ย้อนเรื่องฉาวทางเพศ ส.ส. ตักเตือนรอให้เงียบคงไม่พอ


เพิ่มเพื่อน    

 

      เรื่องฉาวทางเพศของผู้ทรงเกียรติ ตอกย้ำความเสื่อมเสียให้แก่ภาพนักการเมืองทั้งระบบ หลังช่วงเวลาสองทุ่มของวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา สื่อมวลชนหลากหลายแขนง  รายงานจากการประชุมสภา พิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 62 วาระที่ 2-3 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท    ปรากฏว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชายคนหนึ่งกำลังดูภาพโป๊ “ผู้หญิงเปลือย” ผ่านสมาร์ทโฟน โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม

            ภายหลังตรวจสอบพบคือ “นายรณเทพ อนุวัฒน์” ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี โดยเจ้าตัวเปิดเผยผ่านสำนักข่าวบีบีซีไทยว่า ภาพไม่เหมาะสมที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นภาพที่ได้รับจากข้อความที่บุคคลในภาพซึ่งเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ส่งมาหาทางโทรศัพท์มือถือ โดยก่อนที่จะปรากฏภาพดังกล่าวมีข้อความส่งมาก่อนว่ากำลังได้รับความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือ โดยนายรณเทพได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากับบุคคลในภาพประมาณ 4-5 ข้อความ

            "ตอนแรกเขาส่งมาขอความช่วยเหลือ ก็เลยถามเขาว่าเรื่องอะไร เขาก็บอกว่าเขามีปัญหา แล้วจู่ๆ ภาพนี้ก็เด้งขึ้นมา พอคุยไปๆ ถามเขาว่ามีวัตถุประสงค์อะไร พอได้รู้ว่าเขาต้องการมาขอตังค์ ผมก็เลยลบภาพทิ้งไปทั้งหมด"

            ส.ส.พรรคพลังประชารัฐบอกว่า การที่ช่างภาพเก็บภาพเขากำลังเพ่งมองภาพที่ไม่เหมาะสมอยู่นั้นเป็นเพราะ "กำลังดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวผู้หญิงในภาพว่าเขาถูกข่มเหง มีแก๊งบังคับให้เขาถ่ายภาพเหล่านี้ไหม" นายรณเทพกล่าว และยืนยันว่า ไม่รู้จักชื่อของบุคคลในภาพ บอกว่าได้ชี้แจงเรื่องนี้กับทางพรรคแล้ว และได้รับคำเตือนว่า "เรื่องอย่างนี้ต้องระมัดระวัง ผมก็บอกทางพรรคไปว่าผมไม่รู้วัตถุประสงค์ของเขา เพราะข้อความที่ส่งมาตอนแรกๆ ไม่ได้เป็นรูปนี้

            นี่คือคำชี้แจงของ ส.ส.นายรณเทพ ที่ล่าสุดถูกผู้ใหญ่ใน พปชร.ตำหนิเพราะสร้างความเสื่อมเสีย

            อย่างไรก็ตาม วีรกรรมเหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยเกิดเรื่องขึ้นในสภาสูง เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ปี 2556 ระหว่างการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ เพื่อดำเนินการถอดถอนนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมต.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที ออกจากตำแหน่ง

            ระหว่างการประชุม ช่างภาพภายในรัฐสภาได้บันทึกภาพสมาชิกวุฒิสภารายหนึ่งกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือ พร้อมดูภาพหญิงสาวเปลือย ซึ่งมีการขยายภาพเพื่อดูอวัยวะเพศในภาพอย่างชัดเจน ภายหลัง ส.ว.รายนั้นก็ได้ยอมรับว่าได้เปิดดูภาพจากไอโฟนจริง แต่ได้แถว่าเป็นการดูรูปหลานเท่านั้น ท่ามความกังขาของสังคม

            จากนั้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 ก็ยังเกิดเรื่องอีก แต่ไม่ใช่ในระหว่างการประชุมสภา เป็นในไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจนเป็นที่ฮือฮา หลังมีการส่งคลิปสยิวผ่านบัญชีผู้ใช้งานเป็นชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี และลบสมาชิกออกจากกลุ่มทั้งหมด

            โดยครั้งนั้น น.ส.ปารีณาได้ชี้แจงว่าไม่ได้ลบ ส.ส.ออกจากกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายคนโทรศัพท์บอกว่าเธอส่งรูปโป๊เข้าไปในกลุ่มหลายกลุ่ม กลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่ม ส.ส. ซึ่งเธอสงสัย จึงได้ถามเพื่อนว่ารูปโป๊อะไร และขอยืนยันว่าเธอไม่ได้ส่งคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด

            นอกจากเรื่องภาพโป๊ยังมีเรื่องคุกคามทางเพศ กล่าวคือ ช่วงกลางปี 2562 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพฤติกรรมของข้าราชการประจำระดับสูงของสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง โดยพบว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศข้าราชการหญิง ซึ่งทำให้ข้าราชการหญิงเสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียง เพราะข้าราชการคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว อีกทั้งยังพบว่าข้าราชการระดับสูงคนนี้มีการนัดแนะข้าราชการหญิงคนอื่นๆ ตามมุมตึกเพื่อวนรถมารับออกไปด้วย

            ครั้งนั้น นายวัชระได้นำหลักฐานเป็นแช้ตของข้าราชการระดับสูงที่อ้างถึง โดยมีข้อความเป็นการนัดแนะเวลานัดพบ รวมถึงมีการส่งภาพและข้อความที่เข้าข่ายคุกคามทางเพศไปยังข้าราชการหญิงด้วย ซึ่งขณะนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่บัดนี้เรื่องได้หายเข้ากลีบเมฆและยังไม่มีบทสรุปตอนจบออกมา

            พฤติกรรมของ ส.ส.เหล่านี้ แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็ได้สร้างความเสียหายแก่ภาพรวมฝ่ายนิติบัญญัติแห่งนี้ไปแล้ว เปรียบดัง “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งเข่ง” จึงเป็นเรื่องท้าทายที่ “เจ้าหลักการ” อย่างนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะต้องฟื้นฟูภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะแค่ตักเตือนและรอให้เรื่องเงียบหายไปเองตามมาตรฐานเดิมๆ คงจะไม่เพียงพอ.

  

 

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก