สมช.ยังไม่พ้นยุคทหารคุมตึกแดง ถึงคิว 'บิ๊กเล็ก ณัฐพล' หลังวืด ผบ.ทบ.


เพิ่มเพื่อน    

      สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หรือซีไอเอเมืองไทย ยังคงอยู่ในยุคที่มีการโยกบิ๊กทหารที่เป็นคนนอกหน่วยมาเป็นเลขาธิการ สมช.อีกหนึ่งสมัย

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป

                บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล ซึ่งแวดวงการเมืองการทหารรู้กันดีว่ามานั่งเป็นเลขาธิการ สมช.เพราะ "อกหัก" จากเก้าอี้ "ผู้บัญชาการทหารบก" แม้บิ๊กเล็กจะเป็นนายทหารระดับสูงใน ทบ.ที่เป็นห้าเสือกองทัพบก น้องรักคนหนึ่งของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เห็นได้จากเป็นมือทำงานคนสำคัญให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ในหลายภารกิจทั้งแบบเปิดเผย-ไม่เปิดเผยมาตั้งแต่ยุค พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 แล้ว

            จนมีข่าว บิ๊กตู่ ก็พยายามผลักดันให้ บิ๊กเล็ก มีบทบาทสำคัญๆ หลายภารกิจในช่วงหลัง เพื่อสร้างโปรไฟล์-เครดิตให้ เช่น รองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิดฯ ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช.เป็นประธาน จนช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีกระแสข่าวบิ๊กเล็กอาจได้ลุ้นเบียดเข้าวินเป็น ผบ.ทบ. แม้จะรู้ดีว่าน่าจะยาก เพราะบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. วางตัว-เตรียมส่งไม้ต่อให้ บิ๊กบี้-พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผช.ผบ.ทบ ไว้แล้ว

            ทางออกของเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์เลยต้องโยก พล.อ.ณัฐพลจากกองทัพบก ถนนราชดำเนิน ให้ย้ายตึกที่ทำงานมาอยู่แถวๆ ฝ่ายตรงข้าม คือ ตึกแดง-สมช.ในทำเนียบรัฐบาล เพราะในหน่วยสำคัญๆ หากระดับหัว นายทหารรุ่นน้องเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด หากจะให้รุ่นพี่อย่าง พล.อ.ณัฐพลยังคงนั่งเป็นรอง ผบ.ทบ.แล้วต้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นน้องอย่าง พล.อ.ณรงค์พันธ์ที่เป็น ผบ.ทบ. การทำงานคงลักลั่น-มีลูกเกรงใจ

การโยกบิ๊กเล็กออกจาก ทบ.เพื่อมาเป็นเลขาธิการ สมช. ก่อนเกษียณ และเป็นข้าราชการประจำระดับสูงเพียงไม่กี่ตำแหน่งที่ได้เข้าร่วมประชุม ครม.ทุกนัด จึงเป็นสูตรที่ลงตัว เพราะบิ๊กตู่ก็จะได้มีคนรู้ใจ-คนใกล้ชิดมาเป็นมือทำงานใน สมช. คอยดูแลเรื่องการข่าวให้กับนายกฯ

            ส่วนเต็งหนึ่งที่ถูกมองก่อนหน้านี้ว่าอาจจะได้เป็นเลขาธิการ สมช.อย่าง พล.อ.ณตฐพล บุญงาม อดีตเจ้ากรมข่าวทหาร ช่วยราชการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็คงต้องทำใจ ไปรอลุ้นต่อปีหน้า เพราะบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล เตรียมทหารรุ่น 20 เหลืออายุราชการถึงปี 2564 โดยแม้จะอกหักที่ไม่ได้เป็นเลขาฯ สมช. แต่ก็ยังไม่มีข่าวว่า พล.อ.ณตฐพลจะทำเรื่องขอกลับ ทบ.แต่อย่างใด

            ที่ผ่านมา ในยุครัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตั้งแต่ยุค คสช. ปี 2557 พบว่า มีการตั้งเลขาธิการ สมช.ไปแล้ว 4 คน ไม่นับรวม พล.อ.ณัฐพลคนล่าสุด โดยพบว่ามีพลเรือน-ลูกหม้อของ สมช.เพียงคนเดียวที่ได้เป็นเลขาธิการ สมช. คือ อนุสิษฐ คุณากร ในช่วงปี 2557-2558 และหลังจากนั้นเลขาธิการ สมช. คุมตึกแดง ล้วนเป็นบิ๊กทหารที่ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ โยกมาเป็นเลขาธิการ สมช.ทั้งสิ้น

            ที่ไล่เรียงรายชื่อตามลำดับได้ดังนี้ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม-พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ-พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา

            บทบาทของเลขาธิการ สมช.แต่ละคนก็จะแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แต่ละช่วง อย่างยุคปัจจุบันที่ ภัยคุกคามชาติ ที่เป็น ภัยคุกคามใหม่ ไม่ใช่ภัยจากการก่อการร้ายของกลุ่มก่อการร้ายขบวนการใหม่ๆ อะไรทั้งสิ้น แต่กลายเป็น  ภัยจากเชื้อโรค ไวรัสโควิด ที่เข้าจู่โจมประเทศไทยช่วงตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ที่แม้จะเริ่มดีขึ้น แต่สถานการณ์ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

            ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้บทบาทของเลขาธิการ สมช.ในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จึงแตกต่างจากเลขาฯ สมช.คนอื่นๆ ดูได้จากชื่อของ พล.อ.สมศักดิ์จะปรากฏผ่านสื่อมากในช่วงหลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเฉพาะเวลาจะมีการพิจารณาเรื่องการต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน-การยกเลิกการประกาศใช้เคอร์ฟิว ตัวของ พล.อ.สมศักดิ์จะต้องเป็นคนออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงเรื่องการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา

                น่าสนใจว่า สมช.ยุคบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล ในบทบาทฝ่ายบุ๋น-รับผิดชอบภารกิจด้านการข่าวความมั่นคงให้กับนายกฯ และรัฐบาล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะยามที่ม็อบการเมืองดูแล้วจะมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องอีกหลายนัด ไม่ใช่แค่ม็อบ 19 ก.ย.นี้แล้วจบแน่นอน.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'