คุกมีไว้ขังคนโกง


เพิ่มเพื่อน    

 

     ตามคาด...

                ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก "วัฒนา เมืองสุข" ๙๙ ปี คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร

                จำคุกจริง ๕๐ ปี เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย ลงโทษสูงสุดได้แค่นั้น

                 "อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง" จำเลยคดีนี้อีกคน จำคุก ๔ ปี แต่ "พี่กี้" หนีไปแล้ว

                และตามเคย ฝ่ายกองหนุนระบอบทักษิณ ด่าศาลสารพัด โยงมั่วว่าเป็นเพราะรัฐบาลเผด็จการเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

                ฉะนั้น ลองไปดูสิ่งที่เขาพูดกันในศาลสักหน่อยเป็นไร

                ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ วันสืบพยานโจทก์

                น.ส.ประเทือง ภิรมย์นก อดีตพนักงานฝ่ายการเงิน บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด เบิกความว่า

                "มีหน้าที่ทำเอกสารสั่งจ่ายเช็คตามคำสั่งของหัวหน้าฝ่ายการเงิน ซึ่งได้รับคำสั่งมาจากผู้บริหารอีกต่อหนึ่ง โดยบริษัทมีผู้ถือหุ้นเป็นชาวมาเลเซีย ๓ คน และคนไทย ๑ คน ซึ่งผู้อนุมัติเช็คเป็นชาวมาเลเซีย

                ส่วนเงินที่สั่งจ่ายถูกบันทึกว่าเป็นค่าที่ปรึกษา ซึ่งได้สั่งจ่ายเช็ครวมทั้งหมด ๖๐ ล้านบาท แต่แยกจ่ายเช็คหลายใบ สั่งจ่ายแต่ละครั้ง ๑-๒ ล้านบาท และการจ่ายจะระบุเป็นเงินสด โดยไม่ได้ระบุเป็นชื่อผู้รับเช็ค

                น.ส.วิชชุดา รักจันทร์ อดีตหัวหน้าฝ่ายการเงินบริษัท

                "มีหน้าที่รับผิดชอบการเบิกจ่ายเงินของบริษัท โดยระหว่างที่บริษัทเป็นคู่สัญญาในโครงการบ้านเอื้ออาทร ผู้บริหารได้สั่งให้จัดทำเช็ค ๑๑ ฉบับ จำนวน ๑๘ ล้านบาท และเช็ค ๓๔ ฉบับ จำนวน ๖๓ ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ จึงได้สั่งการต่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดทำเช็คดังกล่าว

                ต่อมาทราบจากผู้บริหารอีกคนของบริษัทว่าเป็นการสั่งจ่ายให้นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พม.ในขณะนั้น ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวถูกบันทึกในบัญชีไว้เป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม เพื่อหักออกจากรายได้ของบริษัท เพราะรายจ่ายนี้ไม่มีใบเสร็จ แต่ในเอกสารรายงานระบุเป็นค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา

                อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าเช็คดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีใคร เพราะเมื่อนำเช็คส่งให้ผู้บริหารที่สั่งให้ทำเช็คก็ไม่ได้สอบถาม"

                น.ส.รุ่งทิพย์ จารุทรรศนกุล เจ้าของที่ดินในโครงการบ้านเอื้ออาทร เบิกความสรุปว่า

                "น้องชายแจ้งว่าจะหาคนมาซื้อที่ดิน ซึ่งน้องชายเป็นเพื่อนกับน้องชายของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง น้องชายบอกว่านายอริสมันต์จะช่วยให้ขายที่ดินได้

                ต่อมานายอริสมันต์ได้มาติดต่อเสนอจะนำที่ดินของดิฉันให้การเคหะฯ พิจารณาทำโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยแนะนำให้บริษัทของนางชดช้อยเป็นผู้ซื้อที่ดิน และให้น้องชายดิฉันเป็นกลุ่มนายหน้า ดิฉันจึงเสนอขายที่ดินไร่ละ ๒.๕ ล้านบาท มีการทำสัญญาซื้อขายกับบริษัทของนางชดช้อยพร้อมวางเงินมัดจำ ๑ ล้านบาท

                การเจรจาซื้อขายมีครั้งหนึ่งนายอริสมันต์แจ้งว่าต้องมีค่าดำเนินการให้ผู้ใหญ่ ๔๐ ล้านบาท และ ๗.๖ ล้าน เป็นค่านายหน้า

                กระทั่งโครงการได้รับอนุมัติเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๔๙ นางชดช้อยให้ดิฉันเสนอราคาไปที่การเคหะฯ ไร่ละ ๓ ล้านบาท เพราะต้องใช้ดินถมที่จำนวนมาก แต่ดิฉันไม่มีประสบการณ์ติดต่อกับหน่วยงานราชการ

                ดังนั้น เงินค่านายหน้า ค่าถมที่ดิน และค่าดำเนินการที่ได้มอบให้นางชดช้อยดำเนินการ ซึ่งตนไม่เห็นตัวเลขที่แท้จริงของเงินที่จ่ายไป ไม่ทราบว่านางชดช้อยจ่ายให้ใครบ้าง และไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ของการเคหะเป็นใคร

                ดิฉันไม่รู้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเสนอราคาให้ส่วนราชการเท่าไหร่ แต่ดิฉันต้องการขายที่ดิน ๒ แปลง รวม ๙๗ ไร่เศษ ในราคาไร่ละ ๒.๕ ล้านบาท

                ดังนั้น ส่วนต่างที่เป็นค่านายหน้าหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดิฉันบอกไปว่าไม่ขอรับรู้ ให้ไปดำเนินการกันเอง แต่ต่อมาทราบว่าเช็คเงินสด ๗.๖ ล้านบาท เป็นค่านายหน้าให้น้องชาย ส่วนเช็คเงินสด ๔๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับไป”

                ครับ...เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเผด็จการ แต่เป็นเรื่องนักการเมืองโกง

                คุก ๙๙ ปีมาจาก พยานบุคคล หลักฐานทางการเงิน ฯลฯ

                ไม่มีใครแกล้งใคร

                "วัฒนา เมืองสุข" ได้ประกันตัว สู้ชั้นอุทธรณ์ จับตาดูกันต่อไปว่าจะอยู่หรือไป

                แต่หลังจากนี้จะมีนักการเมืองโกงติดคุกอีกหลายคน

                ทีนี้เห็นหรือยังคุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก