไม่เหมาะ-ไม่ควร ไม่ว่าในแง่กฎหมาย หรือในแง่ใดๆ ก็แล้วแต่ โอกาสที่จะพออยู่ได้ หรือพออยู่ร่วมกันโดยสันติกับผู้คนในสังคมอื่นๆ ได้แบบเบิร์ดๆ สบายๆ เกิดอิสรภาพทั้งในทางร่างกาย และทางจิตวิญญาณ ย่อมมีความเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ ไม่ว่าจะชู 3 นิ้ว หรือไม่ชู 3 นิ้วก็ตามที...

                                    -----------------------------------------------------

                และนอกจากได้ทรงแสดงออกถึงความหวัง ความตั้งใจ เอาไว้ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ ว่าด้วย ความสดใส-สดชื่น-โคกหนองนา ที่น่าจะเคยผ่านหู ผ่านตา ใครต่อใครกันมั่งแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี แต่ละรายเป็น ผู้แทนพระองค์ ไปพระราชทานประกาศนียบัตร ให้กับบรรดาผู้ต้องขังในแต่ละเรือนจำ ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด อย่างเป็นกิจการซะอีกด้วย ชนิดใครก็ตามถ้าหากไม่ เหลือทน หรือ เกินทน จนเกินไป ก็ล้วนแล้วแต่น่าจะมีโอกาสได้รับ อานิสงส์ มากบ้าง-น้อยบ้าง กันไปตามสภาพ...

                                   ---------------------------------------------------

                สรุปเอาเป็นว่า...บรรดา ข่าว และ ภาพ ทำนองนี้ ต้องถือเป็น ข่าวดี หรือข่าวที่น่าปลาบปลื้ม ยินดี ไปด้วยกันทั้งสิ้น ชนิดใครก็ตาม ถ้าไม่ได้มีจิตคิดมุ่งร้าย มุ่งบั่นทอน ทำลาย จนเกินไปนัก ก็น่าจะพอรู้สึกปลาบๆ ปลื้มๆ ขึ้นมาได้มั่ง ไม่ว่าคิดต่าง มองต่าง กันในรูปใดก็แล้วแต่ เหมือนอย่างที่พวกฝรั่งปะกิตเขาว่าไว้นั่นแหละว่า...Two men look out through the same bars: one see the mud, and one the star.” หรือ “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย...อะไรประมาณนั้น...

                                   ------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Shakespeare (อีกครั้ง)...He that patiently life’s burden bears, no burden bears, but is a King, a King. – ผู้ซึ่งมีความอดทนสู้แบกภาระแห่งชีวิตนั้น อันที่จริงมิได้เป็นเพียงผู้แบกภาระ หากแต่เป็นพระราชาโดยแท้...”

                                 -----------------------------------------------------