'ซินแสเข่ง'ชี้ปัก'หมุดเพนกวิน'ทำพิธีใช้ฤกษ์ยามตกดวงมรณะดิถีกาลกิณีปะทะเป็นอัปมงคลแผ่นดินย้อนเข้าตัว


เพิ่มเพื่อน    

22 ก.ย.63-นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือซินแสเข่ง หมอดูเข็มทิศทองคำและผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้วิเคราะห์ดวงเหตุกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ทำพิธีปักหมุดคณะราษฎร2653 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.63 รวมทั้งมีการประกอบพิธีกรรมสาปแช่งที่ท้องสนามหลวงนั้น เสี่ยงต่อการทำให้แผ่นดินวิบัติ เกิดความหายนะตกกับประชาชนเนื่องจากการทำพิธีใช้ฤกษ์ยามตกดวงมรณะดิถีกาลกิณีปะทะเป็นอัปมงคลแผ่นดินในสถานโบราณที่เป็นการลบหลู่บรรพบุรุษของแผ่นดิน

ซินแสเข่งระบุว่า การถือฤกษ์ยามพิธีเป็นสิ่งสำคัญ แต่ฤกษ์ยามที่เป็นอัปมงคลทั้งดิถีเวลายามในการประกอบพิธีปักหมุดตกดวงมรณะจะทำให้เกิดเหตุอาเพศให้กับบ้านเมือง รวมทั้งผู้ดำเนินพิธีกรรมกระทำการที่ไม่ถูกต้องตามประเพณีถือว่าลบหลู่ เพราะการประกอบพิธีต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ในศาสตร์และขั้นตอน มีการขอขมาเจ้าที่เจ้าทางที่เฝ้าดูแลโบราณสถานสนามหลวง       ผู้เป็นเจ้าพิธีต้องเป็นพราหมณ์ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพราหมณ์หลวงหรือพราหมณ์ผู้มีบารมีในการประกอบพิธีในโบราณสถาน ตลอดจนเครื่องเซ่นไหว้ที่ถูกต้องในการประกอบพิธี มิฉะนั้นถือว่าเป็นการหมิ่นต่อสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ผู้ทำพิธี และผู้ร่วมพิธีมีอันเป็นไป

"ถ้าใช้ฤกษ์ยามผิดก็เหมือนกินยาพิษเข้าไปไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่แทนที่จะสาปแช่งให้คนอื่นตายกลับตัวเองต้องมีอันเป็นไปตายก่อนคนอื่นที่ถูกสาปแช่ง การทำพิธีที่ไม่ถูกต้องใช้ฤกษ์ยามไม่ดี มันจะมีผลเข้าผู้ทำพิธีมากกว่าคนที่จะมีอันเป็นไป รวมทั้งทำในเทวสถานหรือโบราณสถานของแผ่นดิน ประชาชนในแผ่นดินจะรับกรรมที่เขากระทำกันอย่างไม่ถูกต้องในพิธี" 

นายชนม์ทรรศน์ เผยว่าการชุมนุมประท้วง ถ้าหากชุมนุมกันอย่างปกติก็ไม่มีผลต่อเหตุที่จะเกิดขึ้น แต่หากใช้เป็นพิธีกรรมในการประกอบพิธีอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องให้รอบคอบทั้งคนเป็นเจ้าภาพ คนร่วมพิธีและประชาชนคนทั้งแผ่นดินที่จะต้องรับผล.


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?