คุก"วัฒนา"ทุจริตบ้านเอื้ออาทร เปิดแฟ้มคดียุคทักษิณ ใครบ้างไม่รอด


เพิ่มเพื่อน    

 

      เสี่ยไก่-วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 99 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญาให้จำคุกได้สูงสุด 50 ปี ในคดีทุจริตการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะแห่งชาติ ที่อยู่ในการดูแลของ ก.พัฒนาสังคมฯ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินไปเมื่อ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

            วัฒนา เป็นหนึ่งในนักการเมืองอาวุโสของพรรคเพื่อไทย นักการเมืองสายตรงทักษิณ ซึ่งเขาไม่ใช่นักการเมือง-อดีตข้าราชการระดับสูงที่ทำงานในยุครัฐบาลทักษิณ หรือรัฐบาลไทยรักไทยช่วงปี 2544-2549 คนแรกที่ต้องโทษในคดีอาญา จนต้องเข้าเรือนจำในคดีทุจริต-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ยังมีอดีตรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งในรัฐบาลทักษิณ รวมถึงอดีตข้าราชการประจำอีกหลายคน ที่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในช่วงทักษิณเป็นนายกฯ และถูกศาลตัดสินว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริตฯ เช่นเดียวกับวัฒนา เมืองสุข

            ไล่เรียงกันให้ดูเป็นตัวอย่าง เช่น หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีต รมว.คลัง-อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกในคดีสมัยเป็นอดีต รมว.ไอซีที ยุครัฐบาลทักษิณ จากกรณีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด ในเครือชินคอร์ป สมัยตระกูลชินวัตรถือหุ้นใหญ่ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี ไม่รอลงอาญา และปัจจุบันหมอเลี้ยบมาเคลื่อนไหวการเมืองกับกลุ่ม CARE

            - ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ยุครัฐบาลทักษิณ ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินคดีทุจริตรับซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่า 6 พันกว่าล้านบาท เป็นเวลา 12 ปี แต่ประชาหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่สืบพยานคดีในชั้นศาลจนถึงปัจจุบัน

            - ชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ และวิทยา เทียนทอง อดีตเลขานุการ รมว.เกษตร โดยทั้งสองคนดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวในยุคแรกๆ ของรัฐบาลทักษิณ ซึ่งทั้งชูชีพ-วิทยา เวลานั้นเป็นสองอดีตแกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น ไทยรักไทย และต่อมาถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกคนละ 6 ปี เมื่อปี 2559 ในคดีทุจริตจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของกรมส่งเสริมการเกษตร วงเงิน 367 ล้านบาท ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ-ทุจริตและฮั้วประมูล

            - ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.มหาดไทย ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่นายยงยุทธถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุกกรณีสมัยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยในช่วงรัฐบาลทักษิณ แล้วใช้อำนาจโดยมิชอบในการเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อเอื้อประโยชน์บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด เจ้าของสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่ตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของ และต่อมามีการตั้งนายยงยุทธเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนเกษียณไม่กี่วัน หลังออกคำสั่งดังกล่าว ต่อมาเขาได้รับการสนับสนุนจากตระกูลชินวัตรให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รองนายกฯ รมว.มหาดไทย ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์

            - นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ตัดสินจำคุกในคดีที่สมัยนางเบญจารับราชการเป็นรองอธิบดีกรมสรรพากร โดยร่วมกับพวกรวม 5 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเอื้อประโยชน์ให้นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ลูกทักษิณ เสียภาษีอากรน้อยกว่าที่จะต้องเสีย กรณีการซื้อหุ้นชินคอร์ปฯ ให้เทมาเส็ก เมื่อปี 2549 จนทำให้รัฐเสียหาย โดยศาลอาญาฯ ทั้งชั้นต้นและอุทธรณ์ ตัดสินยืนจำคุกนางเบญจาเป็นเวลา 3 ปี และคดีอยู่ระหว่างฎีกา

            - คดีปล่อยกู้กรุงไทย ซึ่งเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกอดีตบอร์ดธนาคารกรุงไทย เช่น วิโรจน์ นวลแข กรณีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทในกลุ่มของบริษัท กฤษดามหานคร จำกัด 9.9 พันล้านบาทโดยมิชอบ ศาลจึงตัดสินจำคุกอดีตบอร์ดกรุงไทยคนละ 18 ปี รวมถึงผู้บริหารกลุ่มกฤษดามหานครด้วย

                ทั้งหมดคือตัวอย่างที่ยกมาพอสังเขป ที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ได้ดีว่า การเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการประจำ หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา ไม่ยึดหลักสุจริตเป็นที่ตั้ง สุดท้ายอาจต้องรับชะตากรรมแบบเดียวกับบุคคลตามชื่อที่ลิสต์มาข้างต้น.

 


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'