ขออนุญาตช่วย 'ฮิ้วว์ว์ว์' อีกคน


เพิ่มเพื่อน    

                คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...สำหรับบรรดาสาธุชนผู้ใฝ่ธรรมทั้งหลาย เพียงแค่ได้ยินท่าน ประธาน ป.ป.ช. ผู้พะยี่ห้อ แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน เอาไว้เป็นเทรดมาร์ค ท่านแจกแจงรายละเอียดของกระบวนการ ชี้มูลความผิด บรรดา พระผู้ต้องหา หรือถูกกล่าวหาว่า อมเงินวัด ไม่ว่ารายไหน รายนั้น...ออกอาการ กอดเสา-เข่าทรุด ไปเป็นแถบๆ...

                                ------------------------------------------------

                คืออะไรมันเอิงเอย ชะเอิงเอย เต็มไปด้วยนาฏลีลา ปานประดุจพระเอกดีเกร์ กำลังเยื้องย่าง กรีดกราย ไปได้ถึงปานนั้น เมื่อถึงบทสรุปว่า หลักฐานยังไม่พอ ก็ต้องยืดเวลาตรวจสอบรวบรวมหลักฐานไปอีก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ถ้าหาก 6 เดือนยังรวบรวมอะไรไม่ได้ ก็ต้องต่อไปอีก 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ หาก 9 เดือนยังไม่เสร็จ ก็ค่อยมาประชุมหารือต่อเวลาพิจารณารวบรวมหลักฐานไปอีก 3 เดือน ครบ 12 เดือน หรือ 1 ปี ถ้ายังไม่ได้เรื่อง ก็หันไปมอบหมายให้ คณะกรรมการลงไปดำเนินการ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ลงไปทำอะไร ไปย่างเยื้องชำเลืองเดิน ชมกวาง ชมป่า ชมแหวนแม่-นาฬิกาเพื่อนหรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้

                                  -------------------------------------------------

                คือเผลอๆ...อาจต้องรอไปจนกว่า น้ำท่วมหลังเป็ด นั่นแหละทั่น ถึงพอสรุปได้ว่าจะ ชี้มูลความผิด ต่อบรรดา พระผู้ต้องหา กันในแบบไหน ประการใด และในเมื่อตราบใดที่ ป.ป.ช. หรือฝ่าย อาณาจักร ยังไม่คิดตัดสินใจชี้มูลความผิดต่อบรรดาพระๆ ทั้งหลาย ฝ่าย ศาสนจักร ท่านก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย หรือคงต้องปล่อยให้ผู้ที่ยังถือว่า บริสุทธิ์ (???) ดำรงสถานะเป็น รัฐมนตรีสงฆ์ หรือเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม จนกว่าจะมรณภาพไปในข้างใด ข้างหนึ่ง นั่นแล...

                                   -------------------------------------------------

                ถ้าว่ากันในทางโลกย์...คงต้องใช้คำว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า-คือความอยุติธรรมชนิดหนึ่ง แต่สำหรับในทางพระ ทางธรรม จะมีคำประเภทนี้สอดแทรกอยู่ด้วยหรือไม่ อย่างไร ก็ยากซ์ซ์ซ์ที่ปุถุชนคนธรรมดาจะเข้าใจได้ แต่การ ปฏิรูปพระ หรือ ปฏิรูปศาสนา ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่เอามากๆ เผลอๆ อาจใหญ่ซะยิ่งกว่า ปฏิรูปตำรวจ ด้วยซ้ำ เพราะเป็นสิ่งที่อดีตพระมหากษัตริย์หลายต่อหลายยุค หลายต่อหลายสมัย ท่านถือเป็น วาระแห่งชาติ เอาเลยก็ยังมี ไม่งั้นล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ท่านคงไม่ปรารภเอาไว้ในพระราชนิพนธ์ ระหว่างที่กำลังกอบกู้ ฟื้นฟู ราชอาณาจักรสยามให้กลับคืนขึ้นมาใหม่ ถึงขั้นว่า ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระศาสนา ไว้อย่างหนักแน่นและชัดเจน...

                                  -------------------------------------------------

                และในเมื่อเป็นเรื่อง ใหญ่ ระดับนี้...บรรดาสาธุชนอย่างเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย คงจะปล่อยให้ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ท่านรู้สึก โฮม อโลน ไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างน้อย...ก็คงต้องส่งกำลังใจ ส่งความรู้สึก ที่ถูกถักทอบูรณาการมาจากสายใยแห่ง ความเป็นไทย อันมี ชาติ-ศาสนา-และพระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง เพื่อที่จะให้ความเป็นไทยนั้นๆ ดำเนินควบคู่ไปกับ ความเป็นธรรม อย่างเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน จะปล่อยให้ความล่าช้า กลายเป็นตัวแปลงสภาพ “ธรรมะ” ให้ต้องกลายเป็น อธรรม ไม่ได้โดยเด็ดขาด เผลอๆ อาจต้องช่วยออกเรี่ยว ออกแรง หนักซะยิ่งกว่าเรื่อง ป่าแหว่ง เอาเลยด้วยซ้ำ เพื่อให้ ความเป็นไทย กับ ความเป็นธรรม ผูกโยงกันเป็น สมาศัย อย่างชนิดมิอาจแยกออกจากกันได้เลย...

                               ----------------------------------------------------------

                พราะเมื่อไหร่ที่ ศาสนจักร นั้น...มั่นคง แข็งแรง ไม่ว่า อาณาจักร จะแปรรูป แปรร่าง เปลี่ยนไปอยู่ในมือผู้ใด นักการเมือง หรือทหาร หรืออดีตทหารก็แล้วแต่ ก็คงพลอยได้มั่นคง แข็งแรง ตามไปด้วย หรือทำให้ ความเป็นธรรม และ ความเป็นไทย สามารถเดินเคียงคู่กันไปได้โดยตลอด ส่วนจะต้องออกเรี่ยว ออกแรง กันในแบบไหน แนวไหน อันนั้น...คงต้องอาศัย สติ และ ปัญญา พิจารณากันไปในแต่ละช่วง แต่ละระยะ และด้วย สติ ปัญญา ในการหยิบเอาเรื่องราวเหล่านี้มาพิจารณาให้จริงๆ จังๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป อาจมีส่วนช่วยให้เราสามารถ เข้าถึง-เข้าใจ เรื่องอื่นๆ เหตุการณ์อื่นๆ ได้อีกเยอะแยะมากมาย เผลอๆ อาจมองเห็นทิศทางความเป็นไปของประเทศไทย ในแบบที่ ควรจะเป็น เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                               -----------------------------------------------------------

                อย่างที่ ป๋าเปลว สีเงิน ท่านได้ จุดพลุ ออกแรงกระตุ้นเอาไว้วันวานนั่นแหละว่า...“เราจะปล่อยให้ พ.ต.ท.พงศ์พร สรงน้ำพระ-ชำระพระศาสน์ คนเดียวอย่างนี้ เห็นจะไม่ได้ การขัดลอกคราบขี้ตะไคร่วัด เป็นงานบุญก็จริง แต่ก็ต้องช่วยกัน ปล่อยให้ทำคนเดียว ถึงได้...แต่กับงานใหญ่อาจหมดแรงเสียก่อน ฉะนั้นถึงเราไม่ทำอะไรเลย เมื่อต้นเสียง...โห่...อย่างน้อยเราก็ควรช่วยประสานเสียง...ฮิ้วววว...รับ” ไม่ก็เอาให้ถึงระดับ บุพเพสันนิวาส กันไปเลยก็ยังได้ ดีกว่านั่งด่ากันไป-กันมาระหว่างนักการเมืองกับทหาร หรือนักการเมืองกับทหารการเมือง ว่าใครดูด-ไม่ดูด อะไรประมาณนั้น อันนั้น...นอกจากไม่ได้ บุญ ติดมือ-ติดไม้เอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ...ยังหนักไปทาง บาป ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล...

                             ----------------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Radhakrishnan... Injustice thrives on the indifference of the people.- ความไม่ยุติธรรม เจริญงอกงามเพราะความไม่นำพาของปวงชน...”

                               -----------------------------------------------------------                                                   


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'