คนละหมัด! ตร.ปลดรูป 'วิระชัย' พ้นทำเนียบผู้บังคับบัญชา หลัง 'บิ๊กต้อย' ฟ้อง 8 กรรมการสอบคลิปเสียงหลุด


เพิ่มเพื่อน    

21 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า ป้ายทำเนียบผู้บังคับบัญชาในระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ที่ติดอยู่บริเวณหน้าห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีการนำภาพของ "บิ๊กต้อย" พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. ออกจากทำเนียบ

ทั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การปลดรูปพล.ต.อ.วิระชัย ออกจากทำเนียบ รองผบ.ตร.ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมีสาเหตุจากการถูกย้ายไปอยู่ตำแหน่ง สำรองราชการ ตร. แล้ว กระนั้นภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าเหมือนเป็นการเอาคืนพล.ต.อ.วิระชัยด้วยเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย เพิ่งไปยื่นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู, พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คนเป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.144/2563 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,157

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง 8 เป็นเจ้าพนักงาน และมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์

จำเลยทั้ง 8 ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันจัดทำรายงานพร้อมสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ โดยได้กล่าวหาว่า การกระทำของโจทก์ดังกล่าวมีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยอำเภอใจมิได้พิจารณาโดยใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงธรรมถูกต้องเหมาะสมการรายงานผลดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ถูกกล่าวหาทางคดีอาญา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และถูกสำรองราชการให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขาดคุณสมบัติในการได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจ

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก