รับมืออากาศร้อนปรี๊ด แนะทำกิจกรรมช่วงแดดอ่อน


เพิ่มเพื่อน    


    “หน้าร้อน” เป็นช่วงที่สามารถกระตุ้นการเกิดโรคได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรคลมแดด หรืออาการหน้ามืดเป็นลม กระทั่งทำให้หัวใจวายเฉียบพลันจากการที่ผู้สูงอายุออกกำลังกายเบาๆ อย่างการปั่นจักรยานอย่างหักโหม ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งแตะหลัก 40 องศาในบางจังหวัดอยู่ตอนนี้ นับเป็นตัวกระตุ้นการเสียชีวิตได้นั่นเอง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้กับคุณตาคุณยายในช่วงอากาศร้อนจัด นพ.อุทัย จินดาพล ประธานสาขาสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย มีคำเตือนผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ และการออกกำลังกาย เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพไว้น่าสนใจ

(นพ.อุทัย จินดาพล)

    นพ.อุทัยแนะนำว่า “หน้าร้อนก็เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ผู้สูงวัยควรเอาใจในการเช็กสุขภาพ และต้องระวังให้มากๆ อย่าหักโหมทำงานกลางแจ้งมากเกินไป เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น นั่นจึงทำให้ภูมิต้านทานในการรับมือกับแสงแดดได้น้อยลง เห็นได้จากผู้สูงอายุชาว จ.พังงา ที่ปั่นจักรยานออกกำลังอย่างหักโหมในช่วงอากาศร้อนจัดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ทำให้เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายฉับพลัน ดังนั้นหมอแนะนำว่า “ผู้สูงอายุที่ทำงานกลางแจ้ง” อย่าง ทำไร่, ทำนา, ทำสวนยาง, ปลูกผักกลางแจ้ง กระทั่งอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง เพราะแม้แต่การแช่อยู่ในน้ำช่วงอากาศร้อนจัดก็ทำให้หัวใจวายได้ ยกตัวอย่างนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำในช่วงแดดร้อนจัดยังเป็นลมหน้ามืด อีกทั้งเสียชีวิตได้ ตรงนี้ก็อยากให้ผู้สูงอายุเพิ่มความระมัดระวังด้วย

(ผู้สูงอายุที่ต้องทำงานกลางแสงแดดจ้าควรหาเครื่องปกคลุมร่างกาย อย่างหมวกและเสื้อผ้าที่มิดชิด และต้องหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันการเป็นลมหน้ามืด)

เป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำงานในช่วงสาย หรือตั้งแต่ 10.00-15.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงแดดจัด หรือหากคนชราบางรายต้องประกอบอาชีพ ก็ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด หมวกปีกกว้าง เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ที่สำคัญต้องหมั่นจิบน้ำตลอดเวลา อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ และควรดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำหวาน เพราะอาจทำให้เพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดมากเกินไป หรือหากขณะทำงานรู้สึกเหงื่อออกมาก และเริ่มเกิดภาวะหน้ามืดจะเป็นลม ก็ให้รีบพาตัวเองเข้ามาพักในร่ม อีกทั้งต้องเป็นสถานที่ที่ห่างจากแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดและจมน้ำเสียชีวิต โดยเฉพาะอาชีพอย่างการปลูกผักแบบยกร่อง ที่บริเวณแปลงผักจะมีคูหรือคลองน้ำขนาบพื้นที่ กระทั่งการเลี้ยงปลาในน้ำที่ผู้สูงอายุต้องไปให้อาหาร หรือตักปลาขึ้นมาขาย ดังนั้นช่วงหน้าร้อนก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังตัว หากผู้สูงอายุท่านนั่นป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่เดิมแล้ว หรือควรพาลูกหลานไปด้วย

(ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคหัวใจและต้องรดน้ำผักกลางแสงแดดจ้าควรระมัดระวัง หรือควรพาลูกหลานไปด้วย หรือพกอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร เพื่อป้องกันการเป็นลมและจมน้ำเสียชีวิต)

ส่วน “ผู้สูงอายุที่ชอบออกกำลังกาย” อันที่จริงก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หลักของการเคลื่อนไหวร่างกายช่วงหน้าร้อนต้องไม่หักโหมและเลี่ยงแดดจัด จึงแนะนำให้ออกกำลังทุกชนิดในช่วงเช้าตรู่ หรือตอนเย็นที่มีแดดร่มลมตก วันละ 30 นาทีก็เพียงพอแล้ว เพราะกีฬาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน, การว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดินช้าๆ ในช่วงที่บ้านเรามีอุณหภูมิสูง ก็สามารถทำให้เป็นลมหน้ามืดได้เช่นกัน วิธีเซฟตี้ชีวิตที่ดีที่สุดต้องไม่หักโหม ที่สำคัญต้องรู้จักประเมินร่างกาย อีกทั้งต้องไม่ฝืนหากว่าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ เช่น เกิดภาวะใจสั่น, เหงื่อเริ่มออกเยอะ, แขน-ขาเริ่มอ่อนแรง หรือเริ่มหายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง ก็ควรรีบพาตัวเองเพื่อเข้าสู่การได้รับการช่วยเหลือ หรือส่งสัญญาณเตือนให้ลูกหลานได้รู้ ไม่ว่าจะเป็นตะโกนเรียก หรือการใช้โทรศัพท์มือถือโทร.บอกอาการ ให้หน่วยงานฉุกเฉิน หรือบุตรหลานได้รับทราบโดยเร็ว

(การทำสวนโดยเลือกช่วงเวลาแดดอ่อนๆ สามารถทำให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกาย และช่วยป้องกันอาการเป็นลมหมดสติในช่วงอุณหภูมิพุ่งสูงได้)

นอกจากนี้ “การปรับอารมณ์ให้เย็นในช่วงอากาศร้อน” นับเป็นสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยต้องทำครับ เพราะเมื่อไรก็ตามที่ผู้สูงอายุเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดหรือไม่สบายใจ ตลอดจนกำลังโกรธผู้อื่นในช่วงหน้าร้อน ก็แนะนำว่าให้ปรับโหมดอารมณ์อย่างการ “เสริมพลังชีวิตด้วยการคิดบวก” เพราะวิธีนี้จะทำให้ไม่เครียด อีกทั้งทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอยู่ในช่วงอากาศร้อนได้โดยไม่ทำร้ายสุขภาพ หรือไม่ทำให้ป่วยโรคทางจิตประสาท เช่น หากเริ่มรู้สึกว่ากำลังโกรธให้หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นให้นับ 1-5 ทำเช่นนี้จนกว่าอารมณ์บูดบึ้งจะเริ่มดีขึ้น นอกจากนี้ก็ให้หมั่นออกกำลังที่เหมาะกับสุขภาพอย่างที่เรียนไว้ข้างต้น อีกทั้งต้องเลือกช่วงเวลาที่แดดไม่ร้อนจัด และก่อนออกกำลังกายก็ควรวอร์มอัพร่างกายอย่างง่ายๆ ด้วยการหมุนหัวไหล่เบาๆ 10 ครั้ง หรือการโน้มตัวเอียงสลับกันที่ละข้างอย่างช้าๆ เป็นจำนวน 10 ครั้ง เป็นต้น.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.