ผู้เสียหายแจ้งจับที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ตุ๋นลงทุนสกุลเงินดิจิทัล 100 ล้านบาท


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.ย.63 -นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ได้พานายสุเมธ จันสุตะ อายุ 53 ปี และ น.ส.กีรตยา กำลังมาก อายุ 46 ปี สองผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ให้สอบสวนดำเนินคดีกับนายศตพล จันทร์ณรงค์ นายกสมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว (ETA) และเป็นเจ้าของ บริษัท บี.ซี. แวร์เฮาส์ จำกัด โดยระบุว่าถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในการซื้อเหรียญสกุลดิจิทัล ที่ใช้ชื่อ อีทีเอ คอยน์ โดยมีนายศตพล เป็นผู้บริหารระดับสูง และผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้คิดดำเนินการออกเหรียญ อีทีเอ คอยน์ ในฐานฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายนับร้อยคนมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

นายสุเมธ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 คณะผู้บริหารของสมาคมดังกล่าว ได้ดำเนินการออกเหรียญสกุลเงินดิจิทัล ชื่อสกุล "อีทีเอ คอยน์" และได้ชักชวนให้นักลงทุน นักธุรกิจ ข้าราชการ และคนจากหลากหลายวงการ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาร่วมลงทุนเงินดิจิทัล สัญชาติไทยที่ตั้งขึ้นมา โดยอ้างว่าสามารถนำไปใช้จ่ายได้ในประเทศไทยเหมือนเงินทั่วไป และในอนาคตจะโกอินเตอร์ สามารถซื้อขายในตลาดเงินดิจิทัลในเวทีโลกได้ และสามารถทำกำไรได้ในอนาคต

ขณะนั้นนายกสมาคมคนดังกล่าวมีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเคยจัดทำโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ จนมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ตนและผู้เสียหายรายอื่น ๆ อีกกว่า 100 ราย หลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนรวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท ก่อนที่จะมาทราบว่าเงินดิจิตอลสกุลดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้จ่ายได้หรือนำไปใช้ประโยชน์ใดๆได้ ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นการหลอกลวง จึงรวมตัวกันมาแจ้งความในวันนี้ ขณะที่ในส่วนของนายศตพลเองนั้น ทราบว่าขณะนี้ได้ถูกปลดออกจากการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปแล้ว เนื่องจากที่การนำตำแหน่งไปแอบอ้างหลอกลวง

ด้านนายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ตามที่ตนได้ดูในรายละเอียดแล้วพบว่าเหรียญสกุลดังกล่าวไม่มีอยู่จริงและนำไปทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้ ตามที่ตกลงสัญญากันไว้ และมีผู้เสียหายหลายคนติดต่อขอขายคืนก็ไม่ได้  โดยที่ทางสมาคมการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อธุรกิจท่องเที่ยว ( ETA) ก็เป็นสมาคมที่นายศตพล เป็นนายกและก็เป็นกรรมการบริษัทอีกบริษัทหนึ่งเพื่อโอนเหรียญเข้ามา แต่เวลาโอนกลับให้ผู้เสียหายโอนเงินให้กับนายศตพล เท่ากับว่านายกและบริษัทและเงินเหรียญสกุลดังกล่าวมีนายศตพล เป็นคนคุมอยู่ ผลประโยชน์ทั้งหมดโอนเข้าที่นายศตพล พอผู้เสียหายทวงถามแต่กลับได้รับคำตอบว่าให้ไปซื้อขายกันเองในกระดานซื้อขายระหว่างประเทศ หรือว่าเอาไปขายต่อให้คนอื่น

"หลังจากที่ตนรับเรื่องมามีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ประมาณ 10 กว่าคน มูลค่าความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายรายอื่น ๆ อีกหลายสิบคน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงประชาชน เพราะมีการโฆษณาออกสื่อมีเว็บไซต์หลอกให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมลงทุนทำให้เกิดความเสียหาย"

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมหลักฐานและติดตามผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?