อืด!สอบสวนแก๊งเป่าคดีบอส


เพิ่มเพื่อน    



    ประธานคณะกรรมการอัยการรอ ป.ป.ท.ส่งสำนวนสอบคดีบอสชุด “วิชา” ฉบับเต็ม 6 พันหน้า เผยก่อนประชุม ก.อ. 10 ตุลา.ต้องรู้ว่าใครเกี่ยวข้องและต้องสอบสวนใครบ้าง ขณะที่ นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานต้องไม่ล่าช้า ประสานอินเตอร์โพลเร่งส่งตัว "วรยุทธ" กลับมาดำเนินคดี
    นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายหลังเป็นประธานการประชุม ก.อ. ครั้งที่ 10/2563 ถึงความคืบหน้าภายหลังรับสำนวนการสอบสวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส จากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดนายวิชา มหาคุณ ที่มาจากเลขาธิการ ป.ป.ท. ว่าเนื่องจากครั้งที่แล้วสำนวนที่ได้มาจากเลขาฯ ป.ป.ท. ปรากฏว่าเป็นสำนวนฉบับย่อ จึงได้ทำหนังสือไปถึงเลขาฯ ป.ป.ท. เพื่อขอฉบับเต็ม ในวันนี้ช่วงเช้าได้รับแจ้งจากเลขาฯ ป.ป.ท. ว่าเอกสารสำนวนฉบับเต็มพร้อมคลิปเสียงได้มีการรวบรวมไว้หมดแล้ว แต่จะต้องเข้าคณะกรรมการในส่วนของ ป.ป.ท.อีกครั้งหนึ่ง แล้วท่านจะนำมาส่งถึงตนด้วยตัวเองเร็วๆ นี้ เพราะการจะไปสอบบุคคลใดที่เกี่ยวข้องหรือเน้นสอบเฉพาะบางคนนั้นไม่ถูกต้อง เราต้องได้เอกสารแล้วสอบทีเดียว  
    นายอรรถพลกล่าวว่า เมื่อได้เอกสารเต็มมาแล้ว ตนในฐานะประธาน ก.อ. จะพิจารณาก่อนว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้นายกฯ กำชับว่าเอกสารต้องส่งกับประธาน ก.อ.เพียงคนเดียว ตนจึงต้องดูในเบื้องต้นว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะมีการประชุม ก.อ. ในครั้งหน้าวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะแจ้งไปยังเลขาฯ ก.อ.ขณะนั้น เพื่อที่จะนำเสนอเข้าที่ประชุม ก.อ.ได้ทันวันที่ 10 ต.ค.นี้หรือไม่  
    ส่วนประเด็นเรื่องคลิปเสียงอัยการและจะต้องสอบใครบ้างนั้น นายอรรถพลกล่าวว่า ตนทราบจากสื่อ เราจะต้องดูเอกสารสำนวนฉบับเต็มกว่า 6,000 หน้า และคลิปเสียง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้รับ การจะตั้งสอบใครนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งมีทั้งหลักเกณฑ์การสอบอัยการทั่วไป และหลักเกณฑ์การสอบในระดับรองอัยการสูงสุด จะเป็นไปตามที่เพิ่งประกาศราชกิจจานุเบกษาไปเร็วๆ นี้ อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณาเริ่มแรก แต่ต้องเสนอเข้า ก.อ.ในการตั้ง ถ้ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ในการที่ระบุให้สอบในอนาคตต่อไป ก็จะต้องพิจารณาดูว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้มีการออกประกาศราชกิจจาฯ แล้วหรือไม่  
    ผู้สื่อข่าวถามถึงอัยการสูงสุดที่ผ่านมาได้ดำเนินการอะไรหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า อัยการสูงสุดได้เคยตั้งคณะทำงานก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ปรากฏข่าวว่าคณะทำงานลาออก อัยการสูงสุดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ   
    เมื่อถามถึงการดำเนินการหลังได้รับสำนวนฉบับเต็มแล้ว นายอรรถพลกล่าวว่า หากได้รายงานจากชุดนายวิชาแล้ว จะดูว่ามีใครเกี่ยวข้อง ตนคิดว่าความรู้ความสามารถของตนเองหากได้อ่านแล้วจะเข้าใจ ประธาน ก.อ. แม้ไม่ได้สอบเอง แต่รู้ว่าควรสอบใคร หากสอบแล้วจะเป็นไปตามที่เราได้ข้อมูลหรือไม่นั้น ก็ต้องว่ากัน คล้ายกับการพิจารณาชั้นศาล  
    ส่วนหนังสือลาออกของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีผลหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผล วันนี้นายเนตรยังมาประชุม ก.อ.ตามปกติ หนังสือลาออกสามารถยับยั้งได้ 3 เดือน ยังไม่ได้ตั้งสอบอะไรเลย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าจะตั้งสอบได้ทันก่อนครบกำหนด 3 เดือน  
    ประธานคณะกรรมการอัยการกล่าวอีกว่า จากที่นายกฯ ได้กำชับให้ส่งมายังมือตน ตนในฐานะคนรับมอบต้องลงทุนอ่านสำนวนเองกว่า 6,000 หน้า ตนอ่านได้เร็ว ไม่เกินสัปดาห์น่าจะจบ จึงคาดว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ก.อ.ได้เร็ว ยืนยันว่าความเห็นส่วนตัวถ้ามีใครเกี่ยวข้องต้องสอบให้หมด เพื่อให้แสดงความบริสุทธิ์ของตัวเองด้วย  
    “ผมได้มีโอกาสพบท่านนายกรัฐมนตรีตอนวันประชุม วปอ. ซึ่งผมเป็นกรรมการสภา วปอ. และท่านนายกฯ เป็นประธาน ท่านก็อยากให้สอบให้ละเอียด มีการคุยในประเด็นนี้ด้วย ดังนั้นก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมต้องขยันขึ้น และจะรีบอ่านโดยเร็วที่สุด” นายอรรถพลกล่าว 
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีขีดเส้น 1 สัปดาห์ให้ตำรวจประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ได้เปิดเผยความคืบหน้าไปแล้วว่าคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการในส่วนใด เมื่อตำรวจไทยได้มีการประสานไปยังตำรวจสากลเพื่อออกใบแดงแล้วก็ต้องติดตามดูว่าจะสามารถติดตามตัวบุคคลผู้นั้นซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้หรือไม่ ถ้าพบก็จะต้องดำเนินการขอให้มีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับมายังประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางคดีต่อไป 
    “ผมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มอบหมายให้เกิดการบูรณาการ ต้องไปดำเนินการในทุกขั้นตอน โดยทุกอย่างจะต้องไม่ล่าช้า เพราะมีหลายส่วนที่ต้องดำเนินการ ก็ขอให้ติดตามความก้าวหน้าจากคณะทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งติดตามอยู่ในขณะนี้" นายกฯ ระบุ.  


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ